บทความพิเศษ |พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

เชลยศึกสงครามลาว (34)

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2514

ตอนกลางวัน ทั้ง 2 ยังคงใช้วิธีนอนหลบซ่อนตัว ในตอนกลางคืนก็เดินทางต่อ วันนี้อยู่ห่างจากทุ่งไหหินประมาณ 3-4 กม. ระหว่างทางที่ผ่านมาพบปืน เอ็ม.16 ฝ่ายเราจํานวนมากทิ้งไว้ แต่ถูกถอดเครื่องลั่นไกและลูกเลื่อนใช้ยิงไม่ได้ ก่อนสว่างก็หาที่หลบซ่อนตัวในป่า เมื่อได้ยินเสียงผิดปกติน่าจะเป็นสัตว์ป่าแต่ก็ต้องผลัดกันตื่นกับ พลทหารทองแดง สิงหา และอาศัยขอนไม้ไว้ป้องกันอันตราย

วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2514

ออกเดินทางต่อในวันที่ 4 วันนี้สามารถเดินทางตอนกลางวันได้แล้ว เพราะห่างจากข้าศึกประมาณ 6-7 กม. โดยเลือกเดินไปบนสันเขาที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมซึ่งปลอดภัยจากการตรวจพบของข้าศึก เพราะแม้เครื่องบินก็ไม่สามารถตรวจการณ์เห็น จนมาถึงลําน้ำจิ้มซึ่งเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่มีตลิ่งสูงชัน จึงค่อยๆ เกาะต้นไม้ลงไปที่ลำน้ำแล้ววางแผนจะข้ามไปฝั่งตรงข้ามโดยตั้งใจจะพักอยู่ที่ชายน้ำ 1 คืน

เมื่อเดินลงมาถึงลําน้ำได้ไม่ถึงอึดใจก็ได้ยินเสียงเครื่องบินใบพัดปอร์เตอร์บินวนเหนือศีรษะ “เวียงชัย” แน่ใจว่าต้องเป็นเครื่องบินของฝ่ายเราแน่นอนเนื่องจากยังไม่ปรากฏว่าข้าศึกได้นำอากาศยานมาใช้ในพื้นที่นี้ จึงพากันรีบวิ่งไปบริเวณที่เป็นช่วงกว้างที่สุดของลําน้ำแล้วนํากระจกส่องหน้าที่ติดตัวมาส่องแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ให้สัญญาณไปที่เครื่องบิน พร้อมกับใช้กิ่งไม้ผูกเสื้อยืดโบกขอความช่วยเหลือ เครื่องบินวนดู 1 รอบ เห็น “เวียงชัย” และลูกน้องไม่หลบหนี จึงบินวนอีก 2-3 รอบ เมื่อแน่ใจว่าเป็นฝ่ายเดียวกันแน่นอนแล้วจึงได้ทิ้งร่มสิ่งของมาให้แต่ปรากฏว่าไปติดอยู่บนยอดเขาสูง ไม่สามารถรับได้ จึงทิ้งให้ใหม่เป็นร่มที่ 2 ซึ่งสามารถรับได้ ของที่ทิ้งมาให้มีกระสุนปืน ลูกระเบิดขว้าง อาหารแห้ง และวิทยุรับส่งที่ใช้ในหน่วยทหารระดับหมู่ชนิด HT-2 “Walkie Talkie”

จากการติดต่อทางวิทยุ HT-2 “เวียงชัย” จึงทราบว่าผู้ที่อยู่บนเครื่องบินปอร์เตอร์ คือ “เกษตร” (พลเอกวิจิตร จุณณะภาต-ยศสุดท้าย) ซึ่งมีความคุ้นเคยสนิทสนมกันสมัยไปรบเวียดนาม “เกษตร” ตรวจสอบจนแน่ใจว่าเป็น “เวียงชัย” ตัวจริง เช่น สอบถามว่าเป็นอะไรกับ พล.ต.สิทธิ จิรโรจน์ เจ้ากรมยุทธการทหารบกในขณะนั้น เป็นต้น เมื่อแน่ใจแล้วจึงบอกให้คอยอยู่บริเวณนี้ รุ่งขึ้นจะนํา ฮ.มารับ คืนนั้น “เวียงชัย” และลูกน้องจึงขึ้นมานอนบนตลิ่งซึ่งสูงเหนือจากระดับน้ำพอสมควร

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2514

ตอนสายก่อนเที่ยง ระหว่างที่รอชุดกู้ภัยจาก “เกษตร” มีทหารไม่ทราบหน่วย 3 คนปรากฏตัวที่บริเวณลำน้ำจิ้มใกล้จุดนัด ฮ.มารับ “เวียงชัย” กับลูกน้องซุ่มสังเกตการณ์ด้วยความระมัดระวังโดยไม่เปิดเผยตัว คิดว่าไม่นานคงจะเดินทางไป แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงแล้วก็ยังอยู่ที่เดิม “เวียงชัย” เป็นห่วงว่าจะเป็นอุปสรรคในการมารับของ ฮ. จึงได้เดินลงไปใกล้จุดทหารไม่ทราบฝ่ายนั้น หลบอยู่หลังโขดหินเตรียมพร้อมใช้ลูกระเบิดขว้างป้องกันตัว แล้วส่งเสียงตะโกนสอบถามจึงทราบว่าเป็นทหารพันธมิตรประเทศที่เวียงชัยไปรบอยู่นั่นเอง เป็นนายทหาร 1 คน พลทหาร 2 คน ถอนตัวมาจากหน่วยในแนวหน้าบริเวณทุ่งไหหินหลงทาง ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน มองเห็นเครื่องบินทิ้งร่มจะมาเก็บเสบียง เมื่อมั่นใจว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน “เวียงชัย” จึงบอกว่าจะมี ฮ.มารับ ถ้าจะกลับด้วยกันก็ให้โยนอาวุธปืนข้ามลําน้ำมาให้ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นพวกเดียวกัน

เวลา 12.00 น. “เกษตร” เดินทางมาพร้อมกับส่วนล่วงหน้าด้วย ฮ.เพื่อเตรียมการรับกลับ โดยที่ก่อนหน้านี้ บก.สิงหะได้เลิกล้มแผนรับกําลังพลที่แตกหนีมาอยู่บริเวณขอบทุ่งไหหินแล้ว เนื่องจากข้าศึกรุกคืบหน้าเข้ามายึดครองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่จากคำยืนยันของ “เกษตร” ว่า “เวียงชัย” เป็นนายทหารสัญญาบัตร ตําแหน่งผู้บังคับกองร้อย มีเกียรติประวัติการรบดีเด่นที่เวียดนาม ได้รับเหรียญกล้าหาญชั้นซิลเวอร์สตาร์ หากข้าศึกจับเป็นเชลยจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงในการโฆษณาชวนเชื่อ บก.สิงหะจึงเปลี่ยนใจจัดชุดกู้ภัยทางอากาศมารับเป็นพิเศษโดยมอบหมายให้ “เกษตร” เดินทางร่วมมากับส่วนล่วงหน้าด้วยเพื่ออำนวยการช่วยเหลือ

เมื่อชุดกู้ภัยเดินทางมาถึง “เกษตร” ได้สำรวจภูมิประเทศโดยละเอียดแล้วก็เห็นว่าจุดที่นัดหมายเดิมนั้นไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการขึ้นลงของ ฮ. จึงแจ้งให้ “เวียงชัย” และคณะเดินทวนน้ำไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กม. ซึ่งลักษณะภูมิประเทศเอื้ออำนวยกว่า

เวลา 16.30 น. “เวียงชัย” และคณะทั้ง 5 คน เดินทางทวนน้ำไปได้เพียง 800 เมตร “เกษตร” เกรงว่าจะมืดค่ำเสียก่อน จึงตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือทันทีโดยให้ ฮ.4 ก. (S-58 T) ที่มีสมรรถนะสูงในการขึ้นลงทางดิ่ง มีเครื่องบิน T-28 และ ฮ.ติดอาวุธ จํานวน 4-5 ลำ คุ้มกันอย่างแน่นหนา “เวียงชัย” และคณะปีนโขดหินกลางลําน้ำจิ้มและสามารถขึ้น ฮ.4 ก. ที่บินลอยตัวอยู่เหนือน้ำซึ่งมีช่องแคบๆ พอเครื่องหย่อนตัวลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทันทีที่ ฮ. บินขึ้นจากลําน้ำจิ้ม “เวียงชัย” และพลทหารทองแดง สิงหา รวมทั้งทหารกองทัพแห่งชาติลาวทั้ง 3 คน ต่างรู้สึกโล่งอกดีใจเป็นล้นพ้นที่รอดชีวิตได้ เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

เมื่อกลับมาถึง บก.สิงหะ เมืองล่องแจ้ง “เวียงชัย” และพลทหารทองแดง สิงหา ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติจากนายทหารชั้นผู้ใหญ่และฝ่ายอํานวยการ มีการกล่าวสดุดีวีรกรรมของทั้งสองอย่างมากมาย และเป็นที่กล่าวขวัญจดจํามาจนถึงปัจจุบัน เพราะสามารถกล่าวได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า ตลอดเวลาของสงครามลับในลาว ไม่เคยมีนายทหารชั้นสัญญาบัตรของไทยถูกจับเป็นเชลยแม้แต่คนเดียว

“เวียงชัย” ได้รับบําเหน็จเงินเพิ่มจากการสู้รบ (พ.ส.ร.) ตอบแทนความกล้าหาญครั้งนี้ถึง 9 ขั้น และภายหลังจากการดําเนินกรรมวิธีด้านการข่าวจากหน่วยเหนือแล้ว ก็ได้รับสิทธิพิเศษกลับมาพักผ่อนที่ประเทศไทยเป็นเวลานาน 30 วัน เมื่อครบกําหนดแล้วมีคำสั่งให้ไม่ต้องกลับมาปฏิบัติการรบในสงครามลับนี้อีก แต่ได้รับพิจารณาให้เป็นผู้ควบคุมการฝึกพิเศษของหน่วยทหารเสือพรานที่ค่ายน้ำพอง ขอนแก่น เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับทหารรุ่นต่อๆ ไป

ส่วนเชลยศึกที่ถูกฝ่ายข้าศึกจับกุมตัวไปในการรุกใหญ่ตาม CAMPAIGN Z ครั้งนี้ซึ่งมีจํานวนนับร้อยคน แต่ไม่ปรากฏว่ามีใครที่สามารถหลบหนีมาได้อย่างปลอดภัยเลย ผู้หลบหนีมาได้นับว่าเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญทั้งร่างกายและจิตใจ มีสติไหวพริบปฏิภาณอย่างแท้จริง ถ้า “เวียงชัย” ซึ่งถูกทหารเวียดนามเหนือจับเป็นเชลยแล้วไม่สามารถหลบหนีมาได้ และข้าศึกรู้ว่าเป็นนายทหารสัญญาบัตรก็จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการโฆษณาชวนเชื่อและอาจไม่มีชีวิตรอดกลับมา สำหรับทหารไทยคนอื่นๆ ที่ตกเป็นเชลยในการรุกใหญ่ครั้งนี้จะถูกควบคุมตัวเป็นเวลาถึง 2 ปี 9 เดือน 25 วัน จนต่อมาได้มีการแลกเปลี่ยนเชลยศึกระหว่างกัน 2 ครั้ง ที่สนามบินโพนสวรรค์ ทุ่งไหหิน เมื่อ 19 และ 29 กันยายน พ.ศ.2517 โดยมีจํานวนเชลยศึกไทย 214 นาย จากยอดถูกจับและสูญหาย 517 นาย ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่มีนายทหารสัญญาบัตรคนอื่นๆ ในการแลกเปลี่ยนเชลยศึกเลยแม้แต่คนเดียวเช่นกัน

