bg-single

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/เทอร์โมสแกน กล้องอินฟราเรด คัดกรองระบาดของเชื้อโรค สายพันธุ์อู่ฮั่น

08.02.2020

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://chokcyberai.blogspot.com

https://chokweekly.blogspot.com

เทอร์โมสแกน กล้องอินฟราเรด

คัดกรองระบาดของเชื้อโรค

สายพันธุ์อู่ฮั่น

#เทอร์โมสแกน (#Thermoscan) #กล้องถ่ายภาพความร้อน เป็นการตรวจร่างกายเบื้องต้น จะมีการตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย เพื่อดูว่าผู้ที่เข้ามารับการรักษามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติหรือมีไข้หรือไม่ เพื่อทำการคัดกรองผู้ป่วย จะจับความเข้มของการแผ่รังสีความร้อนจากตัวผู้ป่วยแล้วนำมาประมวลผลเป็นค่าอุณหภูมิ

ยิ่งมีการแผ่รังสีความร้อนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอุณหภูมิสูงมากเท่านั้น

กล้องถ่ายภาพนี้สามารถสร้างภาพจากการแผ่รังสีอินฟราเรด ซึ่งเปรียบเทียบได้กับกล้องถ่ายภาพธรรมดา แตกต่างกันที่กล้องถ่ายภาพธรรมดาใช้การสร้างภาพจากแสงที่มองเห็นได้ ที่มีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 450-750 นาโนเมตร

แต่กล้องถ่ายภาพความร้อนทํางานกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ความยาวคลื่นประมาณ 14,000 นาโนเมตร ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รังสีอินฟราเรดหรือเรียกว่าคลื่นรังสีความร้อน

สามารถนำกล้องไปใช้ในงานที่มีจำนวนคนมากๆ สะดวก และรวดเร็วกว่าการวัดอุณหภูมิ

กล้องถ่ายภาพความร้อนจะสแกนบุคคลที่เข้ามา แล้วทำการคัดกรองผู้ป่วยจากอุณหภูมิที่แตกต่างไป

โดยเมื่อมีคนเข้ามาในกรอบสังเกตการณ์ กล้องจะทำการประเมินอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ และแสดงผลออกมาในรูปแบบจุดสี คือสีแดง หมายถึง มีความเสี่ยงที่จะมีไข้ และสีเขียว หมายถึงปกติ

กล้องถ่ายภาพรังสีความร้อน (อินฟราเรด) ซึ่งเป็นกล้องสำหรับตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายแบบไม่สัมผัส โดยนำมาใช้ตรวจวัดผู้สงสัยที่จะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เพื่อคัดแยกผู้ที่มีอุณหภูมิสูงออกจากผู้ป่วยทั่วไปและบุคคลปกติโดยไม่ต้องสัมผัสผู้ป่วย ซึ่งในปัจจุบันใช้วิธีตรวจวัดอุณหภูมิ

ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถคัดกรองผู้ป่วยได้หลายคนพร้อมกันและให้บริการตรวจวัดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้แยกผู้ป่วยที่มีอาการไข้สูงหรือผู้ป่วยที่อาจมีเชื้อโรคติดต่อร้ายแรง

กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงขั้นตอนการเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ด่านควบคุมโรคท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังคงคัดกรองผู้ป่วยด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนอินฟราเรด หรือเทอร์โมสแกน (Thermoscan) โดยทำใน 2 ระดับชั้น

ระดับชั้นที่ 1 เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารทั่วไป โดยการใช้อุปกรณ์ Thermoscan camera surveillance เพื่อคัดกรองอุณหภูมิ “ผู้โดยสารทุกคน” ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจากเที่ยวบินทั่วโลก บริเวณทางเข้าก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 3 ช่องทาง และครอบคลุมทุกพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเป็นเครื่องที่มีกล้องติดตั้งคล้ายระบบ CCTV โดยศูนย์กลางควบคุมอยู่ที่สถานีด่านควบคุมโรคในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเฝ้าระวังอุณหภูมิผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง

เป็นมาตรฐานสากลที่สนามบินนานาชาติในเอเชียดำเนินการมาต่อเนื่องประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2560

ระดับชั้นที่ 2 การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารระดับเฉพาะเจาะจงพิเศษ เป็นการทำ Thermoscan camera surveillance แบบ target flight/destination เป็นการดำเนินการเสริมในกรณีที่เกิดเหตุการณ์โรคระบาดขึ้นในต่างประเทศ

โดยจะทำการติดตั้งอุปกรณ์ mobile thermoscan camera ตามจุดที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางเดินจากประตูเครื่องบินของผู้โดยสารเดิน ก่อนเข้าไปยังอาคารสนามบิน

โดยมีกระบวนการตรวจเช็ก 2 รูปแบบ ได้แก่

2.1 แบบเจาะจง ประตูทางออก (Target Gate) ในกรณีที่ประเทศต้นทางของการระบาดเชื้อโรคมีจำนวนเที่ยวบินไม่มากนัก เจ้าหน้าที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจ Thermoscan บริเวณด้านหน้าประตูเครื่องบินที่กำหนดไว้ โดยผู้โดยสารจะต้องผ่านการคัดกรองทุกคน

หากพบอุณหภูมิร่างกายผิดปกติ เช่น ไข้ต่ำ เจ้าหน้าที่จะวัดอุณหภูมิร่างกายทางใบหูซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันอุณหภูมิจริงของร่างกาย ด้วยวิธีการนี้ทำให้สามารถตรวจพบผู้โดยสารที่มีไข้และยืนยันการติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากเมืองอู่ฮั่นได้เป็นรายแรกที่อยู่นอกประเทศจีน

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากความสามัคคีและช่วยเหลือของภาคี อาทิ การท่าอากาศยาน (ฝ่ายการแพทย์ ฝ่ายบริหาร) สายการบิน และด่านตรวจคนเข้าเมือง

2.2 แบบเจาะจง อาคารเทียบเครื่องบิน (Target Concord) โดยดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ Thermoscan camera ในแบบ concord screening โดยกำหนดให้เที่ยวบินที่มาจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อโรคให้ลงในอาคารสถานที่เดียวกัน เพื่อไม่ให้ปะปนกับผู้โดยสารจากประเทศอื่น”

และยืนยันว่าสนามบินสุวรรณภูมิไม่เคยหยุดทำ Thermoscan ยังคงตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารทุกคนตลอด 24 ชั่วโมงเป็นขั้นต่ำ ณ จุดทางเข้าตรวจคนเข้าเมือง (universal)

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมรณรงค์แจกหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนตามจุดคัดกรองเข้า-ออกภายในห้างศูนย์การค้า เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวที่อาจจะเข้าข่ายมีความเสี่ยง

ถ้ามีอุณหภูมิในร่างกายสูงถึง 38 องศาเซลเซียส เครื่องจะแจ้งเตือน จากนั้นก็จะนำส่งโรงพยาบาลให้ทันท่วงที

การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัดหรือสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น การล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่นาน 20 วินาที แต่ถ้าไม่มีให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย ที่แม้จะป้องกันไม่ได้ 100% แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยง ปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไข่ให้สุกด้วยความร้อน สวมถุงมือในขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ

และอย่าเดินทางขณะป่วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space
E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport