bg-single

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | เอาท้องฟ้าของเราคืนมา

02.03.2019

ผู้รู้ท่านว่า วิถีระบบสุริยะนั้นโคจรเป็นวงรีเหมือนรูปไข่ คือตั้งไข่ เอาด้านรีลง สุริยะทั้งระบบจะเคลื่อนจากด้านบนลงล่าง ซ้ายวนขวา เมื่อเคลื่อนลงสุดปลายเรียวแล้วก็จะเคลื่อนขึ้นสู่ด้านมนป้านข้างบน

ว่ากว่าจะครบรอบ ใช้เวลาเป็นล้านล้านปี

และว่า ปัจจุบันระบบสุริยะทั้งระบบกำลังเคลื่อนคล้อยลงสู่ด้านเรียว ซึ่งยังไม่ถึงปลายสุด อาจต้องรออีกสักล้านปีโน่น

ระบบสุริยะทั้งระบบนะ คือระบบที่โลกซึ่งเป็นดาวเคราะห์บริวารดวงหนึ่งในเก้าดวงประกอบด้วยดวงจันทร์อันมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ทั้งหมู่นี่แหละที่กำลังเคลื่อนไปพร้อมกัน ตามวิถีคล้อยลง

เพราะฉะนั้น บรรดาสรรพวิกฤตทั้งหลายที่ทั้งโลกกำลังเผชิญอยู่นี้ เป็นไปได้ว่าเป็นผลจากวิถีโคจรของระบบสุริยะนี่เอง

แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด โดยเฉพาะลูกล่าสุดชื่ออนักครากาตั้ว ที่อินโดนีเซีย ลมวนขั้วโลกเป็นผลให้หิมะถล่มเมืองชิคาโกที่อเมริกา

จนถึงฝุ่นพิษในไทยที่ชื่อ PM 2.5 นี้

อาจมีวิบัติภัยอื่นตามมาอีกเป็นระลอกๆ ทั้งในโลกเราและระบบสุริยะทั้งระบบนี่แหละ

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ละกัน

วิบัติแห่งวิกฤตนี้เหมือนจะถี่ขึ้นไม่รอถึงล้านปีแล้ว

ตระหนักกันหรือยังล่ะ เจ้ามนุษย์มดตะนอยตัวน้อยนิดกะจิดกะจี้รี่

เหมือนจะตระหนักกันไม่พอ ด้วยมนุษย์ก็ยังก่อกรรมทำเข็ญ ทั้งแก่โลกและต่อมนุษย์ด้วยกันเอง ถี่ขึ้นกระชั้นขึ้นเช่นกัน

ที่ญี่ปุ่นนั้นดูจะมีประสบการณ์มากกว่าใคร เพื่อนญี่ปุ่นเล่าให้ฟังว่า ที่เมืองคิตะคิวชูซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมนั้น ครั้งก่อนสงครามโลก หมอกควันจากปล่องโรงงานปิดฟ้าคลุมเมือง และว่า เครื่องบินที่ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สองหลังจากลูกแรกที่เมืองฮิโรชิมา แล้วจะมาลงที่เมืองนี้ แต่เดชะบุญที่นี่ฟ้ามืดด้วยหมอกควันคลุมหมดไม่เห็นเมือง เครื่องบินจึงไปทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สองที่เมืองนางาซากิแทน

อย่างนี้จะเรียกว่าฟ้าโปรดได้ไหม

คือหมอกควันที่ปิดฟ้ากลายเป็นส่งผลดีแก่เมืองนี้

ครั้นสิ้นสงคราม ชาวเมืองเริ่มจะทนไม่ไหว ถึงจะปลอดภัยจากปรมาณูลูกนั้น แต่เมืองนี้ต้องเผชิญกับหมอกควันอันไม่ปลอดภัยเช่นกัน

ตรงนี้ต้องยกย่องจิตใจของชาวเมือง โดยเฉพาะสตรีแม่บ้านแห่งเมืองคิตะคิวชู ร่วมใจกันเดินขบวนทั้งเมืองและชูคำขวัญตะโกนก้องเมือง ด้วยประโยคเด็ดว่า

“เอาท้องฟ้าของเราคืนมา”

เอาท้องฟ้าของเราคืนมา นี่แหละคือประโยคที่ชาวกรุงเทพฯ และทุกที่ที่กำลังเผชิญภัยจากฝุ่นพิษควันภัยจะต้องร่วมกันตะโกนให้ก้องฟ้าก้องแผ่นดินวันนี้

วันนี้ฟ้าเมืองคิตะคิวชูเป็นฟ้าใสเจิดแจ่มแม้จะมีปล่องควันโรงงานเท่าเดิม ด้วยเขากรองอากาศทุกโรงงาน ทุกปล่องควัน

สำคัญยิ่งคือ นักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเริ่มรณรงค์ต่อต้านการสร้างโรงงานเพิ่มในญี่ปุ่น เป็นผลให้ญี่ปุ่นเริ่มมีนโยบายย้ายโรงงานไปประเทศอื่น ซึ่งก็มีหลายประเทศที่พลอยชื่นชมยินดีกับตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศในประเทศตน ถือเป็นความเจริญก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจด้วยซ้ำไป

เพื่อนญี่ปุ่นนักอนุรักษ์ก้าวหน้าเล่าว่า เขาตั้งกลุ่มต่อต้านนโยบายย้ายโรงงานไปประเทศอื่นด้วยการร่วมขบวนรณรงค์ต่อต้านกับนักอนุรักษ์ก้าวหน้าในประเทศนั้นๆ โดยให้ข้อมูลถึงพิษภัยทั้งหลายที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเอง

นี่คือความขัดแย้งระหว่างนโยบายเศรษฐกิจกับมลพิษสิ่งแวดล้อมอันมีอยู่ทั่วโลก

ไทยเราก็กำลังเผชิญอยู่กับสภาวะนี้

แม้เหมือนจะไม่เข้มข้น แต่ดูจะเข้มงวดเข้าทุกทีเหมือนกัน

ฝุ่นพิษจากไหน

ควันภัยจากไหน

ก็จากน้ำมือของมนุษย์ตัวน้อยเยี่ยงมดตะนอยกระจ้อยร่อยกระจิริดจิ๊ดจี้นี่แหละ

โดยสภาพภูมิประเทศ ประเทศไทยเรานอกจากไม่แพ้ประเทศใดในโลกแล้ว ยังเหมือนจะดีเหนือกว่าหลายประเทศในโลกด้วยซ้ำ

อาจารย์เสน่ห์ จามริก ท่านเคยกล่าวว่า ประเทศที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ดีที่สุดในโลกนั้น มีอยู่ประมาณเจ็ดเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่โลกทั้งหมด สำคัญคือ พื้นที่เจ็ดเปอร์เซ็นต์นี้เองสามารถผลิตทรัพยากรได้ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของทรัพยากรที่ผลิตได้ในโลก

พื้นที่ดังว่านี้อยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรรอบโลก ซึ่งมีประเทศไทยเราเป็นหนึ่งอยู่ในนี้ด้วย

ก็ดูเถิดที่ตั้งของประเทศไทยเรานั้นพิเศษปานใด ด้านตะวันออก เรามีประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา และเวียดนามเป็นดั่งปราการต้านลมมรสุมตะวันออก โดยเฉพาะเวียดนามมีชายฝั่งทะเลยาวราวสองพันกิโลเมตรเป็นด่านฟ้า-ด่านลมให้เราไปโดยปริยาย

ด้านเหนือ เรามีแผ่นดินจีนเป็นด่าน ด้านตะวันตก เรามีเมียนมาจรดอินเดียเป็นด่าน ด้านใต้ เรามีหมู่เกาะคือประเทศทั้งหลาย ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นดั่งปราการกำบัง

ภูมิลักษณะเช่นประเทศเรานี่แหละที่ทั่วโลกเขากำลังจ้องตาเป็นมันอยู่

อาเซียนก็อาเซียนเถิด ไม่มีใครเปิดอ้าซ่าตั้งโต๊ะให้เข้ามารุมกินโต๊ะจีนเหมือนพี่ไทยเรานี้อีกแล้ว

ในภาวะเยี่ยงนี้ ท้าทายวิธีคิด คือจะเอาเงินเป็นหลักหรือจะเอาความอยู่ดีมีสุขของคนเป็นหลัก ถ้าเอาเงินเป็นหลักก็แก้กันที่ปลายเหตุต่อไป คือใส่หน้ากากให้เมือง ใส่หน้ากากเข้าหากัน

แต่ถ้าเอาความอยู่ดีมีสุขของคนเป็นหลักก็ต้องรวมตัวกันตะโกนกู่ก้อง

“เอาท้องฟ้าของเราคืนมา”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี