bg-single

กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’

05.06.2026

ในประเทศ

ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรดาผู้สมัครต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก พร้อมทั้งนำเสนอนโยบายบริหารกรุงเทพฯ เพื่อหวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง ก่อนเข้าคูหาชี้ชะตาในสมรภูมิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 28 มิถุนายน 2569

จับสัญญาณการแข่งขัน ณ เวลานี้มีตัวเต็งอยู่เพียงแค่ 2 คน คนแรกคือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ที่ลงชิงเก้าอี้เป็นสมัยที่ 2 และลงสมัครในนามอิสระ แม้จะถูกขุด ถูกเปิดโปงเรื่องระบอบอากง ที่มีกล่าวหาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์และการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงใน กทม. โดยอาจจะมีการร้องให้ ป.ป.ช.สอบ แต่ก็ดูเหมือนนายชัชชาติจะยังยืนหยัดได้อย่างมั่นคง

ส่วนอีกคนคือ ดร.โจ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน

ขณะที่ผู้สมัครคนอื่นๆ อย่าง นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ดร.คมสัน พันธุ์วิชาติกุล และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช

ต่างมีกระแสเป็นรองทั้งนายชัชชาติ และ ดร.โจ อยู่ค่อนข้างเยอะ และคงเป็นเรื่องยากที่จะฝ่าด่านเข้ามาลุ้นเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้

สอดรับกับผลสำรวจของโพลหลายสำนัก ทั้งพระปกเกล้าโพล สวนดุสิตโพล นิด้าโพล เป็นต้น ที่ต่างยกให้ชัชชาติเป็นเต็งหนึ่ง มีคะแนนนิยมนำโด่ง และตามด้วย ดร.โจ ซึ่งแม้ว่าจะเป็นรอง แต่ก็ต้องกัดฟันสู้จนถึงนาทีสุดท้าย

โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของคน กทม. คือ บุคลิก ภาวะผู้นำ และการไม่สังกัดพรรคการเมือง ส่วนปัญหาของคน กทม. ที่อยากให้ผู้ว่าฯ เร่งแก้ไขด่วนที่สุดคือ การจราจรและรถติด น้ำท่วมและการระบายน้ำ ตลอดจนปัญหาค่าครองชีพ และเศรษฐกิจครัวเรือน

แน่นอนว่าผลโพลที่มีการสำรวจออกมา ทำให้พรรคประชาชนอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เพราะถ้าไม่ขยับอะไรเลยก็ดูเหมือนว่าจะยอมรับสภาพ

ดังนั้น พรรคส้มจึงเปิดเกมรุกสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แบบทุ่มสุดตัว ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ ประชาชน

หลังจากเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวทีมบริหารไปแล้ว 7 คน ซึ่งมีทั้งบุคลากรในพรรค รวมถึงบุคลากรนอกพรรค

อาทิ ศ.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ นพ.ไพโรจน์ บุญสิริคำไชย อดีตรองเลขาธิการสภาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ระบุว่าการเชิญ ศ.ดร.สุรพล มาเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ของทีมผู้ว่าฯ ประชาชน เพราะพรรคเล็งเห็นว่า ศ.ดร.สุรพลนอกจากจะเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับครู มีส่วนให้คำปรึกษากฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจและการจัดระเบียบบริหารราชการ กทม.แล้ว

ศ.ดร.สุรพลยังเป็นผู้มีประสบการณ์ในส่วนราชการ กทม. เคยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ (ประธานบอร์ด) บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพฯ ที่ กทม. ถือหุ้น 99.98% เป็นหน่วยงานที่ กทม.ใช้ในการดำเนินโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ที่ไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบราชการปกติได้คล่องตัวนัก

ดังนั้น หากนายชัยวัฒน์ได้รับโอกาสให้เข้าไปบริหารกรุงเทพฯ ก็จะได้มีผู้เชี่ยวชาญที่คร่ำหวอดกับงานบริหารกลไกราชการ กทม. คอยให้คำปรึกษา เพื่อการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ และมีข้อมูลช่องโหว่ข้อผิดพลาดของการบริหารในอดีต เพื่อนำมาพัฒนาต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ใหม่

ต่หลังจากเปิดตัว ศ.ดร.สุรพล ปรากฏว่าเกิดกระแสตีกลับ หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของผู้บริหารพรรคประชาชน แถมด้อมส้มก็ไม่พอใจอย่างแรงด้วย เพราะเกรงว่าจาก “ตัวช่วย” จะกลายเป็น “ตัวฉุด” คะแนนนิยมของ ดร.โจ แทนเสียอย่างนั้น

เนื่องจาก ศ.ดร.สุรพลเคยเข้าร่วมกับม็อบ กปปส. ต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุคของรัฐบาลทหารหลังการรัฐประหารปี 2557 โดยขัดกับอุดมการณ์หลักของพรรคประชาชนอย่างสิ้นเชิง

ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าทำไมพรรคถึงเลือกบุคคลที่มีภูมิหลังแบบนี้มาร่วมทีมบริหารสำคัญ

ในทางกลับกัน กลุ่มอนุรักษนิยมและอดีตอาจารย์บางกลุ่มก็เคยออกมาโจมตี ศ.ดร.สุรพลอย่างหนัก สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งควรวางตัวเป็นกลางทางวิชาการ แต่กลับฝักใฝ่พรรคการเมือง ประกาศเป็นส้มเต็มตัว

จนมีกระแสเรียกร้องให้ ศ.ดร.สุรพล ลาออกจากตำแหน่งนายกสภา มธ. มาแล้ว

ขณะที่ ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการ ม.เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซัดแรงถึงพรรคส้มที่เอา ศ.ดร.สุรพล มาทำงานเป็นประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ชี้เป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง

“พรรคส้มเปิดตัวสุรพล นิติไกรพจน์ เอิ่ม Sayonara! นี่คือปัญหาของพรรคประชาชนที่แก้ไม่ได้สักที นั่นคือความไม่สม่ำเสมอ หรือ inconsistency”

“บทจะก้าวหน้าก็ก้าวหน้า บทจะถอยหลัง ก็ถอยหลังกลับหลายก้าว การเปิดตัวสุรพลคือความพลาดอย่างรุนแรง สุรพลเป็น สนช. ปี 2549 เคยเข้าร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหาร”

“การเมืองที่ดีไม่ควรมีมาตรฐาน 2 ชั้น ไม่ควรมีใบผ่านสำหรับผู้ที่อยู่ในฝ่ายของตนเอง และไม่ควรมีการลบอดีตทางการเมืองของบุคคลเพียงเพราะปัจจุบันเขาพูดในสิ่งที่เราชอบฟัง” ศ.ดร.ปวินกล่าว

ด้าน อธึกกิต แสวงสุข หรือใบตองแห้ง คอลัมนิสต์การเมืองผู้มากประสบการณ์ ระบุว่าสุรพลยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเพียงพอ เคยยึดติดการเมืองคนดี ตอนปี 2549 และปี 2557 ก็ใช้ทุกวิถีทางโค่นทักษิณ ชินวัตร

แต่พอเกิดพรรคส้ม ก็มองเห็นว่าพรรคส้มเป็นทางออกเป็นอนาคต มุ่งมั่นตั้งใจใสสะอาด ถูกเล่นงานด้วยนิติสงคราม แบบเดียวกับที่ทักษิณโดน สุรพลก็กลับมาช่วยพรรคส้ม ซึ่งเขาไม่ได้อยู่ในหลักการเลย

“การที่พรรคส้มไปเอาสุรพลมา ยังไงก็ไม่ชนะ ทำให้คนตั้งคำถามและไขว้เขวเรื่องจุดยืน หลายปีมานี้สุรพลมีท่าทีกลับใจบ้าง วิพากษ์นิติสงครามยุบพรรคตัดสิทธิ์ แต่ก็ยังเคลียร์ไม่หมด ถ้ามองง่ายๆ ในแง่เพิ่มเครดิตคะแนนเสียง ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย” ใบตองแห้งกล่าวสรุป

สอดคล้องกับมุมมองของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาฯ สมช. และ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง โดยสะท้อนความผิดพลาดของพรรคประชาชนได้อย่างแหลมคม

พล.ท.ภราดร และ รศ.ดร.โอฬาร มองว่าพรรคประชาชนไร้จุดยืน ประเมินจังหวะจะโคนทางการเมืองได้ไม่ดีเลย จริงๆ แล้วพรรคส้มควรจะเปิดตัวสุรพลตั้งแต่ตอนแรก ไม่ใช่เว้นระยะมานานแล้วค่อยเปิดตัว เพราะดูเหมือนว่าไม่มีตัวละครมาขายหรืออย่างไร ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนของพรรคส้ม

ขณะเดียวกัน หลังจากพรรคส้มโดนวิจารณ์เละเทะในโลกออนไลน์ กระทบฐานเสียงคน กทม. ทำให้นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ต้องออกมาชี้แจงดราม่าที่เกิดขึ้น

โดยระบุว่า ขอน้อมรับความโกรธเคืองที่เกิดขึ้นของทุกท่านด้วยความเคารพและเข้าใจ การที่ ศ.ดร.สุรพลตัดสินใจรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาให้กับทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชนครั้งนี้ ไม่ใช่การรับดอกไม้ ไม่ใช่รับตำแหน่ง ไม่ใช่รับคำสรรเสริญ

แต่คือการตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะว่าอาจารย์ได้เปลี่ยนความเชื่อเดิม และขอเลือกทางเดินที่ถูกต้อง ด้วยการมาสนับสนุนและยืนอยู่เคียงข้างฝ่ายก้าวหน้าและฝ่ายประชาธิปไตยอย่างพรรคประชาชน

“ในฐานะพรรคการเมือง ผมเชื่อในการเปิดโอกาส และโอบรับผู้ที่เคยเห็นต่าง และผมอยากย้ำว่านี่ไม่ใช่การฟอกขาว แต่คือการลดจำนวนผู้เห็นต่างและเพิ่มจำนวนแนวร่วม เพิ่มคนที่เคยผ่านประวัติศาสตร์มามากมาย”

“ผมขอยืนยันกับทุกท่านว่าพรรคประชาชน และโจ ชัยวัฒน์ ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทาง อุดมการณ์ และนโยบายของทีม กทม.ทั้งหมด การเปิดรับผู้ที่เคยเห็นต่างในอดีต แต่กลับใจและพร้อมที่จะต่อสู้ในฝั่งประชาธิปไตยเข้ามาร่วมงาน คือการตอกย้ำว่าอุดมการณ์ของเรากำลังขยายตัวและได้รับการยอมรับมากขึ้น”

“เราจะไม่ยอมประนีประนอมกับอุดมการณ์หลักของพรรค แต่เราพร้อมที่จะใช้ทุกสรรพกำลัง เพื่อรื้อโครงสร้างที่เน่าเฟะของกรุงเทพฯ และของประเทศนี้ เพื่อสร้างชัยชนะที่เป็นของประชาชนให้เกิดขึ้นจริง” นายพิจารณ์กล่าว

ต่อมา ดร.สุรพลเปิดหน้าให้สัมภาษณ์รายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ยืนยันต่อต้านรัฐประหาร-ไม่เคยขึ้นเวที กปปส. ไม่เคยเป่านกหวีด ไม่เคยพูดขอนายกฯ มาตรา 7

จับตาย่างก้าวสำคัญของพรรคประชาชนในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไพ่ตายที่ชื่อ “สุรพล นิติไกรพจน์” จะกลายเป็น “ตัวช่วย” หรือ “ตัวฉุด” คะแนนเสียงของ ดร.โจ กันแน่

ทั้งนี้ หากบทสรุปออกมาเป็นความล้มเหลว สุดท้ายพรรคส้มก็ต้องมานั่งถอดบทเรียน “ความพ่ายแพ้” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนไปวนมาไม่รู้จบสักที!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!