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ค่ายน้ำพองแล้ว “เวียงชัย” หรือ ร.ท.คำรน ธาราวุฒิ ก็กลับมารับราชการในกองทัพบก จนเกษียณอายุราชการในยศพลตรี

บันทึก บีซี 604 : รอดชีวิตจากสุนัข 2 ตัว

นอกจากเรื่องราวของ “เวียงชัย” แล้ว พล.ท.นริศ ศรีเนตร (ยศสุดท้ายก่อนเกษียณอายุ) นายทหาร จปร.15/ตท.4 รุ่นเดียวกับ พล.ท.ประจักษ์ วิสุตกุล “หัวหน้าใจ” และ พล.ต.คำรน ธาราวุฒิ ก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่อาสาสมัครไปรบในสมรภูมิลับทุ่งไหหิน และอยู่ในเหตุการณ์การรุกใหญ่ของฝ่ายเวียดนามเหนือตาม CAMPAIGN Z เมื่อปลายปี พ.ศ.2514 ซึ่งนอกจากจะสัมภาษณ์ “เวียงชัย” แล้วก็ยังบันทึกเหตุการณ์ ของ บีซี 604 ที่ท่านเป็นผู้บังคับกองร้อยและตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่ยอดภูห่วงคุ้มกันฐานยิง COBRA ซึ่งประสบชะตากรรมเดียวกันเมื่อปลายปี 2514 ไว้ด้วย ดังนี้

ในห้วง 3 วัน (17-19 ธันวาคม) สภาพอากาศปิด มีเมฆหมอกหนาทึบปกคลุมทุ่งไหหินตลอดเวลา ฝ่ายเราไม่สามารถส่งเครื่องบินโจมตีทางอากาศและส่งกําลังบํารุงได้เลย ในเย็นวันที่ 19 ธันวาคม 2514 ข้าศึกได้ทุ่มกําลังพลพร้อมทั้งอาวุธหนักเข้าตีฐานที่มั่น กองพันทหารเสือพรานที่ 609 ที่ภูเทิง ทางด้านทิศตะวันออกของทุ่งไหหินในลักษณะคลื่นมนุษย์อยู่หลายระลอก ในที่สุดก็ยึดฐานที่มั่นภูเทิงได้ แต่ข้าศึกก็ต้องสูญเสียกําลังพลมากถึง 200 คนเศษ เนื่องจากถูกฝ่ายเรายิงกระสุนปืนใหญ่แตกอากาศอย่างได้ผล จากนั้นข้าศึกก็ได้ระดมกําลังตีตลบขึ้นไปทางทิศเหนือ ปิดล้อมและโจมตีด้วยอาวุธทุกชนิดต่อกลุ่มกําลังฝ่ายเราที่ภูเก็งอย่างรุนแรง ฝ่ายเราได้พยายามต่อสู้กับข้าศึกอย่างกล้าหาญ สมศักดิ์ศรี แม้จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ กําลังพลน้อยกว่าข้าศึกถึง 6 เท่า อาวุธยุทโธปกรณ์ของข้าศึกก็เหนือกว่ามาก จน บก.สิงหะเห็นความจําเป็นต้องให้ทุกหน่วยถอนตัวออกจากพื้นที่การรบ เพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป ฝ่ายเราจะต้องสูญเสียล้มตายหมด

วันที่ 20 ธันวาคม 2514 เวลา 12.15 น. กองพันทหารเสือพรานที่ 604 ที่ตั้งฐานปฏิบัติการบนยอดภูห่วงด้านทิศใต้ของทุ่งไหหิน ตกอยู่ภายใต้การกดดันอย่างหนักจากข้าศึก ได้รับวิทยุด่วนที่สุดจาก บก.สิงหะ เมื่อถอดรหัสแล้ว มีใจความว่า “ให้หน่วยนํากําลังถอนตัวเข้าที่บ้านนาหรือภูล่องมาด พิกัด xxxxxx ปฏิบัติได้ทันที เมื่อได้รับคําสั่งนี้”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน