bg-single

นวัต-จิตร-วรรณกรรม จ่าง แซ่ตั้ง (2)/รายงานพิเศษ เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

23.08.2021

รายงานพิเศษ

เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

 

นวัต-จิตร-วรรณกรรม จ่าง แซ่ตั้ง (2)

 

อีกหลายปีต่อมา ข้าพเจ้าทราบและพบเฮียจ่าง แซ่ตั้ง ไปเช่าแผงอยู่ที่ท่าน้ำถนนตก แล้วให้ “เจ๊” เปิดแผงขายหนังสือพิมพ์ ส่วนตัวเองยังคงรับจ้างวาดภาพเหมือนไปด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตไปศึกษางานด้านศิลปบ้างแล้ว

เมื่อต่างคนต่างแยกย้ายไม่เจอะเจอกันหลายปี ข้าพเจ้ายังอาศัยเติบโตที่ตึกแถวบริเวณสี่แยกตลาดพลู ห่างจากห้องที่เฮียจ่างเช่าอยู่เพียงช่วงถนนเทอดไทยตัดขวาง เป็นระหว่างที่น้าชายของข้าพเจ้า “สำราญ ทรัพย์นิรันดร์” ได้รับหน้าที่บรรณาธิการนิตยสาร “ช่อฟ้า” ของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่มี “กิตติวุฑโฒภิกขุ” เป็นเลขาธิการมูลนิธิ และมอบหมายให้ข้าพเจ้า ขรรค์ชัย บุนปาน สุจิตต์ วงษ์เทศ ทำหน้าที่กองบรรณาธิการ

บางครั้ง ได้มีโอกาสพบกับเฮียจ่างอยู่บ้าง ทราบว่าเฮียเปลี่ยนวิถีชีวิตไปสิ้นเชิงด้วยการ “วาดภาพ” ใช้สีดำเป็นหลัก

ระหว่างดำเนินการนิตยสารช่อฟ้าบนชั้นสองของโรงพิมพ์อักษรสัมพันธ์การพิมพ์ ถนนเฟื่องนคร หน้าวัดราชบพิธฯ เฮียจ่างมาเยี่ยมเราถึงบนสำนักพิมพ์ พร้อมรับคำทวง “ต้นฉบับบทกวี” หรืองานเขียนของเขาจากพวกเรา ขณะที่เขาเริ่มเขียนเรื่องสั้นและบทกวีบ้างแล้ว

เรื่องหนึ่งคือเรื่องสั้นที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อปี พ.ศ.2506 ชื่อ “เวลาอันยาวนาน” เป็นระหว่างที่จ่างเริ่มรู้จักของศิลปิน “ละแวกถนนหน้าพระลาน” มากแล้ว

หนังสือรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นอีกเล่มหนึ่งที่รวม บทความ สารคดี เรื่องสั้น และงานภาพเขียนที่ได้รับรางวัล “แห่งชาติ” ดีมากอีกเล่มหนึ่ง ไม่ต่างจากหนังสือ “23 ตุลา” ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งปีหนึ่งเป็นเหตุให้สาราณียกรคนหนึ่ง “จิตร ภูมิศักดิ์” ถึงกับถูก “โยนบก” ด้วยความไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ลงตีพิมพ์จากคณะกรรมการสโมสรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สจม.)

 

แล้ววันหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2510 นิตยสารช่อฟ้ารายเดือน จึงมีโอกาสตีพิมพ์บทกวีของจ่าง แซ่ตั้ง ซึ่งมีบันทึกไว้ว่าเป็น “บทกวีสมัยใหม่ (CONCRETE POETRY)” ครั้งแรก หลังจากบทกวีคำซ้ำ…

“ลอย ลอย ลอย ฯลฯ…” (จ่าง แซ่ตั้ง เริ่มเขียนบทกวีชิ้นแรก เมื่อ พ.ศ.2510 ขณะนอนพักผ่อนข้างลอมฟางหลังจากเขียนรูป การเป็นคนวาดรูป ทำให้จ่างมองเห็นสิ่งเบื้องหน้าเป็น “ภาพ” แม้เขาจะใช้ตัวอักษรแสดงความรู้สึกแทนสีน้ำ หรือถ่าน อย่างที่เคยทำตามปกติของการวาดภาพ ตัวอักษรของเขาก็แสดงเป็นภาพอยู่นั่นเอง-บทกวีบทแรกในชีวิตของจ่าง แซ่ตั้ง เผยแพร่ครั้งแรก-บทกวีการเมืองของจ่าง แซ่ตั้ง รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ เล่มเดียวกัน หน้า 387)

และปีต่อมา พ.ศ.2511 หนังสือรวมกวีนิพนธ์นามธรรม “ปกดำ” ของจ่าง แซ่ตั้ง จึงพิมพ์ออกจำหน่าย

น่าเสียดายว่า นอกจากเรื่องสั้น “เวลาอันยาวนาน” ที่ลงตีพิมพ์ในหนังสือรับน้องใหม่มหาวิทยาลัยศิลปากร ปี พ.ศ.2506 แล้ว เรื่องอื่นที่เป็นวรรณกรรม และกวีนิพนธ์ของจ่าง แซ่ตั้ง แม้เมื่อนำมารวมเป็นเล่มแล้ว ไม่มีชื่อหนังสือและวันเดือนปีของเรื่องนั้นลงพิมพ์บอกไว้แม้แต่เรื่องเดียว

สอบถามจากทิพย์ แซ่ตั้ง-กรกฎาคม 2564-ซึ่งเป็นผู้ที่รวมรวมภาพและงานเขียนของพ่อที่มีจำนวนมาก (จากการศึกษาโดยได้รับทุนสนับสนุนจาก Haus der Kulturen der Welt ในปี พ.ศ.2558 แคลร์ วีล (CLARE Veal) นักประวัติศาสตร์ศิลปะที่สนใจศึกษาศิลปะในบริบทอุษาคเนย์ได้สรุปผลงานทั้งหมดของจ่างไว้ว่ามีผลงานจิตรกรรมจำนวนกว่า 5,000 ชิ้น และข้อเขียนจำนวนกว่า 90,000 แผ่น-เล่มเดียวกัน หน้า 121) ว่าไม่สามารถทราบได้ว่าเรื่องใด หรืองานเขียนใดลงพิมพ์หรือเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จึงไม่สามารถอ้างอิงได้ แม้ทราบว่าการระบุชื่อหนังสือและวันเดือนปีของผลงานอาจแสดงถึงห้วงเวลาและประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ขณะนั้นมีความสำคัญก็ตาม

หากมีโอกาสและสามารถทราบได้หรือใครทราบว่าวันเวลาของผลงาน จ่าง แซ่ตั้ง เผยแพร่เมื่อไหร่ อย่างไร โอกาสตีพิมพ์รวมเล่มครั้งต่อไปจะพยายามจัดบันทึกไว้

 

เมื่อข้าพเจ้าเกิดคิดถึง “คน…คอยรถเมล์โดยสารประจำทาง…ที่กรุงเทพฯ” ระหว่างไวรัส “โควิด-19” แพร่ระบาด ทั้งรัฐบาลประกาศมาตรการเข้มงวดไม่ให้ออกจากบ้านหากไม่จำเป็น ข้าพเจ้ามองไปในความว่างเปล่า เห็นภาพถนนโล่ง ป้ายรถเมล์ปราศจากผู้คน นักเรียน แม่กระเตงลูกบนสะเอว ยิ่งคิดถึง “กวี” บทนี้ ไม่ทราบว่าจะให้เรียกว่าอะไร ณ ขณะนั้น

แล้วข้าพเจ้ากลับคิดถึง บทกวีต้นฉบับที่เป็นลายมือของ “จ่าง แซ่ตั้ง” พลันกลับไปคิดถึงงาน “จิตรกรรมสีดำบนผ้าใบผืนใหญ่” ฝาผนังบ้านที่จ่างใช้สีดำละเลงด้วยฝ่ามือไปบนนั้น

หากวันนี้ต้นฉบับ “คน” ยังคงอยู่ และนำมาใส่กรอบให้เป็นงานที่น่าจะเรียกว่า

“นวัต-จิตร-วรรณกรรม”

ด้วยเป็นบทกวีที่จ่าง แซ่ตั้ง จารไว้ด้วยอักษรไทย 2 ตัวเพียงคำเดียว แต่เรียงกันยาวบรรทัดละ 16 คำ เป็นคำว่า “คน” 8 บรรทัด เท่ากับคำว่า “คน 128 คำ” หรือ “คน 128 คน คอยรถเมล์โดยสารประจำทาง… (ณ ขณะนั้น เช้าสายเที่ยงบ่าย ค่ำหรือดึก ที่ใดที่หนึ่ง) ในกรุงเทพฯ”

นั้นคือนวัตกรรมอันเป็นจิตรกรรมซึ่งเกิดจากวรรณกรรม ประดิษฐกรรมสมัยใหม่วันนี้

ในโลกยุคดิจิตอลที่หมุนเร็ว เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่ท่วมท้นและการเติบโตของสื่อออนไลน์แขนงต่างๆ ที่ปรับตัวให้เข้ากับวิถีแห่งยุคสมัย เราท่านทราบกันดีว่า บทกวีมิใช่ลมหายใจของคนรุ่นใหม่อีกต่อไป (ลมหายใจใหม่ของบทกวี จ่าง แซ่ตั้ง หัตถกาญจน์ อารีศิลป เล่มเดียวกัน หน้า 280)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี