บทความพิเศษ
มังกร ซ่อนพยัคฆ์
ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’
ณ บ้านเกษมศรี
การเปล่งคำ “เราออกหนังสือพิมพ์ของเราเองซีครู” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เบื้องหน้า ครูอบ ไชยวสุ
มิได้เป็นความคิดอย่างเลื่อนลอยและไร้พื้นฐานอย่างแน่นอน
อย่าคิดว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ สะสมความจัดเจนส่วนใหญ่และด้านหลักมาจาก “เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์” เพียงแห่งเดียว
ความจริง มีมากกว่านั้น
การสะสมเริ่มตั้งแต่ได้เป็นนักเขียนใน “แถลงการณ์เทพศิรินทร์” โดยความสนับสนุนของ หลวงสำเร็จวรรณกิจ
ตั้งแต่ร่วมกับเพื่อนทำ “สาส์นสหาย” โดยการอุปการะด้านทุน จาก นายแตงโม จันทรพิมพ์ ในปี 2468
ทั้งยังได้ความจัดเจนจาก “สำนักรวมการแปล” ของ โกศล โกมลจันทร์ เจ้าของนามปากกา “ศรีเงินยวง” อันส่งผลให้ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่เพียงแต่เขียนเรื่องอ่านเล่นในนาม “ศรีบูรพา”
หากยังเขียนลำตัดในนาม “หมอต๋อง”
ยิ่งกว่านั้น ยังได้ความจัดเจนในห้วงที่ไปช่วย เฉวียง เศวตะทัต ทำหนังสือพิมพ์ “ธงไทย” รายสัปดาห์ในปี 2469
ทั้งยังสถาปนานามปากกา “นายบำเรอ” ในฐานะนักเขียนอาร์ติเกิลอีกด้วย
3 ประสบการณ์ สำคัญ
ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
ประสบการณ์ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ นับแต่มีผลงานเขียนเผยแพร่เมื่อปี 2465 เรื่อยมา จนถึงปี 2472 จึงประกอบขึ้นเป็นประสบการณ์และความจัดเจน 3 ส่วนเข้าด้วยกัน
ส่วนหนึ่ง ในฐานะ “นักเขียน”
ส่วนหนึ่ง ในฐานะ “คนทำหนังสือ” ทั้งในตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการและลงมือทำด้วยตนเอง
ส่วนหนึ่ง ในฐาน ะ”ผู้จัดพิมพ์” ผ่านสำนัก “นายเทพปรีชา”
ซึ่งสามารถทำรายได้ให้กับ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในยามออกย่ำราตรีกับเพื่อนพ้องอย่าง มาลัย ชูพินิจ หรือ พ.เนตรรังษี เป็นต้น
ประสบการณ์ ความจัดเจน 3 ส่วนนี้เองคือพื้นฐานแห่ง “สุภาพบุรุษ”
แม้ว่าข้อเขียนอันว่าด้วย “ตำนานคณสุภาพบุรุษ” ของ “ฮิวเมอริสต์” จะเขียนและตีพิมพ์ในปี 2531 ห่างจากเหตุการณ์เมื่อปี 2472 เกือบ 6 ทศวรรษ
แต่ความทรงจำของ อบ ไชยวสุ นับว่าแจ่มชัดอย่างยิ่ง
เป็นความแจ่มชัดนับแต่ อบ ไชยวสุ “สุราวิรัติ” เมื่ออายุ 60 ในปี 2503 ตามคำขออย่างนิ่มนวลของเพื่อนรัก นพ.เต็ม สุวิกรม เป็นต้นมา
เป็นความแจ่มชัดกระทั่งได้ “กลิ่น” เมื่อฟื้นความทรงจำผ่าน “ลลนา”
จากปี 2503 ที่ “สุราวิรัติ” โดยกัลยาณมิตรอันมีบทบาทอย่างสูงอยู่ในพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยระดับ นพ.เต็ม สุวิกรม เมื่อมาถึงปี 2531 จึงเป็นระยะเวลาแห่งการทบทวนอย่างมีสติ
การมองภาพของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และภาพของ อบ ไชยวสุ ผ่านข้อเขียนว่าด้วย “ตำนานคณะสุภาพบุรุษ” จึงทะลุไปยังภาพแห่งการสนทนาเปิดใจของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เหมือนกับได้นั่งฟังอยู่ข้างๆ
ลองอ่านดูเถิด
ความทรงจำ รำลึก
สมอง “ฮิวเมอริสต์”
เรื่องอยากจะออกหนังสือพิมพ์ของเรากันเองนี้ผมก็คิดอยู่นานแล้ว เพราะมัวแต่ทำงานเป็นลูกจ้างเขาอยู่ยังงี้เมื่อไหร่จะก้าวไปในทางที่เราคิดจะไปให้ใหญ่กว่านี้
ผมก็หาทางจะทำของเรากันเองให้ผลประโยชน์ตกอยู่แก่พวกเรา
เราพอจะรวมกันเป็นกลุ่มก้อนได้ พอจะสามารถรับงานหนังสือพิมพ์รายอะไรได้สักฉบับหนึ่ง
พอจะมีผู้ออกทุนให้ยืมมาก่อนเพื่อจะเริ่มงานได้ขนาดออกรายปักษ์
ผมคิดอยู่นานแล้วว่าจะใช้คำว่า “สุภาพบุรุษ” เป็นชื่อหมู่คณะที่เราจะรวมกันขึ้น รวมพวกเราเทพศิรินทร์เราให้มากที่สุด สวนฯ กับปทุมฯ จะมาร่วมด้วยเราก็จะไม่รังเกียจ
งานภายในสตาฟฟ์ของเราก็จะแบ่งหน้าที่กันให้เด็ดขาด รับผิดชอบเต็มมือ ไม่ก้าวก่าย
อ้อ แล้วผมมานึกได้เดี๋ยวนี้ว่า
เพื่อจะประหยัดรายจ่ายขั้นต้นนี่ไว้บ้างและออกจะเป็นรายจ่ายจำนวนใหญ่พอใช้ ซึ่งถ้าเราสงวนไว้ได้แม้เพียงชั่วคราวก็จะสงวนไว้นำไปใช้ทางอื่นที่จำเป็น หรือฉุกเฉินได้
คือ รายจ่ายด้านสำนักงาน ศูนย์กลางของการรวมพล
บ้านเกษมศรี อบ ไชยวสุ
จุดเริ่ม “คณะสุภาพบุรุษ”
ตรงนี้เองที่ ครูอบ ไชยวสุ บันทึกผ่านนาม “ฮิวเมอริสต์” ไว้ว่า
ผมพอรู้ถึงเจตนาจึงบอกว่า “เอาที่นี่ไปก่อนเลย กว้างขวางไม่ใช่น้อย”
คำว่า “ที่นี่” ของ ครูอบ ไชยวสุ ก็คือ “ห้องเกษมศรี” อันเป็นบ้านของท่านนั้นเอง
“เอาข้างบน กว้างเป็นสองเท่าของข้างล่างว่างโล่งตลอดเลย จะจัดเป็นที่พักนอนเสียครึ่งหนึ่ง ทางโน้นก็ได้หลายเตียงทีเดียว ห้องทางนี้มีช่องทางของบันไดทำให้แคบไปหน่อย ตั้งโต๊ะทำงานได้สองสามตัวแต่ใช้โต๊ะยาวนั่งด้วยกันเปลืองที่น้อยกว่าและปรึกษาหารือกันได้สะดวกด้วย”
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น
สถิตย์ เสมานิล นักหนังสือพิมพ์หนุ่มก็เช่าอยู่ติดกัน ครอบครัวของ ครูอบ ไชยวสุ ต้องส่งข้าวส่งแกงข้ามรั้วไปให้ทุกเย็น
“ได้การละ” กุหลาบ สายประดิษฐ์ กล่าว “สถิตย์นี่ทางศาสนาทางปรัชญาช่วยได้มาก”
“ทางปรัชญานี่จะอาศัยต่างประเทศบ้างละก็สถิตย์ได้แก่น” ครูอบ ไชยวสุ สำนองรับ
“แต่ทางศาสนาผมว่าครูถนิมเก่งกว่า”
จะเป็น “ถนิม” คนไหนไปไม่ได้ นอกจาก ถนิม เลาหะวิไลย ครูแห่งโรงเรียนเทพศิรินทร์
“ได้ยินชื่อครูถนิมก็ทำให้ชื่อครูโกศลและคุณชะเอมติดขึ้นมาด้วยพร้อมกัน เดี๋ยวเราทำบัญชีกันเถอะครับ”
“นั่นซี พูดกันเฉยเฉยไม่จดบันทึก เดี๋ยวจะจดเข้าจริงก็ต้องเสียเวลาอีก”
“เอาละครับ ครูครับ ผมมองเห็นว่า ‘คณะสุภาพบุรุษของเรา’ จะพวงเบ้อเร่อทีเดียว”
สะท้อนความมั่นใจของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ “หนุ่ม”
ชุมนุมมังกร ซ่อนพยัคฆ์
ภายใน คณะสุภาพบุรุษ
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ความริเริ่มในกรณีหนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” รายปักษ์ เป็นความริเริ่มอันสัมพันธ์กับการเกิดขึ้นของ “คณะสุภาพบุรุษ”
“คณะสุภาพบุรุษ” ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักเขียน นักหนังสือพิมพ์
ซึ่งไม่เพียงแต่มี กุหลาบ สายประดิษฐ์ จากเทพศิรินทร์ หากแต่ยังมี มาลัย ชูพินิจ จากสวนกุหลาบวิทยาลัย
ทั้งยังมี ทองอิน บุณยเสนา จากโรงเรียนนายดาบ
ที่น่าสนใจก็คือ เป็นการผนึกตัวรวมพลังของนักเขียน นักหนังสือพิมพ์รุ่นใหม่ซึ่ง เติบโตมาจากผลพวงแห่งระบบการศึกษาเพื่อ “ทวยราษฎร์” นับแต่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา
นักเขียน นักหนังสือพิมพ์เหล่านี้อยู่ในซีกของสามัญชนและลูกขุนนาง
ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่งก็มีการเคลื่อนไหวของคนเขียนหนังสือที่มาจากซีกของคนชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น ม.จ.อากาศดำเกิง หรือ “ดอกไม้สด” ก็ตาม
ปี 2472 จึงเป็นปีแห่งการเคลื่อนไหวและเป็นรากฐานแห่งการเปลี่ยนแปลง
