bg-single

พระบิดา กับดราม่าลัทธิประหลาด บทบาทศาสนาพุทธในไทยหายไปไหน ทำไมไม่แก้ปัญหา?/รายงานพิเศษ

18.05.2022

รายงานพิเศษ

พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

 

พระบิดา กับดราม่าลัทธิประหลาด

บทบาทศาสนาพุทธในไทยหายไปไหน

ทำไมไม่แก้ปัญหา?

 

ผศ.ดร.ชาญณรงค์ บุญหนุน อาจารย์ประจำภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มองปรากฏการณ์ในสังคมไทยในเรื่องความเชื่อ ศาสนา ลัทธิต่างๆ ว่า หากพิจารณาสังคมปัจจุบันเป็นยุคเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ และความเป็นโลกสมัยใหม่จนไม่น่าจะมีอะไรที่ประหลาดที่เกิดขึ้นแบบเหตุการณ์ลัทธิประหลาด “พระบิดา” ที่ปรากฏเป็นข่าวดังใน จ.ชัยภูมิ ที่ให้ประชาชนกินสิ่งสกปรกโดยอ้างว่าแก้โรค

นักวิชาการด้านศาสนา มองว่าที่เราคิดว่าสังคมไทยมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแล้วคิดว่าความก้าวหน้าทางความคิดจะพัฒนาไปด้วย มันอาจจะไม่ใช่ เพราะสังคมไทยในภาพรวมยังไม่ได้มีความก้าวหน้าทางความคิดเท่าไหร่

ดังจะสังเกตได้ว่า อาจจะมีคนจำนวนหนึ่ง เช่น คนยุคใหม่ที่ไม่เคยเชื่อเรื่องศาสนา ไม่ค่อยเชื่อในเรื่องที่ดูเหมือนกับมีความงมงายไร้สาระ แต่เราก็จะเห็นภาพที่ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีความเชื่อในทางงมงายปรากฏอยู่เสมอ เช่น การไปขอพรจากพระตรีมูรติ หรือพระศิวะ ที่เซ็นทรัลเวิลด์

ถ้าเราเทียบเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์นี้ระหว่างคนหนุ่มสาวจำนวนมากเป็นโสดอยากมีคู่และไปไหว้เทพเจ้าฮินดูที่อยู่ใจกลางเมืองกันล้นหลามมากมาย เพื่อขอพรให้ตัวเอง กับกรณีพระบิดาที่เกิดขึ้น เราก็จะเห็นว่ามันสะท้อนว่าสังคมไทยยังมีความเชื่อบางอย่างที่ไม่ไปกันกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

พอเรามาดูกรณีที่เกิดขึ้น ที่คนมองว่ากรณีพระบิดาเป็นเรื่องงมงาย เราก็จะเห็นว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นในชนบท คนชนบทก็อาจจะมีปัญหาอีกแบบหนึ่ง แต่คนที่อยู่ในเมืองก็จะมีปัญหาอีกรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น ในกรณีของพระบิดามันสะท้อนปัญหาเรื่องของความไม่สามารถที่จะเข้าถึงระบบสุขภาพของรัฐที่คนจำนวนหนึ่งพอจะพึ่งได้

หรือมองอีกแง่หนึ่งคือความช่วยเหลือระบบต่างๆ ยังไปไม่ถึงกลุ่มคนชายขอบของสังคมได้ ดังนั้น เมื่อเรามองกรณีนี้ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องของชายขอบที่ต้องการมีชีวิต-สุขภาพที่ดี

หากมองมิตินี้ก็จะมีปัญหาคล้ายกับกรณีคนในเมืองกรุงเทพฯ ที่ต้องการมีความปรารถนาจะมีชีวิตที่ดี เลยต้องทำให้เขาแสวงหาอะไรบางอย่างเท่าที่จะสามารถหาได้ เช่น การที่เขาคิดว่าเขาศรัทธาใครสักคนแล้วทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น หากได้นับถือใครสักคน มันก็เหมือนกับคนหนุ่มสาวที่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่ไปบูชาเทพเจ้าต่างศาสนา ใจกลางเมือง

กรณี “พระบิดา” จึงสะท้อนถึงระบบสุขภาพบ้านเราไม่ดีพอ ทำให้ชาวบ้านต้องไปพึ่งคนอื่น เพราะความเชื่อแบบโบราณ การแก้ปัญหาด้านสุขภาพจะมี 2 ส่วนคือ เรื่องของไสยศาสตร์กับการรักษาโรคในสมัยโบราณที่มีทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อขาดที่พึ่งและมองไม่เห็นการรักษา ชาวบ้านจึงต้องไปพึ่งพาทางอื่นๆ ทำให้คนที่ขาดความรู้คิดว่าการที่เขาไปกินของที่ไม่พึงประสงค์มันอาจจะทำให้เขาหายจากโรคได้ ทำให้เขาหลุดพ้น ทำให้เขามีความสุขได้ มันเป็นประเด็นปัญหาอันหนึ่งในเรื่องของความไม่มีความรู้ในเรื่องสุขภาวะที่เพียงพอของคนจำนวนหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าในสังคมเรามันมีคนซึ่งกลายเป็นคนที่ไม่สามารถพึ่งพิงรัฐได้

ผมมองว่าในกรณีคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิภาพ สวัสดิการจากรัฐได้ก็จะมีทางออกลักษณะแบบนี้เหมือนกันกับคนที่อยู่ในสังคมทุนนิยมแล้วถูกบีบรัดมากๆ จนไม่รู้จะหาทางออกแบบไหน

เลยหาทางออก ในการบูชาเทพเจ้าขอพรในเมือง ถ้ามองในแง่มุมนี้ก็จะคล้ายกัน

เมื่อเรามองบทบาทของศาสนาพุทธในประเทศไทย ผศ.ดร.ชาญณรงค์บอกว่า ถ้ามองจากแง่มุมที่ว่าสังคมไทยเกิดปัญหาเรื่อง “ความงมงาย” “ไสยศาสตร์” พูดในทางการคือเป็นเรื่องของศรัทธาที่ไม่มีปัญญา คือเป็นแนวคำตอบแบบพระสายเถรวาทเขาจะพูดทำนองนี้คือ “ความศรัทธา” ใดๆ ก็ตาม ที่ไร้ปัญญากำกับจะออกมาในลักษณะแบบนี้ พุทธศาสนาชอบบอกว่าตัวเองเป็นศาสนาแห่งปัญญา สถาบันสงฆ์ไทยหรือองค์กรคณะสงฆ์ไทยชอบสื่อสารว่าเขาเป็นศาสนาแห่งปัญญา ไม่ใช่ความงมงาย

ดังนั้น ถ้าเราคิดว่าคน-องค์กร-หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ชาวพุทธหรือชาวไทยมีศรัทธาที่มีปัญญากำกับได้นั้น หากเราสังเกตให้ดีจะพบว่าบทบาทของศาสนาในสังคมไทยมันกลายเป็นว่าไปโดดเด่นในเรื่องของการส่งเสริม “ความงมงาย” แทน ดังผลลัพธ์ที่จะออกมาในรูปแบบของการบูชารูปเคารพหรือวัตถุต่างๆ เช่น การบูชาท้าวเวสสุวรรณในปัจจุบันเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความงมงายเหมือนกัน ไม่ว่าจะมองจากแง่มุมของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่หรือมองจากแง่มุมโดยเอากรอบของพุทธศาสนาแบบเถรวาทไปมองกรณีต่างๆ ก็ต้องยอมรับว่าพุทธศาสนาเองก็มีส่วนส่งเสริมให้เกิดความงมงาย

หรือถ้าจะพูดให้เป็นกลางๆ กว่านี้ ต้องบอกว่า “ศาสนาพุทธ” เองขาดบทบาทสำคัญในการที่จะจัดที่จัดทางให้กับความเชื่อหรือศรัทธาของผู้คนให้เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสม จะเห็นได้ว่าบทบาทด้านนี้ไม่ค่อยมีเท่าไหร่

ส่วนองค์กรสงฆ์ในบ้านเราพยายามที่จะให้คนทำบุญ แต่เวลาพูดถึงการทำบุญแม้กระทั่งการสั่งสอนให้คนทำบุญก็ยังมีลักษณะของความงมงาย มันไม่ได้ถูกตีความให้เข้ากับโลกยุคสมัยใหม่ว่าการทำบุญมีนัยยะสำคัญต่อชุมชนหรือต่อสังคมอย่างไร แต่มักจะพูดถึงการทำบุญที่ทำให้เกิดพลังบางอย่างที่ช่วยคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัยเวลาเจออุปสรรคหรือสถานการณ์ที่ไม่ดีในชีวิต อย่างเช่น การแก้ปัญหาเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ความไม่แน่นอนในชีวิต ก็พยายามที่จะบอกว่าการทำบุญเป็นทางที่จะช่วยให้คนสามารถก้าวข้ามภยันตรายต่างๆ ในชีวิตได้

บทบาทของคณะสงฆ์ไทยเวลานี้ มักจะเทศนาสั่งสอนออกมาในลักษณะแบบนี้ ซึ่งมันก็ทำให้การทำบุญไม่ได้มีลักษณะที่ครบถ้วนสมบูรณ์ กลับกลายเป็นการทำบุญด้วยเงิน แต่การทำบุญด้วยการรักษาศีลไม่ค่อยมีเท่าไหร่ หรือการทำบุญด้วยการให้ความรู้ ให้ปัญญา หรือการแสวงหาปัญญายิ่งลดน้อยถอยลงไปอีก

ส่วนหลักคําสอนของศาสนาก็ไม่ได้เป็นเรื่องปัญญาที่จะเข้าใจโลกสมัยใหม่ได้ มันก็ทำให้บทบาทที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพทางปัญญาของสังคมไทยหายไป

ถ้ามองในแง่บทบาทคณะสงฆ์ ภาพรวมมักจะออกมาเป็นแบบนี้ ยิ่งกว่านั้นองค์กรทางพุทธศาสนาในประเทศไม่ได้จัดที่จัดทางให้กับศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ในลักษณะเหมาะสม

ยิ่งกรณีที่เราไปวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองด้วยวัตถุสิ่งของต่างๆ วัดชื่อดังต่างๆ ที่มีการก่อสร้างวัตถุทางศาสนาอย่างอลังการ มันมักจะมีเทพเจ้าในศาสนาหรือเทพเจ้าที่อิมพอร์ตมาจากฮินดูหรือมาจากพม่า มีการไหว้ฤๅษี หรือในขณะเดียวกันมีการไหว้ชูชกเลยด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.ชาญณรงค์มองว่าศรัทธาของผู้คนมันถูกแบ่งไปอยู่ตรงจุดอื่นๆ ส่วนนี้เองกลายเป็นว่า จะทำให้เกิดสัมมาทิฏฐิในทางศาสนาได้น้อยและไม่ได้ผลเลย

เพราะว่าสถาบันสงฆ์อาจจะไม่ได้เข้าใจโลกอย่างดีพอ เมื่อมองจากภายในวัดข้ามไปสู่โลกนอกวัด ตัวเองก็ยังไม่สามารถจะเข้าใจโลกได้อย่างถ่องแท้ และภาษาที่ตัวเองคุยกับโลก คุยกับชาวบ้าน คุยกับประชาชนก็คุยกันคนละภาษา

ในขณะที่โลกสังคมทั่วไปมันไปไกลมาก แต่ตัวเองยังคุยด้วยภาษาอีกแบบหนึ่ง จึงทำให้คนไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ในความหมายแบบนี้ หรือแม้กระทั่งการที่คณะสงฆ์จะไปมีบทบาทในการทำให้คนตัวเล็ก คนตัวน้อย คนชายขอบที่มีความทุกข์เพราะอะไรก็แล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมือง การที่พุทธศาสนาจะคอยอุ้มชูให้คนเหล่านั้น หรือทำให้คนเหล่านั้นมีทิศทางในการดำรงชีวิตที่ถูกต้องมันยิ่งน้อยลงไปใหญ่

มันก็เลยทำให้เราต้องเจอปรากฏการณ์แบบ “พระบิดา” และจะทำให้เราเจอได้อีกในอนาคตอีกหลายต่อหลายกรณี

ติดตามชมคลิปได้ทาง

https://bit.ly/3PbxbP0



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