bg-single

โทงเทง – แก้โทงเทงสำหรับท่านชาย!

27.09.2018

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

โทงเทง แก้โทงเทงสำหรับท่านชาย หมายเหตุเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ ก.ย.2560

มีควันหลงจากงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 14 เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คือทำให้บรรดามนุษย์เพศชายต่างพากันแสวงหา “ยาเสาเรือนคลอน” สำหรับแก้นกเขาไม่ขันกันจ้าละหวั่น

ซึ่งตรงนี้มีมุขขันเล็กๆ ของท่านประธานรองนายกรัฐมนตรีที่หยอดไว้ในคำกล่าวพิธีเปิดงานว่า “ยาเสาเรือนคลอน ไปเกี่ยวอะไรกับนกเขาด้วย” เรียกเสียงฮาตรึมจากที่ประชุม

ยังดีที่ท่านไม่หยอดมุขต่อว่า “แล้วยานี้ไปเกี่ยวอะไรกับเสาเรือน” (ฮา)

อันที่จริง ยาชูโรงตัวนี้เป็นแค่ไวอากร้าไทยตัวหนึ่งใน 20 ตำรับที่ชายชาตรีชาวปักษ์ใต้ได้พึ่งพาอาศัยมาช้านานแล้ว

ยาเสาเรือนคลอน ประกอบด้วยพืชสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ (1) ม้าถอนหลักทั้งต้น (คนนครศรีธรรมราชเรียกว่า “ว่านนางครวญ” ชื่อนี้สาวๆ ฟังแล้วสะดุ้ง) หรือ ว่านค้างคาวดำ (เพราะมีดอกรูปคล้ายคางคาว) (2) ผักโขม (3) แก่นลั่นทมเป็นต้นเดียวกับลีลาวดี (4) สังวาลย์พระอินทร์ และ (5) เหง้าว่านน้ำ

เคล็ดลับของสูตรยาตำรับนี้คือ ต้องใช้สมุนไพรแต่ละตัวหนักเท่ากัน ยกเว้น “ม้าถอนหลัก” ต้องใช้มากกว่าสมุนไพรตัวอื่นราว 2-4 เท่า ต้มน้ำ 3 เอา 1 ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟ วันละ 3 เวลา หลังอาหาร

สรรพคุณโดดเด่นของยาไวอากร้าไทยขนานนี้คือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย รวมทั้งไปเลี้ยงอวัยวะเพศของท่านชายให้แข็งแรงด้วย

นี่คือจุดแข็งของ “ยาเสาเรือนคลอน” แต่จุดอ่อนคือ ยาตำรับนี้ต้องเสาะหาสมุนไพรถึง 5 ตัว ซึ่งในอดีตอาจหาได้ง่ายๆ ในท้องถิ่นภาคใต้ แต่เดี๋ยวนี้แหล่งธรรมชาติของสมุนไพรเหล่านี้สูญสิ้นไปเกือบหมดแล้ว

การใช้ยาตำรับนี้จึงไม่ใคร่สะดวกนัก

ในที่นี่จึงขอแนะนำยาไวอากร้าไทยใกล้มือ เป็นผลไม้ของวัชพืชชนิดหนึ่งซึ่งพบเห็นได้ตามที่รกร้างทั่วไปหรือตามข้างถนน สมัยเด็กของใครบางคนอาจเคยชอบเด็ดผลที่ห้อยโทงเทงของมันมากินเล่น รสชาติหวานอมเปรี้ยวคล้ายลูกมะเขือเทศ เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกัน ทายซิว่าเป็นต้นอะไรเอ่ย

แม้ “โทงเทง” ชื่อพฤกษศาสตร์ Physalis angulata L. จะเป็นเพียงวัชพืชข้างถนน แต่ด้วยรสชาติดี แคลอรี่ต่ำ สูงล้ำด้วยวิตามินเอ (20%) วิตามินซี (26%) มีไฟเบอร์สูง แถมเป็นหนึ่งในผลไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่อุดมด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก

กล่าวคือ ในผลโทงเทง 140 กรัม มีโปรตีนถึง 2.66 กรัม (หรือ2%) และธาตุเหล็กถึง 8% ดังนั้น โทงเทงจึงเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาด มีการปลูกเพื่อการพาณิชย์ในภาคเหนือ แต่ใช้โทงเทงพันธุ์ฝรั่งที่มีต้นกำเนิดจากประเทศเปรู จึงมีชื่อพฤกษศาสตร์ Physalis peruviana L. หรือไฟซัลลิส เปรูเวียน่า มีชื่อสามัญว่า เคพกูสเบอร์รี่ (Cape gooseberry) หรือโกลเดนเบอร์รี่ (Goldenberry) เพราะมีลูกสีทองสดใสน่ากิน

ซึ่งพ้องกับชื่อไทยว่า “ระฆังทอง” เพราะกาบผลหุ้มผลสีทองห้อยโทงเทงดูเหมือนระฆัง

โทงเทงไทยกับโทงเทงฝรั่งเป็นพืชพี่น้องในสกุลเดียวกันแต่คนละชื่อเท่านั้น คุณค่าทางยาและโภชนาการไม่ต่างกัน

แต่โทงเทงฝรั่งลูกใหญ่กว่า คุ้มค่ากว่าในการขยายพันธุ์ปลูกเพื่อการตลาด

ปัจจุบันมีการเผยแพร่สรรพคุณต่างๆ มากมายของโทงเทง

แต่มีสรรพคุณหนึ่งซึ่งยังไม่มีการพูดถึงกันทางสื่อสาธารณะคือ ฤทธิ์ต่อระบบสืบพันธุ์ ซึ่งมีงานวิจัยทางเภสัชวิทยารองรับอย่างชัดเจน

มีการวิจัยทดสอบฤทธิ์ของผลโทงเทงฝรั่งในการป้องกันความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ของหนูทดลองตัวผู้ โดยป้อนน้ำคั้นผลโทงเทงสดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าน้ำผลโทงเทงช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนในเพศชาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในพัฒนาการของเนื้อเยื่อในระบบสืบพันธุ์หลักของเพศชาย คือ ลูกอัณฑะและต่อมลูกหมาก

และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ช่วยให้ร่างกายชายชาตรีฟิตแอนด์เฟิร์ม เพราะฮอร์โมนตัวนี้จำเป็นมากสำหรับการเจริญของกล้ามเนื้อกับกระดูกของผู้ชาย ถ้าขาดหายไปจะทำให้กล้ามเนื้อลีบ กระดูกพรุน

ในทางวิชาการเขาบอกว่า ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน เป็นฮอร์โมนหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับสุขภาพที่ดีและความอยู่เป็นสุขของบรรดากระทาชายทั้งหลาย

ยิ่งไปกว่านั้นการทดลองนี้ยังพบว่า น้ำคั้นผลโทงเทงช่วยเพิ่มปริมาณกลูตาธัยโอน (Glutathione) หรือสาร GSH (Glutathione SulphaHydryl) ในลูกอัณฑะโดยตรง ซึ่งนอกจากจะปกป้องเซลล์สืบพันธุ์ (Germ Cell) ในอัณฑะแล้ว ยังลดอัตราการตายของเซลล์สืบพันธุ์ ทำให้ชายสูงอายุยังสามารถผลิตทายาทที่แข็งแรงได้ว่างั้นเถอะ

ยังไม่จบ เพราะยังพบว่านอกจากโทงเทงจะเพียบด้วยวิตามินเอแอนด์ซีแล้ว ยังอุดมด้วยวิตามินอี ในรูปของแอลฟ่าและเบต้า โทโคฟีรอล (Tocophyrol) ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ (biological activity) สูงที่สุด เพื่อเน้นความสำคัญของวิตามินอี

ฝรั่งจึงเรียกโทงเทงอีกชื่อหนึ่งว่า ลูกโทโคโทโป (Tocotopo) อย่างที่รู้กันวิตามินอีมีสาร Anti-Aging ช่วยชะลอวัยไม่ให้แก่เร็วด้วย

เดี๋ยวนี้ ลูกโทงเทงเป็นที่นิยมแพร่หลายในต่างประเทศในชื่อเท่ๆ ว่า ลูกเคพกูสเบอร์รี่ ซึ่งมาในลักษณะของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและขนม เช่น พาย พุดดิ้ง ไอศกรีม น้ำผลไม้เข้มข้น แยม เยลลี่ กินกับขนมปัง เป็นต้น

สำหรับไทยเรา นอกจากกินเป็นผลไม้สดหรือปั่นเป็นน้ำผลไม้แล้ว ควรศึกษาด้านการแปรรูปเป็นอาหารและขนมให้หลากหลาย เพื่อให้ท่านชายในวัยเจริญพันธุ์สามารถผลิตพลเมืองที่มีคุณภาพและเพื่อผู้สูงอายุจะได้มีสุขภาพดี

ในยุคสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