33 ปี ชีวิตสีกากี (179) | สวมหัวใจสิงห์ – กัดไม่ปล่อย
บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
คราวนี้คณะของผมเดินทางไกลไปพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อตามหาปืนที่ต้องการให้ได้
เดินทางจนมืดค่ำดึกดื่น เกือบเที่ยงคืน ก็ถึง สภ.อ.เมืองมุกดาหาร เมื่อสอบถามนายตำรวจจึงทราบว่า เวลานี้ ส.ต.ต.ปรีชา ดาลัย ไม่อยู่ เดินทางไปเยี่ยมญาติที่ อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร
แต่พรุ่งนี้จะต้องมาทำหน้าที่ ถปภ. (ถวายความปลอดภัย) เพราะมีการรับเสด็จ
ดึกคืนนั้น พวกผมได้เข้าพักที่โรงแรมพลอยพาเลซ กลางเมืองจังหวัดมุกดาหาร จนรุ่งเช้า เวลา 08.30 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม 2542 ได้พบ ส.ต.ต.ปรีชา ดาลัย ที่ สภ.อ.เมืองมุกดาหาร โดยยอมรับว่า รับซื้ออาวุธปืนจาก ส.ต.ต.นิคมจริง เมื่อย้ายมารับราชการที่ สภ.อ.เมืองมุกดาหาร ก็นำมาด้วย แต่เวลานั้น ไม่ได้นำอาวุธปืน 11 มม.ดังกล่าวมา จึงขอกลับไปเอาที่บ้านที่ อ.นิคมคำสร้อย และนำมามอบให้เมื่อเวลา 12.00 น. เป็นปืนออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ 11 มม. เลขทะเบียน กท 20718788 หมายเลขประจำปืน 28752 จี 70 เป็นแบบสเตนเลส
ผมจึงได้แจ้งให้ ส.ต.ต.ปรีชา ดาลัย ทราบว่า ปืนกระบอกนี้ผู้ต้องหาใช้ยิงผู้ตายที่ จังหวัดภูเก็ต และผู้ต้องหารับสารภาพทั้งหมดแล้ว จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อไป
ผมได้สอบสวนบันทึกปากคำ ส.ต.ต.ปรีชา ดาลัย กับนายตำรวจที่เป็นผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.ปรีชา คือ พ.ต.ต.กฤตนัย บัวพันธ์ สว.สส.สภ.อ.เมืองมุกดาหาร ไว้เป็นพยาน ทำบันทึกการตรวจยึดและลงปจว.ไว้เป็นหลักฐาน ส่วน พ.ต.ท.วีระศิลป์ กับ ร.ต.ท.สมคิด บุญรัตน์ และชุดสืบสวน สภ.อ.เมืองภูเก็ต ที่ร่วมมาด้วย ใช้โอกาสที่ว่างอยู่ ชมบ้านเมืองที่แตกต่างจากภาคใต้ เมื่อผมดำเนินการทุกอย่างเสร็จ คณะจะรีบเดินทางกลับทันที
ผมได้ขอร้องว่าอย่าเพิ่งกลับ เพราะเป็นโอกาสแรกในชีวิตของผมที่จะได้เห็นแม่น้ำโขง แม่น้ำนานาชาติสายสำคัญของคนภาคอีสาน ขอให้พาผมไปสัมผัสและเห็นกับตาตัวเองสักครั้งหนึ่งก่อน
หลังจากที่ตามยึดอาวุธปืนหลักฐานชิ้นสำคัญของคดีได้ ช่วงเวลาสั้นๆ ผมได้มีโอกาสไปยืนอยู่ริมแม่น้ำโขง ทอดมองดูสายน้ำที่กั้นสองฝั่งประเทศไทยและลาว ผู้คนเดินทางข้ามฝั่งไปมากันอย่างคึกคัก
เพราะมีภารกิจอีกมากที่ต้องรับผิดชอบ การมาเยือนอีสานอันน้อยนิดจึงต้องจากลา ทำได้เพียงแค่นี้
สําหรับอาวุธปืน 11 มม.กระบอกที่ยึดจาก จ.มุกดาหาร เมื่อส่งไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบผลปรากฏว่า กระสุนปืนของกลางมีตำหนิรอยลายเส้นที่ร่องเกลียวและสันเกลียวตรงกันและเข้ารอยกันได้ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า กระสุนปืนของกลางยิงมาจากอาวุธปืนที่ยึดได้จากจังหวัดมุกดาหาร
เมื่อหลักฐานแน่นหนา ผมจึงได้เสนอขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหารวม 6 คนโดย พ.ต.อ.ชลิต ถิ่นธานี ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต เห็นชอบผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ณ นคร รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นำผมเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเข้าพบนายชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดของสำนวนการสอบสวน ซึ่งได้นำไปให้พิจารณา ภายหลังเมื่อตรวจพิจารณาอย่างละเอียด จึงอนุมัติให้ออกหมายจับทั้ง 6 คน
นาย อ. ถูกออกหมายจับในความผิดฐานเป็นผู้ใช้จ้างวานให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ตามหมายจับ สภ.อ.เมืองภูเก็ตที่ 341/2542 ลง 6 ตุลาคม 2542 พร้อมออกตำหนิรูปพรรณ
ผมได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2542
เหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับผม เมื่อผมไปอยู่ที่ภูเก็ตใหม่ๆ ทำให้ผมได้เรียนรู้ เกิดความตระหนักและระมัดระวังอยู่เสมอ เมื่อสำนวนการสอบสวนพ้นจากมือของผมไป จนตกไปอยู่ในมือของอัยการภูเก็ต ตามขั้นตอนแล้ว ประกอบกับคดีนี้เมื่อไม่มีญาติของผู้ตายคอยติดตามและเป็นแกนหลักให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด ทั้งยังต้องพบกับผู้ต้องหาบางคนที่มีพรรคพวกมาก และมีเงินหนา จ้างให้ล้มคดีได้ง่ายๆ อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
ดังนั้น ผมจึงต้องทำการสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาเพื่อค้นหาความจริง ไม่กลั่นแกล้ง ไม่มีอคติลำเอียง ไม่ทำให้มีจุดอ่อน และตั้งใจจับคนร้ายให้ได้ ต้องมีสัญชาตญาณการเป็นตำรวจ
เมื่อสวมหัวใจสิงห์ กัดแล้วต้องไม่ปล่อย ไม่มีทางที่จะให้อำนาจเงินมาซื้อเพื่อบิดเบือนความจริงไปได้ ต้องมีสำนึกความรับผิดชอบ มีจิตใจที่มั่นคง ต้องเด็ดเดี่ยว รับผิดชอบตามหน้าที่อย่างถึงที่สุด
เมื่อส่งสำนวนตัวจริงไปให้อัยการแล้ว ผมจึงเก็บรักษาสำนวนคู่ฉบับหรือร่างสำนวนหรือสำเนาสำนวนการสอบสวนของคดีนี้ทั้งสำนวนไว้กับตัวผมตลอดเวลา เพราะผมไม่ไว้วางใจ โดยหวั่นเกรงว่า อาจจะมีใครสักคนแอบถ่ายเอกสารในสำนวนการสอบสวนทั้งสำนวนไปให้ฝ่ายคนร้ายได้
ช่องทางที่ปลอดภัยที่สุดคือเก็บไว้ที่บ้านพักของผมอย่างมิดชิด โดยไม่มีใครรู้ว่าผมเก็บรักษาไว้ที่ใด ปกติเจ้าหน้าที่ห้องคดีจะเก็บรักษาไว้ตามระบบซึ่งเข้าถึงได้ง่าย
ผู้ต้องหาคนสำคัญคือ นาย อ. เมื่อถูกออกหมายจับจึงหลบหนีออกจากเกาะภูเก็ต และยังมีหมายจับคดีที่ 2 ของ สภ.อ.เมืองภูเก็ต ที่ 152/2543 ลง 8 มิถุนายน 2543 ตามคดีอาญาที่ 815/2543 ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม เป็นกรณีที่ พ.ต.อ.ชลิตกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดอาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 11 มม. ยี่ห้อโคลท์ จำนวน 1 กระบอก จากนาย อ. ที่บ้านพัก ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2541 แล้วส่งไปตรวจพิสูจน์ ผลปรากฏว่า ตรวจพบการขูดลบแก้ไขเลขหมายประจำปืนและเครื่องหมายทะเบียนปืน
หมายจับคดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นบ้านพักของนาย อ. เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2542 อีกครั้ง พบอาวุธปืนจำนวนมากมายและในจำนวนนี้มี 4 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนปืน และเครื่องรับส่งวิทยุคมนาคม เมื่อส่งไปตรวจพิสูจน์ปรากฏว่า ที่มีไว้เป็นความผิดตามกฎหมาย จึงได้ขอความเห็นชอบออกหมายจับในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม มีเครื่องวิทยุคมนาคมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ตามหมายจับ สภ.อ.เมืองภูเก็ต ที่ 319/2543 ลง 13 พฤศจิกายน 2543 คดีอาญาที่ 1990/2543 ลง 18 กันยายน 2543
หมายจับคดีที่ 4 เป็นหมายจับของ สภ.ต.ทุ่งทอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ที่ 1/2544 ลงวันที่ 5 มกราคม 2544 ตามคดีอาญาที่ 245/2543 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2543 ในความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2542 ผมได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นที่บริษัทและสนามยิงปืนกะทู้ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ของนาย อ. พบอาวุธปืนจำนวน 10 กระบอก กระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อส่งไปตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่า เป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่ผิดกฎหมาย
นาย อ. ได้หลบหนีออกจากภูเก็ตไปนานเกือบ 2 ปี ตัดสินใจเข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2544 โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ยศพลตำรวจโท ตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พาเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เวลานั้นผมเพิ่งย้ายจากผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอกะทู้ กลับมาเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองภูเก็ตได้ไม่นานนัก
ก่อนนาย อ. จะมามอบตัวกับผม ได้มีการติดต่อยื่นเงื่อนไขมากมายเพื่อต่อรอง เช่น เมื่อมอบตัวต้องได้ประกันตัว ผมไม่รับเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ามีเงื่อนไขมาก ก็ให้หนีต่อไป แล้วตำรวจจะตามจับให้ได้
และในที่สุดก็ไม่มีหนทางอะไรมาต่อรอง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
