bg-single

การกลับมาของนักการเมือง

05.06.2026

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ข่าวใหญ่ในวงการรัฐศาสตร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้นความเคลื่อนไหวในประเทศตุรกี

เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนการประชุมใหญ่ของพรรคฝ่ายค้านหลัก CHP ในปี 2023 ซึ่งเป็นการประชุมที่เลือก Özgür Özel ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค

คำตัดสินดังกล่าวทำให้ Özel ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน สร้างความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ต่ออนาคตของฝ่ายค้านตุรกี ว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อจากนี้

พรรคจะรวมตัวกันได้หรือไม่ จะเกิดการแตกแยกภายในหรือไม่ และใครจะเป็นผู้นำการท้าทายอำนาจของประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdoğan ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

Özell เป็นคนสำคัญที่นำพาพรรค CHP คว้าชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งท้องถิ่นปี 2024 และกลับมายึดครองเมืองสำคัญอย่างอิสตันบูลและอังการาได้อีกครั้ง

หลายฝ่ายมองว่าเขาคือคนที่ทำให้ฝ่ายค้านกลับมามีความหวังว่าจะสามารถแข่งขันกับ Erdoğan ได้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำตัดสินครั้งนี้จึงถูกมองมากกว่าคดีภายในพรรค เพราะมันอาจเปลี่ยนดุลอำนาจของการเมืองตุรกีทั้งระบบ หากฝ่ายค้านที่กำลังขึ้นมาถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งภายใน สูญเสียผู้นำ สูญเสียโมเมนตัม และต้องใช้พลังงานไปกับการต่อสู้ทางกฎหมายแทนการต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง

ฟังดูคุ้นๆ ไหมครับ?

สิ่งที่เกิดขึ้นในตุรกีทำให้ผมนึกถึงหนังสือ How Democracies Die ของ Steven Levitsky และ Daniel Ziblatt สองนักรัฐศาสตร์จาก Harvard University ที่ผมเคยมีโอกาสพบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยระหว่างอยู่ที่ Harvard อยู่บ้าง

ทั้งตุรกีและไทยปรากฏอยู่ในงานเขียนและการบรรยายของอาจารย์ทั้งสองอยู่เสมอ ในฐานะกรณีศึกษาของการถดถอยทางประชาธิปไตย (Democratic Backsliding) ที่ไม่ได้เกิดขึ้นผ่านรถถังหรือการยึดอำนาจแบบฉับพลัน

แต่ค่อยๆ เกิดขึ้นผ่านสถาบัน กฎหมาย และกระบวนการทางการเมืองที่ยังดูเป็นประชาธิปไตยอยู่บนกระดาษ

ทุกท่านก็คงจะพอนึกออกว่าผู้คนตุรกีวันนี้ก็คงรู้สึกทั้งหมดหวัง โกรธแค้น และกังวลไม่น้อย

พรรคที่เพิ่งสร้างโมเมนตัมทางการเมืองได้สำเร็จกลับต้องเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่

ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านถูกดึงออกจากสนามการเมืองผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่น่ากังขา หนทางการเมืองของ Özgür Özel ถึงทางตันแล้ว

แต่คำถามที่ผมสนใจว่านี้ทุกอย่างนี้ คือจุดจบจริงหรือไม่

ถ้าไม่ มีหนทางใดที่เป็น การกลับมาของนักการเมืองที่ถูกรุม บ่อนทำลาย แต่สามารถกลับยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้บ้าง?

เมื่อผมลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเมืองโลกอย่างละเอียด ก็พบว่านักการเมืองจำนวนไม่น้อยเคยถูกตัดสิทธิ์ ถูกจำคุก ถูกดำเนินคดี หรือแม้แต่ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ แต่หลายคนกลับสามารถหาทางกลับเข้าสู่เวทีการเมืองได้อีกครั้ง บางคนกลับมาเป็นผู้นำรัฐบาล บางคนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี และบางคนกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ตัวอย่างอาจจะโบราณไปนิดหนึ่ง แต่หากพูดถึงการกลับมาของนักการเมือง หลายคนคงนึกถึง Nelson Mandela ที่ออกจากเรือนจำหลังถูกคุมขังนาน 27 ปี ก่อนก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีแอฟริกาใต้

หรือ Juan Per?n ที่ลี้ภัยอยู่นานเกือบ 20 ปี ก่อนกลับมาชนะการเลือกตั้งและเป็นประธานาธิบดีอาร์เจนตินาอีกครั้ง

