
สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org
โทงเทง แก้โทงเทงสำหรับท่านชาย หมายเหตุเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ ก.ย.2560
มีควันหลงจากงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 14 เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา คือทำให้บรรดามนุษย์เพศชายต่างพากันแสวงหา “ยาเสาเรือนคลอน” สำหรับแก้นกเขาไม่ขันกันจ้าละหวั่น
ซึ่งตรงนี้มีมุขขันเล็กๆ ของท่านประธานรองนายกรัฐมนตรีที่หยอดไว้ในคำกล่าวพิธีเปิดงานว่า “ยาเสาเรือนคลอน ไปเกี่ยวอะไรกับนกเขาด้วย” เรียกเสียงฮาตรึมจากที่ประชุม
ยังดีที่ท่านไม่หยอดมุขต่อว่า “แล้วยานี้ไปเกี่ยวอะไรกับเสาเรือน” (ฮา)
อันที่จริง ยาชูโรงตัวนี้เป็นแค่ไวอากร้าไทยตัวหนึ่งใน 20 ตำรับที่ชายชาตรีชาวปักษ์ใต้ได้พึ่งพาอาศัยมาช้านานแล้ว
ยาเสาเรือนคลอน ประกอบด้วยพืชสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ (1) ม้าถอนหลักทั้งต้น (คนนครศรีธรรมราชเรียกว่า “ว่านนางครวญ” ชื่อนี้สาวๆ ฟังแล้วสะดุ้ง) หรือ ว่านค้างคาวดำ (เพราะมีดอกรูปคล้ายคางคาว) (2) ผักโขม (3) แก่นลั่นทมเป็นต้นเดียวกับลีลาวดี (4) สังวาลย์พระอินทร์ และ (5) เหง้าว่านน้ำ
เคล็ดลับของสูตรยาตำรับนี้คือ ต้องใช้สมุนไพรแต่ละตัวหนักเท่ากัน ยกเว้น “ม้าถอนหลัก” ต้องใช้มากกว่าสมุนไพรตัวอื่นราว 2-4 เท่า ต้มน้ำ 3 เอา 1 ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟ วันละ 3 เวลา หลังอาหาร
สรรพคุณโดดเด่นของยาไวอากร้าไทยขนานนี้คือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกาย รวมทั้งไปเลี้ยงอวัยวะเพศของท่านชายให้แข็งแรงด้วย
นี่คือจุดแข็งของ “ยาเสาเรือนคลอน” แต่จุดอ่อนคือ ยาตำรับนี้ต้องเสาะหาสมุนไพรถึง 5 ตัว ซึ่งในอดีตอาจหาได้ง่ายๆ ในท้องถิ่นภาคใต้ แต่เดี๋ยวนี้แหล่งธรรมชาติของสมุนไพรเหล่านี้สูญสิ้นไปเกือบหมดแล้ว
การใช้ยาตำรับนี้จึงไม่ใคร่สะดวกนัก
ในที่นี่จึงขอแนะนำยาไวอากร้าไทยใกล้มือ เป็นผลไม้ของวัชพืชชนิดหนึ่งซึ่งพบเห็นได้ตามที่รกร้างทั่วไปหรือตามข้างถนน สมัยเด็กของใครบางคนอาจเคยชอบเด็ดผลที่ห้อยโทงเทงของมันมากินเล่น รสชาติหวานอมเปรี้ยวคล้ายลูกมะเขือเทศ เพราะเป็นพืชอยู่ในวงศ์เดียวกัน ทายซิว่าเป็นต้นอะไรเอ่ย
แม้ “โทงเทง” ชื่อพฤกษศาสตร์ Physalis angulata L. จะเป็นเพียงวัชพืชข้างถนน แต่ด้วยรสชาติดี แคลอรี่ต่ำ สูงล้ำด้วยวิตามินเอ (20%) วิตามินซี (26%) มีไฟเบอร์สูง แถมเป็นหนึ่งในผลไม้เพียงไม่กี่ชนิดที่อุดมด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก
กล่าวคือ ในผลโทงเทง 140 กรัม มีโปรตีนถึง 2.66 กรัม (หรือ2%) และธาตุเหล็กถึง 8% ดังนั้น โทงเทงจึงเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาด มีการปลูกเพื่อการพาณิชย์ในภาคเหนือ แต่ใช้โทงเทงพันธุ์ฝรั่งที่มีต้นกำเนิดจากประเทศเปรู จึงมีชื่อพฤกษศาสตร์ Physalis peruviana L. หรือไฟซัลลิส เปรูเวียน่า มีชื่อสามัญว่า เคพกูสเบอร์รี่ (Cape gooseberry) หรือโกลเดนเบอร์รี่ (Goldenberry) เพราะมีลูกสีทองสดใสน่ากิน
ซึ่งพ้องกับชื่อไทยว่า “ระฆังทอง” เพราะกาบผลหุ้มผลสีทองห้อยโทงเทงดูเหมือนระฆัง
โทงเทงไทยกับโทงเทงฝรั่งเป็นพืชพี่น้องในสกุลเดียวกันแต่คนละชื่อเท่านั้น คุณค่าทางยาและโภชนาการไม่ต่างกัน
แต่โทงเทงฝรั่งลูกใหญ่กว่า คุ้มค่ากว่าในการขยายพันธุ์ปลูกเพื่อการตลาด
ปัจจุบันมีการเผยแพร่สรรพคุณต่างๆ มากมายของโทงเทง
แต่มีสรรพคุณหนึ่งซึ่งยังไม่มีการพูดถึงกันทางสื่อสาธารณะคือ ฤทธิ์ต่อระบบสืบพันธุ์ ซึ่งมีงานวิจัยทางเภสัชวิทยารองรับอย่างชัดเจน
มีการวิจัยทดสอบฤทธิ์ของผลโทงเทงฝรั่งในการป้องกันความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ของหนูทดลองตัวผู้ โดยป้อนน้ำคั้นผลโทงเทงสดเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าน้ำผลโทงเทงช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนในเพศชาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในพัฒนาการของเนื้อเยื่อในระบบสืบพันธุ์หลักของเพศชาย คือ ลูกอัณฑะและต่อมลูกหมาก
และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ช่วยให้ร่างกายชายชาตรีฟิตแอนด์เฟิร์ม เพราะฮอร์โมนตัวนี้จำเป็นมากสำหรับการเจริญของกล้ามเนื้อกับกระดูกของผู้ชาย ถ้าขาดหายไปจะทำให้กล้ามเนื้อลีบ กระดูกพรุน
ในทางวิชาการเขาบอกว่า ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน เป็นฮอร์โมนหลักที่ขาดไม่ได้สำหรับสุขภาพที่ดีและความอยู่เป็นสุขของบรรดากระทาชายทั้งหลาย

ยิ่งไปกว่านั้นการทดลองนี้ยังพบว่า น้ำคั้นผลโทงเทงช่วยเพิ่มปริมาณกลูตาธัยโอน (Glutathione) หรือสาร GSH (Glutathione SulphaHydryl) ในลูกอัณฑะโดยตรง ซึ่งนอกจากจะปกป้องเซลล์สืบพันธุ์ (Germ Cell) ในอัณฑะแล้ว ยังลดอัตราการตายของเซลล์สืบพันธุ์ ทำให้ชายสูงอายุยังสามารถผลิตทายาทที่แข็งแรงได้ว่างั้นเถอะ
ยังไม่จบ เพราะยังพบว่านอกจากโทงเทงจะเพียบด้วยวิตามินเอแอนด์ซีแล้ว ยังอุดมด้วยวิตามินอี ในรูปของแอลฟ่าและเบต้า โทโคฟีรอล (Tocophyrol) ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพ (biological activity) สูงที่สุด เพื่อเน้นความสำคัญของวิตามินอี
ฝรั่งจึงเรียกโทงเทงอีกชื่อหนึ่งว่า ลูกโทโคโทโป (Tocotopo) อย่างที่รู้กันวิตามินอีมีสาร Anti-Aging ช่วยชะลอวัยไม่ให้แก่เร็วด้วย
เดี๋ยวนี้ ลูกโทงเทงเป็นที่นิยมแพร่หลายในต่างประเทศในชื่อเท่ๆ ว่า ลูกเคพกูสเบอร์รี่ ซึ่งมาในลักษณะของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและขนม เช่น พาย พุดดิ้ง ไอศกรีม น้ำผลไม้เข้มข้น แยม เยลลี่ กินกับขนมปัง เป็นต้น
สำหรับไทยเรา นอกจากกินเป็นผลไม้สดหรือปั่นเป็นน้ำผลไม้แล้ว ควรศึกษาด้านการแปรรูปเป็นอาหารและขนมให้หลากหลาย เพื่อให้ท่านชายในวัยเจริญพันธุ์สามารถผลิตพลเมืองที่มีคุณภาพและเพื่อผู้สูงอายุจะได้มีสุขภาพดี
ในยุคสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า
