bg-single

น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN

10.06.2026

บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ท่ามกลางแสงตะวันลับขอบฟ้าในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ หน้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ไม่ควรมีเสียงใดดังไปกว่าเสียงหัวเราะของเด็กนักเรียนที่กำลังกลับบ้าน

แต่ภาพที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่พราก ครูฟาตีเม๊าะ ยาโง๊ะ ผู้เป็นทั้งแม่และครูไปตลอดกาล

ทิ้งไว้เพียงทารกน้อยในอ้อมกอดที่ยังไม่ทันได้รับรู้ว่าโลกใบนี้โหดร้ายเพียงใด

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนหนึ่ง

แต่มันคือแผลใจของพวกเราทุกคน

เป็นเสียงสะท้อนที่ถามเราว่า “เราจะปล่อยให้แผ่นดินแห่งนี้ถูกย้อมด้วยน้ำตาของผู้บริสุทธิ์ไปถึงเมื่อไหร่?”

เราไม่อาจปล่อยให้ความสูญเสียครั้งนี้กลายเป็นเพียง “สถิติ” ที่ถูกลืมเลือนได้อีกต่อไป

เสียงประณามจากทุกกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องภาคประชาสังคม หรือปัญญาชนในพื้นที่ ต่างตอกย้ำความจริงข้อหนึ่งว่า “ความรุนแรงที่พุ่งเป้าสู่เป้าหมายอ่อนแอ ไม่ใช่ทางออกของอุดมการณ์ใดๆ แต่คือการย่ำยีความเป็นมนุษย์”

วันนี้… ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกมองว่าปัญหาไฟใต้เป็นเรื่องของคนอื่นหรือเรื่องของฝ่ายความมั่นคงเท่านั้น

แต่เป็นเรื่องของ “พวกเรา” ทุกคน ทุกภาคส่วนต้องก้าวข้ามความหวาดระแวง และหันมาจับมือกันเพื่อสร้างเกราะป้องกันทางสังคม (Social Guard) ที่แข็งแกร่ง

สันติภาพที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากความจริงใจ เราไม่ได้ต้องการเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เราต้องการเห็น “ความรับผิดชอบ” ที่จับต้องได้

ถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือผู้บงการ และกลไกภาครัฐ

ได้โปรดหยุดใช้ชีวิตของประชาชนเป็นเครื่องมือในการต่อรอง

เราต้องการเห็นการพิสูจน์ตนเองด้วยการหยุดยิงในพื้นที่เปราะบางอย่างจริงจัง เพื่อให้ลูกหลานของเราได้เติบโตโดยไม่ต้องหวาดกลัวเสียงปืน

ถึงกลไกภาครัฐ เราต้องการความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เพียงการไล่จับตัวเบี้ยหมาก แต่คือการเปิดเผยความจริงถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่ากฎหมายมีไว้เพื่อคุ้มครองทุกคนอย่างเท่าเทียม

ท่ามกลางความมืดมิด เราเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการสันติภาพฯ โดยมีคุณรอมฎอน ปันจอร์ และคณะทำงานที่มีความเข้าใจพื้นที่อย่างลึกซึ้ง รวมถึงความพยายามของคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ในการผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมผ่านศาลทหาร

นี่คือ “โอกาส” ที่เราในฐานะประชาชนต้องช่วยกันสนับสนุนและเฝ้าจับตา เพื่อให้กระบวนการเหล่านี้ไม่เป็นเพียงแค่กระดาษ

แต่เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืน
จดหมายเปิดผนึกถึง BRN

ท่ามกลางหยดน้ำตาของครอบครัวครูฟาตีเม๊าะ และเสียงสะอื้นของทารกน้อยที่ต้องกำพร้าแม่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งโดนเหมารวมจากแม่ทัพว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะ ไม่ใช่แค่ความล้มเหลวของมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่มันคือการ “ล้ำเส้น” พันธสัญญาที่ท่านเคยให้ไว้กับประชาคมโลกผ่านองค์กรเจนีวาคอล (Geneva Call) ในเรื่องการคุ้มครองพลเรือนและสถานศึกษา

วันนี้… สังคมไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวหรือการนิ่งเฉย เพราะความเงียบของท่านในยามที่เป้าหมายอ่อนแอถูกพรากชีวิต คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าท่านกำลังสูญเสียความชอบธรรมในสายตาของประชาชน

ที่ท่านอ้างว่า “กำลังต่อสู้เพื่อพวกเขา” หากท่านยังต้องการเป็นคู่เจรจาที่โลกยอมรับ ถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา

แสดงความรับผิดชอบ : หากเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่ในความต้องการขององค์กร ท่านต้องกล้าที่จะปฏิเสธและประณามผู้กระทำผิด เพื่อแยกตัวออกจากอาชญากรรมที่มืดบอด

ยึดมั่นในข้อตกลง : พันธสัญญาต้องไม่ใช่แค่กระดาษ แต่ต้องสะท้อนผ่านปฏิบัติการในพื้นที่ที่หยุดยิงและคุ้มครองผู้บริสุทธิ์อย่างเด็ดขาด

สันติภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากมีเพียงรัฐที่พยายาม แต่ฝ่ายท่านยังคงปล่อยให้เสียงปืนดังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

เราขอเชิญชวนให้ท่านทบทวนเป้าหมายและวิธีคิด เพราะตราบใดที่เลือดของผู้บริสุทธิ์ยังไหลริน สันติภาพที่ท่านวาดหวังไว้จะไม่มีวันเป็นจริงในใจของประชาชน

จากหยดน้ำตา สู่พลังการเปลี่ยนแปลง

เราไม่อาจแก้ไขปัญหาด้วยวิถีเดิมๆ ได้อีกต่อไป หากเราอยากเห็นอนาคตที่ดีกว่า

1. ร่วมเป็นหูเป็นตา : สร้างเครือข่ายความปลอดภัยในชุมชนและสถานศึกษา

2. ขับเคลื่อนผ่านการเมืองที่ยึดโยงกับท้องถิ่น : สนับสนุนแนวคิดที่ให้ผู้บริหารจัดการพื้นที่อย่าง ศอ.บต. ยึดโยงกับประชาชน ผ่านกระบวนการที่ตรวจสอบได้จริง

3. กล้าพูดความจริง : ปฏิเสธการสร้างวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง และหันมาสื่อสารด้วยหัวใจที่ต้องการความสงบสุข

บทสรุป : ครูฟาตีเม๊าะจากไปแล้ว แต่ความรักที่ท่านมีต่อลูกและศิษย์คือเชื้อไฟชั้นดีที่จะจุดประกายให้พวกเราตื่นขึ้น เราไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เราทำเพื่อลูกหลานของเรา ที่สมควรได้รับสิทธิ์ในการเติบโตในพื้นที่ที่ปลอดภัย

มาร่วมจับมือกัน… เปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นพลังในการขับเคลื่อนสันติภาพที่ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

“กับดักทางอำนาจรวมศูนย์” ระบบปัจจุบันถูกออกแบบมาให้ยึดติดกับโครงสร้างความมั่นคงที่เชื่อว่า “ส่วนกลางรู้ดีกว่าพื้นที่” การปลดล็อกเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การแก้กฎหมาย แต่คือการเปลี่ยนผ่านทางความคิด (Paradigm Shift) ของผู้มีอำนาจในส่วนกลาง ให้กล้า “วางมือ”

และยอมรับว่าอำนาจในการตัดสินใจที่แท้จริงควรกลับคืนสู่มือของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามากที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ความแก่ : พูดเบาๆ ก็เจ็บ
คลังรื้อระบบสวัสดิการ ‘ซ้ำซ้อน’ อนุทินทนเสียงต้านไม่ไหวสั่ง ‘ถอย’ เกณฑ์ตัดสิทธิ์พ่อแม่ลดหย่อนภาษี
กระดูกสันหลังของกองทุน : ว่าด้วยงบบริหารประกันสังคม และวิธีคิดที่ไม่ยอมเปลี่ยน
ส่องลึกอิหร่าน : 6) ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคกับสวัสดิการประชานิยมในประเทศ
เราต้องการระบบการผลิตครูพันธุ์ใหม่ (2) ต้องคัดคนเรียน และลดจำนวนผลิตครู |
BATTLE รถครอบครัว ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง STEP WGN ปะทะ SERENA e-POWER
ราเมงมิโซะหมูชาชู
บทเรียนสารพันปัญหา! ลิขสิทธิ์บอลโลกในไทย
สังคมศึกษาใต้กะลา
อสังหาฯ เผชิญ ‘Slow Motion Tsunami’
ตำแยแมวบำรุงร่างกาย แก้หอบหืด ภูมิแพ้สำหรับทาสแมวในหน้าฝน
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 12 – 18 มิถุนายน 2569