ตัวอย่างที่ปัจจุบันทันด่วนขึ้น ผมคิดว่ามีอยู่ 3 คนด้วยกัน ได้แก่ ลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ของบราซิล, อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) ของมาเลเซีย และทาริก ราห์มาน (Tarique Rahman) ของบังกลาเทศ ซึ่งต่างเคยถูกมองว่าหมดอนาคตทางการเมืองไปแล้ว ก่อนจะหาทางกลับเข้าสู่อำนาจได้อีกครั้ง

ลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา
Luiz Inácio Lula da Silva

คนแรกคือ Luiz In?cio Lula da Silva ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน ที่ครั้งหนึ่ง จากตัวเต็งประธานาธิบดีสู่ผู้ต้องขัง และจากผู้ต้องขังกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

ในปี 2017 ลูลาถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีคอร์รัปชั่นภายใต้ปฏิบัติการ Lava Jato หรือ Operation Car Wash โดยศาลรัฐบาลกลางในเมืองกูรีตีบา ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะยืนตามคำพิพากษาในปีถัดมา

จุดสำคัญอยู่ที่กฎหมาย “Clean Record Law” ของบราซิล ซึ่งกำหนดว่าหากนักการเมืองถูกพิพากษาว่ามีความผิดและศาลอุทธรณ์ยืนตามคำพิพากษา บุคคลนั้นจะหมดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งทันที ส่งผลให้ลูลาถูกกันออกจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2018 ทั้งที่ในเวลานั้นเขายังคงเป็นตัวเต็งในผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนัก

หลายคนเชื่อว่าเส้นทางการเมืองของเขาจบลงแล้ว

ลูลาเป็นการต่อสู้ทั้งในสนามกฎหมายและสนามการเมืองไปพร้อมกัน ลูลาและทีมกฎหมายต่อสู้คดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยยื่นอุทธรณ์และโต้แย้งว่าศาลในเมืองกูรีตีบาซึ่งพิจารณาคดีดังกล่าวไม่มีเขตอำนาจที่เหมาะสม รวมถึงตั้งข้อสงสัยต่อความเป็นกลางของกระบวนการพิจารณาคดี

จนในที่สุดศาลสูงสุดบราซิลยอมรับข้อโต้แย้งดังกล่าว และมีคำวินิจฉัยเพิกถอนคำพิพากษาเดิม ส่งผลให้สิทธิ์ทางการเมืองของเขาได้รับการคืนกลับมา

ปี 2021 เพียงหนึ่งปีหลังได้รับสิทธิ์ทางการเมืองคืน ลูลาก็สามารถเอาชนะ Jair Bolsonaro และหวนคืนสู่ทำเนียบประธานาธิบดีบราซิลได้สำเร็จ

อันวาร์ อิบราฮิม
Anwar Ibrahim

คนที่สองคือ Anwar Ibrahim นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในปัจจุบัน

อันวาร์เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีและถูกมองว่าเป็นทายาททางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี Mahathir Mohamad แต่ในปี 1998 เขาถูกปลดออกจากตำแหน่งท่ามกลางวิกฤตการเงินเอเชีย ก่อนถูกดำเนินคดีและตัดสินจำคุกในข้อหาคอร์รัปชั่นและการกระทำผิดทางเพศ ซึ่งเจ้าตัวและผู้สนับสนุนจำนวนมากมองว่าเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง

ตลอดหลายปีหลังจากนั้น อันวาร์ต้องเข้าออกเรือนจำหลายครั้ง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และถูกกันออกจากอำนาจในช่วงที่หลายคนเชื่อว่าเส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ปิดลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม การกลับมาของอันวาร์ไม่ได้เกิดจากคำพิพากษาของศาลสูงสุดเหมือนลูลา หากแต่เกิดจากการต่อสู้ทั้งในสนามกฎหมายและสนามการเมืองไปพร้อมกัน

ขณะที่ทีมกฎหมายต่อสู้คดีในชั้นศาล อันวาร์และเครือข่ายทางการเมืองของเขาก็ค่อยๆ สร้างแนวร่วมฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถท้าทายอำนาจของพรรครัฐบาลที่ครองประเทศมาอย่างยาวนานได้

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อแนวร่วมฝ่ายค้าน Pakatan Harapan สามารถเอาชนะการเลือกตั้งได้สำเร็จ และอันวาร์ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากสมเด็จพระราชาธิบดีมาเลเซีย ส่งผลให้ความผิดเดิมถูกลบล้างและสิทธิ์ทางการเมืองของเขาได้รับการคืนกลับมา ประจวบกับภูมิทัศน์ทางการเมืองเริ่มเปลี่ยนไปหลังคดี 1MDB และการอ่อนแรงของพรรค UMNO เดิม

ในปี 2022 หลังการเลือกตั้งที่ไม่มีฝ่ายใดครองเสียงข้างมากเพียงพอ อันวาร์สามารถรวบรวมแนวร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ปิดฉากการเดินทางทางการเมืองที่ยาวนานกว่า 24 ปี จากนักโทษการเมืองสู่ผู้นำประเทศ

ทาริก ราห์มาน
Tarique Rahman

คนที่สามคือ Tarique Rahman นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศคนปัจจุบัน

ราห์มานเป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดี Ziaur Rahman และอดีตนายกรัฐมนตรี Khaleda Zia และถูกมองมานานว่าเป็นทายาททางการเมืองของพรรค Bangladesh Nationalist Party (BNP)

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการเมืองของเขาเกิดขึ้นในปี 2007 เมื่อบังกลาเทศเข้าสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหญ่และอยู่ภายใต้รัฐบาลรักษาการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ผู้นำการเมืองจากทั้งสองขั้วหลักของประเทศถูกดำเนินคดีในปฏิบัติการปราบปรามคอร์รัปชั่นครั้งใหญ่ ราห์มานถูกจับกุมและถูกคุมขังจากคดีหลายคดี ก่อนจะได้รับการประกันตัวและอนุญาตให้เดินทางไปรักษาตัวในสหราชอาณาจักรในปี 2008

แต่ราห์มานไม่ได้หายไปจากการเมือง ตลอดระยะเวลากว่า 17 ปีในกรุงลอนดอน เขายังคงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของพรรค BNP จากต่างประเทศ เข้าร่วมการตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญ และค่อยๆ สร้างสถานะของตนเองในฐานะผู้นำตัวจริงของฝ่ายค้านบังกลาเทศ แม้จะไม่ได้อยู่ในประเทศก็ตาม

ในขณะเดียวกัน คดีความและคำพิพากษาหลายคดีกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทางกลับประเทศของเขา ขณะที่รัฐบาล Sheikh Hasina ยังคงครองอำนาจอย่างแข็งแกร่งและดูเหมือนจะไม่มีสัญญาณว่าจะเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้กลับเกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อการประท้วงของนักศึกษาและประชาชนขยายตัวไปทั่วประเทศ จนรัฐบาล Sheikh Hasina ต้องพ้นจากอำนาจหลังบริหารประเทศมาเป็นเวลานาน ภูมิทัศน์ทางการเมืองของบังกลาเทศเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คดีจำนวนหนึ่งที่เคยเป็นอุปสรรคต่อราห์มานถูกทบทวน เพิกถอน หรือคลี่คลายไปตามกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

เมื่อโอกาสทางการเมืองมาถึง เขาจึงกลับมาในฐานะผู้นำฝ่ายค้านที่ยังคงมีฐานมวลชน พรรคการเมือง และเครือข่ายสนับสนุนรองรับอยู่แล้ว

หลังการเลือกตั้งปี 2026 พรรค BNP สามารถกลับมาชนะการเลือกตั้งได้สำเร็จ และราห์มานก็ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ปิดฉากเส้นทางกว่า 17 ปีจากผู้ต้องขังทางการเมืองและผู้ลี้ภัยในต่างแดน สู่การกลับมาเป็นผู้นำประเทศในที่สุด

สิ่งที่กรณีของลูลา อันวาร์ และทาริก ราห์มาน เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็น คือความจริงข้อหนึ่งของการเมืองว่า ไม่มีใครสามารถผูกขาดอนาคตได้ตลอดไป

ในทุกช่วงเวลาที่บุคคลเหล่านี้ถูกจำคุก ถูกตัดสิทธิ์ หรือถูกบีบให้ออกจากประเทศ ต่างมีคนจำนวนมากเชื่อว่าเรื่องราวของพวกเขาจบลงแล้ว

แต่การเมืองมีความเป็นไปได้เสมอ เพราะอำนาจเปลี่ยนได้ กฎหมายเปลี่ยนได้ นิรโทษกรรมเป็นไปได้

ตราบใดที่ยังมี “เจตจำนงทางการเมือง” ตราบนั้นก็ยังมี “หนทางทางการเมือง” การกลับมาทางการเมือง จึงเป็นไปได้เสมอถึงแม้จะโดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตก็ตาม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’
การกลับมาของนักการเมือง