bg-single

เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?

05.06.2026

MatiTalk | พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

“ผมไม่ได้เป็นคนที่มีความสนใจทางการเมืองเลย แล้วก็เป็นคนที่ไม่ชอบการเมืองด้วย” โกแพ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ รมช.มหาดไทย เปิดใจกับมติชนสุดสัปดาห์ ในรายการ MatiTalk

รมช.มท. เล่าย้อนชีวิตว่า เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ลุยๆ แล้วก็เป็นคนตรงๆ ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ เคยคิดว่าถ้าต้องมาเล่นการเมืองกับความเป็นตัวเองมันเป็นตัวเองยากมาก เพราะเราก็ต้องพยายามทำให้ทุกคนพอใจ ต้องปฏิบัติกับทุกคน ก็มีข้อดีข้อเสียอยู่ในนั้น

แต่ต้องยอมรับว่าการมาทำการเมืองทำอะไรได้เยอะมากพอสมควรเหมือนกัน

โกแพระบุว่า ก่อนที่จะลงมาสู่สนามการเมืองเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน ได้คุยกับผู้ใหญ่หลายๆ คน

เขาก็มองว่าเราน่าจะมีศักยภาพในการที่จะมาทำงานการเมืองได้ ตอนนั้นอายุ 29 ปี เขาคิดว่าเราน่าจะมีประสิทธิภาพในอนาคต ก็เลยลองดูจนดำเนินการมาถึงทุกวันนี้

ยอมรับว่าต้องปรับตัวเองเยอะพอสมควร แต่โชคดีอย่างหนึ่งคือส่วนตัวเป็นคนที่ถ้าต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องทำให้ได้ดีที่สุด เลยไม่ค่อยมีอุปสรรคเท่าไร

อีกอย่างหนึ่งอาจเป็นเพราะชีวิตส่วนตัวต้องปรับตัวมาทั้งชีวิต

ตอนเด็กอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่อายุ 2 ขวบครึ่ง ก็เลยทำให้ค่อนข้างยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต อยู่ที่ไหนก็ได้ กินที่ไหนก็ได้ นอนที่ไหนก็ได้ ดูแลตัวเองตัวเองได้ ผ้าขาดเย็บเป็น หิวข้าวทำกับข้าวได้ ของพังซ่อมเป็น มีบทเรียนสอนเราตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ค่อนข้างเป็นคนยืดหยุ่น

คุณพ่อ (โกเกียรติ สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์) มีผลต่อการตัดสินใจในการเข้ามาทำงานการเมืองมากที่สุด

คือเมื่อก่อนเราทำธุรกิจที่บ้าน ถึงแม้จะมีญาติที่เกี่ยวข้องกับการเมืองบ้าง แต่ด้วยตัวครอบครัวเองก็ไม่ได้อยากจะเข้าไปเล่นการเมือง

แต่คุยกันแล้วสิ่งที่ตกผลึกคือว่าเราอยากทำอะไรเยอะแยะมากมายให้กับบ้านเรา ให้สตูล แล้วจะทำยังไง?

“การเมือง” คือช่องทางหนึ่งที่ทำให้เสียงของเราดังขึ้น ทำให้คำพูดเราศักดิ์สิทธิ์ขึ้น ทำให้คนให้เกียรติเรามากขึ้น ซึ่งจริงๆ ไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านี้ เพียงแต่เป็นทางผ่านที่ไปทำให้สิ่งที่เราหวัง

และอยากจะทำมันเกิดขึ้นได้

การถูกเรียกว่า “โกแพ”

คําว่าโกแพ จริงๆ ผมชื่อแพ แล้วก็คำว่า โก มาจากไหน ทุกคนจะถามผมตลอด

คือทางใต้ คนเชื้อสายจีน โกคือพี่ คนที่นี่เขาเรียกว่าผมว่าโก มีที่มาจากพ่อผม พ่อผมชื่อสมเกียรติ คนก็จะเรียกแกว่า โกเกียรติ

พอวันหนึ่งที่มีผมเกิดขึ้นมาบนโลก ทุกคนเลยให้เกียรติผมโดยเริ่มจากคนใกล้ๆ ตัว พวกพี่ๆ ที่ทำงานด้วยกันที่อยู่กับพ่อผมอยู่กับครอบครัว เรียกผมโกแพ แล้วปรากฏว่ากลายเป็นตำแหน่งติดตัวผมมาถึงทุกวันนี้ไปไหนกลายเป็นคำที่ทุกคนเรียกแล้วเรารู้สึกอุ่นใจ

แล้วถ้าน้องทีมงานเรียกผมว่านายครับ ผมจะบอก “เดี๋ยวนะ ขอโทษนะ ผมไม่ชอบให้คนมาเรียกว่านายเลย” ฟังแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรกั้นอยู่ อีกอย่างคุณไม่ใช่ลูกน้องผมนะ ผมกับคุณเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ถ้าเกิดไม่รู้จะเรียกอะไร เรียกผมโกแพแล้วกัน

ทุกคนก็เลยเรียกผมโกแพหมดทุกคน เป็นตำแหน่งติดตัวผมแล้ว เพื่อนผมทุกคนก็จะเรียกผมแบบนั้นหมดทุกองค์กร

เป็นเรื่องที่ผมต้องอธิบายมา 37 ปี ถึงวันนี้ผมก็ยังอธิบายอยู่

บรรยากาศการทำงานในมหาดไทย

ปกติผมเป็นคนเป็นที่ชิลมาก ไม่ชอบพิธีรีตอง ไม่ต้องการคนเยอะๆ จะต้องมาห้อมล้อมคอยดูแลอะไร

อย่างทีมงานหน้าห้องผม ไม่ต้องรอผม เพราะวัฒนธรรมเมื่อก่อนเวลาเขาทำงาน ถ้ารัฐมนตรียังไม่กลับทุกคนก็จะต้องนั่งอยู่หมด

ผมจะคุยกับเขาว่าไม่มีความจำเป็นเลย ยกเว้นว่าถ้ามีงานต่อเนื่องที่ต้องทำกับผม แต่ถ้าไม่มีคุณกลับไปเลย เพราะว่าทุกคนมีภาระมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ มีครอบครัว มีภารกิจส่วนตัวที่จะต้องไปจัดการ ไม่มีความจำเป็นต้องรอผม รอก็ไม่ได้ทำอะไรด้วย นั่งรอเฉยๆ ไม่ต้องซีเรียส

เรื่องนี้ผมไม่มีปัญหาอะไร หรือการมากระทรวงวันแรกมีคนไปยืนรับ 10 กว่าคน ผมบอกว่ามาทำอะไรกัน ผมบอกทีมว่าเดินมาแค่นี้ผมเดินถูก นิดเดียวเอง ซึ่งเราเป็นคนอย่างนี้อยู่แล้ว

กับพี่ๆ รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย (เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์-พลพีร์ สุวรรณฉวี) เราทั้ง 3 คน เราสนิทกันเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว มายด์เซ็ตพวกเราคล้ายๆ กัน จนข้าราชการหลายท่านก็บอกว่าตั้งแต่เราเข้ามาอยู่ในกระทรวง กลายเป็นการปรับอารมณ์ของกระทรวงมหาดไทยให้สบายมากขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ต้องพิธีรีตองอะไร

ผมอยู่กระทรวงส่วนใหญ่จันทร์กับศุกร์อยู่กันทั้งวัน ผมก็เดินไปห้องพี่ๆ มท.2 มท.3 ไปพูดคุยกันเดินไปทักทายกันทั้งวัน วันหนึ่งผมว่าต้องมีเกือบ 10 รอบ เราไปปรึกษาคุยธุระที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานที่ต้องทำงานร่วมกัน บรรยากาศก็ประมาณนี้

ผมเป็นน้องเล็กสุดในบรรดารัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เราซัพพอร์ตซึ่งกันและกันอยู่แล้ว บางเรื่องผมอาจจะมีข้อมูลมากกว่าผมก็จะซัพพอร์ตข้อมูลให้เขา

บางเรื่องพี่ๆ เขามีข้อมูลอะไรเขาก็จะซัพพอร์ตเรา อยู่กันแบบนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ยังไม่เป็นรัฐมนตรี ก็เลยทำให้การทำงานไม่มีรอยต่อ

ในระดับนโยบายก็ทำงานกันง่ายมาก ค่อนข้างเวิร์กค่อนข้างปึ้กเลย

ผมกล้ารับประกันว่าถ้ามีคำถามว่าเรื่องนี้เอายังไงดี ถ้าเอาคำถามเดียวกันไปถาม มท.2 มท.3 ก็จะได้คำตอบเหมือนกัน

เรามีทิศทางในการทำงานค่อนข้างไม่ต่างกัน

นายกฯ หนู มท.1 ในสายตาโกแพ

เขาเป็นทั้งพ่อเป็นทั้งพี่เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งเจ้านาย

ท่านนายกฯ น่ารักมากนะ ผมไม่เคยเห็นภาพนายกฯ คนไหนเลยที่แบบมีเด็กวิ่งเข้ามาดึงมือแล้วบอกว่าลุงหนูขอถ่ายรูปหน่อย

ผมชอบที่สุดเวลาไปลงพื้นที่กับท่านโดยเฉพาะในพื้นที่ตลาด ท่านจะมีความสุขได้พบเจอคน ได้คุยกับคน ได้ถามไถ่ประชาชน

ทำให้เรารู้สึกว่าตัวตนท่านไม่ได้อยู่แค่ในกล้องอย่างเดียว แล้วเรื่องการทำงานท่านเป๊ะมากนะ เรื่องไหนที่มอบมาไม่ต้องพูดซ้ำนะ

ถ้าเกิดไม่เป๊ะจะโดนดุ เป็นที่รู้กันเลยถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน นายกฯ ก็ชอบไปกินข้าวไปร้านมณ ไปกินส้มตำไปกินเนื้อย่างไปกินลาบ สี่ห้าทุ่มทำงานเสร็จปั๊บ อยากกินอะไรแบบรู้ร้านอร่อยเยอะแบบโลคอล ง่ายๆ มีความสุขกับการกินมาก

คือนอกงานจะเป็นคนอีกแบบหนึ่งไปเลยเหมือนเพื่อนเที่ยวเราไปด้วยในตัว

กับฉายารัฐมนตรีใหม่ “แก๊งลูกเทพ”

มองว่าเป็นเรื่องปกตินะ เวลาคนที่เขามอง โดยที่เขาไม่ได้รู้จักเรา ก็มองเห็นตามหน้าสื่อที่เห็น เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องผิดแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกด้วยที่เขาจะมองแบบนั้น

แต่หน้าที่เราคือต้องถามว่าเราอยากเป็นแบบไหน?

เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้แบบนั้นมากกว่า ในการที่เราอายุไม่มาก จริงๆ มีทั้งข้อดีแล้วก็ข้อเสีย

วันนี้พอเราบอกว่าเราเอาคนที่มีอายุหน่อยมาเป็นรัฐมนตรีคนก็จะมีมุมหนึ่ง บอกว่าโอ้โหเอาคนอายุเยอะ แบบไม่อัพเดตอะไรแล้ว ในขณะเดียวกันนะเขาผ่านชีวิตมาเยอะเห็นอะไรมามากนะมันมีทั้งมุมที่ดีแล้วก็มุมที่เสีย

ในส่วนของตัวผมก็เช่นเดียวกัน บอกผมอายุ 37 มาเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย จะไม่ใช่สนามเด็กเล่นเหรอ หรือจะแบบมาฝึกงานหรือจะรู้เรื่องหรือเปล่า

ขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่งเรามีกำลัง เรามีความคิด เรามีมุมมองใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ มีข้อดีข้อเสีย

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการเอา 2 อย่างมาผสมผสาน ข้อดีของทั้ง 2 อย่างออกมาใช้ให้มากที่สุด

วันนี้ใน ครม.เองรวมไปถึงในพรรคเราเอง มีคนทุกกลุ่ม ซึ่งคนทุกกลุ่มมีความสามารถมีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป

วันนี้ผมมีผู้ใหญ่หลายท่านเลยที่มีประสบการณ์เยอะเก่งเห็นอะไรมาเยอะผ่านอะไรมามาก ที่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์แล้วก็ให้คำแนะนำเป็นกุนซือ ช่วยในการวางนโยบาย

เราก็ผสมผสานเพื่อที่จะให้มันได้ผลที่ดีที่สุดวันนี้ไม่มีใครดีที่สุดแต่จับมือด้วยกันนั้นดีที่สุด

การวิพากษ์วิจารณ์ถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”

คําถามคือ “สีน้ำเงินไม่ดีตรงไหน?”

ถ้าบอกว่าบังคับผูกขาดอะไรประมาณนี้ ถ้าเกิดใครได้เสียงข้างมากก็ผูกขาดหมดย้อนไปสมัยที่พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งเยอะแปลว่าก็ผูกขาดเหมือนกัน เพราะสุดท้ายแล้วระบบรัฐสภาวัดกันด้วยเสียงในสภาถูกไหม

แต่สิ่งที่จะเป็นการพิสูจน์คือไม่ใช่เรื่องของว่าใครได้เยอะหรือใครได้น้อยแล้วก็จะมาป้ายกันแล้วบอกว่าอันนั่นสีนี่ไอ้นี่สีนั้น ทุกวันนี้ไม่ใช่เฉพาะสีน้ำเงิน มันมีทุกสีเชิงสัญลักษณ์นี่น้ำเงินอันนี้แดง ส้ม ฟ้า เขียว

ผมว่าเป็นเทรนด์ในการสื่อสารมากกว่า แต่สุดท้ายแล้วผลการเลือกตั้งเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

ถ้าเกิดวันนี้พรรคภูมิใจไทยได้รับการเลือกตั้งมา 190 กว่าคนถือว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดของพรรคตั้งแต่เคยมีพรรคมา แต่ถ้าวันนี้พรรคทำได้ไม่ดี ผมก็เชื่อว่าสุดท้ายจะสะท้อนให้เห็นผ่านผลการเลือกตั้งในอนาคตว่าจะเป็นยังไง

เพราะฉะนั้น เรื่องสีผมมองว่าเป็นแค่คำจำกัดความที่เอามาป้ายกันมากกว่า ไม่มีประเด็นเลย

จะสีไหนก็ขอให้ทำงานให้เต็มที่ เพราะคนที่ตัดสินก็คือพี่น้องประชาชน

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’
การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?
ร่างทรง | เรื่องสั้น : อรรถสิทธิ์ สมจารี
ฝุ่น
มึงรู้จักกูน้อยไป | กวีกระวาด : ในเมือง รักเสรี
APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’