bg-single

ลุงสีเป็นเหตุ : ความขัดแย้งของยุทธศาสตร์โลกาภิวัตน์ แบบเอาบ้านเป็นฐานที่มั่น (จบ)/การเมืองวัฒนธรรม เกษียร เตชะพีระ

20.07.2022

การเมืองวัฒนธรรม

เกษียร เตชะพีระ

 

ลุงสีเป็นเหตุ

: ความขัดแย้งของยุทธศาสตร์โลกาภิวัตน์

แบบเอาบ้านเป็นฐานที่มั่น (จบ)

 

แผนภูมิทั้งสองข้างต้นคือการสรุปสาระสังเขปของข้อเสนอและผลเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังต่อเศรษฐกิจจีนของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ “ทวิหมุนเวียนในกับนอกประเทศ” (国内国际双循环) ซึ่งคณะกรรมการประจำแห่งกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนำเสนอเมื่อพฤษภาคม ค.ศ.2020 แล้วเลขาธิการใหญ่ สีจิ้นผิงของพรรคมาทบทวนแก้ไขเน้นย้ำในเดือนกรกฎาคมศกเดียวกันอีกที (แผนภูมิบนเป็นของศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ Henrique Schneider แห่งมหาวิทยาลัย Nordakademie ในเยอรมนีที่ลงใน Geopolitical Intelligence Services https://www.gisreportsonline.com/r/china-dual-circulation/ & ส่วนแผนภูมิล่างมาจาก The Mercator Institute for China Studies – MERICS https://www.merics.org/en)

ศาสตราจารย์เอนริก ชไนเดอร์ รวบยอดความคิดว่าแก่นแท้ของยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือ “โลกาภิวัตน์แบบเอาบ้านเป็นฐานที่มั่น” (home-based globalization) นั่นเอง เขาขยายความว่า :

“จีนต้องการเข้าแทนที่สหรัฐและสหภาพยุโรปเพื่อกลายเป็นตลาดผู้บริโภคใหญ่ที่สุดของโลก บริษัทระหว่างประเทศทั้งหลายจะถูกบีบบังคับให้ขึ้นต่อทำตามมาตรฐานจีน (โดยเฉพาะในด้านงานบริการและเทคโนโลยีก้าวหน้า) จึงจะได้เข้าถึงตลาดจีน มันวางแผนที่จะสร้างกรอบกติกาเพื่อประกันว่าบรรดาบริษัทต่างชาติซึ่งถูกล่อใจโดยรางวัลทางการเงินจากการได้เข้าถึงหรือรักษาการเข้าถึงตลาดจีนไว้ต่อไป จักต้องส่งเสริมมาตรฐานและเรื่องเร่งด่วนทางการเมืองของจีนในขอบเขตทั่วโลก เมื่อถูกคุกคามโดยการบอยคอตของผู้บริโภคจีนและการบังคับใช้ระเบียบกฎเกณฑ์การบริหารอย่างพลการของทางการจีน น้อยบริษัทนักจะกล้าเลือกข้างในเหล่าประเด็นปัญหาที่ทางการปักกิ่งเห็นว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว

“นี่น่าจะจุดปะทุให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ขึ้นได้ กล่าวคือ ตลาดภายในของจีนถูกชักดึงเอาพลังมาใช้ เบื้องแรกสุดโดยเร่งรัดการสร้างเมืองขึ้น ต่อมาโดยปรับดุลแรงงานเสียใหม่ และหลังจากนั้นโดยชักนำกระแสไหลเวียนของเงินทุนให้ก้าวกระโดดไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีคุณภาพสุดยอด ตามแผนการดังกล่าว นี่น่าจะสร้างแรงโมเมนตัมให้สินค้าออกจีนเข้าครองตลาดได้ เปิดช่องให้จีนขับเคลื่อนทิศทางการค้าโลก”

 

ทว่า ในทางปฏิบัติ ภารกิจพึ่งตนเองพอเพียงในตนเอง & หาหุ้นส่วนต่างชาติใหม่ที่ไว้ใจได้ของจีน ยุคสีจิ้นผิงไม่ง่ายอย่างที่คิด มีทั้งผลสำเร็จและข้อจำกัด กล่าวคือ (“Fortified but not enriched”, The Economist, Briefing : China’s place in the world economy, 28 May 2022, pp. 13-15) :

ผลสำเร็จ :

– นอกจากผูกมิตรรัสเซีย – สหายร่วมชะตากรรมถูกตะวันตกแซงก์ชั่น – อย่างแข็งขัน จีนยังผลักดันความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP – Regional Comprehensive Economic Partnership https://www.dft.go.th/th-th/DFT-Service/ServiceData-Information/dft-service-data-privilege/Detail-dft-service-data-privilege/ArticleId/20770/-Regional-Comprehensive-Economic-Partnership-RCEP) อย่างเอาการเอางาน ในฐานะข้อตกลงทางการค้าที่แม้ค่อนข้างตื้น แต่ก็กว้างขวางครอบคลุมประเทศเอเชีย 15 ชาติซึ่งคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของจีดีพีโลก

จีนยังได้ขอสมัครเข้าร่วม ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP – Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership https://www.bangkokbiznews.com/business/877992) อันเป็นข้อตกลงการค้าที่ทะเยอทะยานซึ่งอเมริกาเป็นหัวเรือใหญ่ริเริ่มขึ้นแต่กลับโยนทิ้งกลางคันในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์แล้วญี่ปุ่นมารับลูกต่อ

– ในการสำรวจความเห็นเหล่าผู้วางนโยบาย ผู้นำธุรกิจและชนชั้นนำกลุ่มต่างๆ ของเอเชียอาคเนย์ ซึ่งเผยแพร่ออกมาต้นปีนี้ ปรากฏว่าผู้ตอบแบบสำรวจราว 76.7% ระบุว่าจีนเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจทรงอิทธิพลสูงสุดในภูมิภาค ส่วนใหญ่หรือ 64.4% กังวลต่ออิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน ส่วนน้อย 35.6% ยินดีต้อนรับมัน (The State of Southeast Asia : 2022 Survey Report, ISEAS Yusof Ishak Institute, p. 20) ดังที่รองศาสตราจารย์เฮนรี เกา แห่งมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์สรุปว่า “ผมมองเห็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียอาคเนย์กำลังถูกดึงเข้าไปในปริมณฑลแห่งแรงโน้มถ่วงของเศรษฐกิจจีนมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น”

– ในหลายปีหลังนี้ จีนพยายามพัฒนาสายสัมพันธ์ทางการเงินใกช้ชิดขึ้นกับบรรดาประเทศที่จีนเชื่อว่า มีก๋ำเช้ง (น้ำใจไมตรี) ต่อตนซึ่งรวมทั้งส่งเสริมการใช้เงินสกุลเหรินหมินปี้เป็นเงินตราสากลด้วย ความคิดเบื้องหลังคือมุ่งลดการที่จีนต้องพึ่งพาเงินตราสกุลดอลลาร์สหรัฐลง ช่วยให้จีนเปราะบางน้อยลงต่อการแซงก์ชั่นทางการเงินของอเมริกา เพื่อการนี้ จีนได้ค่อยๆ เปิดตลาดพันธบัตรของตนแก่นักลงทุนต่างชาติช้าๆ ต้นคริสต์ทศวรรษ 2010 ธนาคารกลางจีนเริ่มทำข้อตกลงสวอปเงินสกุลหยวนกับธนาคารกลางชาติอื่นๆ เพื่อให้สินเชื่อแก่กันได้ในยามฉุกเฉิน ธนาคารกลางจีนยังทำงานหนักในการพัฒนาเงินหยวนดิจิตอลเพื่อทำให้การค้าที่ใช้เงินสกุลหยวนสะดวกรวดเร็วและเฝ้าติดตามสังเกตตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ในปีนี้ บริษัทจีนต่างๆ ก็จ่ายค่าสินค้านำเข้าจากรัสเซียเป็นเงินสกุลหยวนซึ่งนับว่าเป็นการช่วยรัสเซียลดผลกระทบจากแซงก์ชั่นของตะวันตกลงและเสริมฐานะบทบาทเงินหยวนทางสากลด้วย

ข้อจำกัด :

– โลกตะวันตกยังคงทรงแรงถ่วงดึงเศรษฐกิจจีนไว้มาก จากการสำรวจของนิตยสาร The Economist เกี่ยวกับการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ (ในรูปการเข้าครอบครองกิจการบริษัทและการสร้างโรงงาน) การลงทุนในหลักทรัพย์ (ซื้อหุ้น หุ้นกู้ ฯลฯ) และการค้าระหว่างประเทศของนานาชาติ 120 ประเทศ แล้วเอามาเป็นฐานข้อมูลจัดอันดับว่าแต่ละประเทศมีความสัมพันธ์ทวิภาคีกับจีนแข็งแรงมากน้อยเพียงใด? พบว่าบรรดาประเทศที่จีนมีสัมพันธ์เศรษฐกิจด้วยใกล้ชิดที่สุดล้วนยังเป็นกลุ่มประเทศตะวันตก/เอียงข้างตะวันตก ได้แก่ อเมริกา เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เยอรมนีและญี่ปุ่น ภายใต้การนำของสีจิ้นผิง เศรษฐกิจของประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ยิ่งผูกพันทับซ้อนกับจีนมากยิ่งขึ้น เช่น การลงทุนโดยตรงของเยอรมนีในจีนเพิ่มกว่าเท่าตัว ขณะที่การลงทุนระยะยาวมวลรวมของจีนในออสเตรเลียก็เพิ่มขึ้นเท่าตัวเช่นกันแม้ในยามที่นักการเมืองสองประเทศกล่าวโจมตีกันอย่างเผ็ดร้อน ในขณะเดียวกันนั้น สายสัมพันธ์ของจีนกับเหล่าประเทศที่น่าจะตกอยู่ในเขตอิทธิพลของจีน อย่างเช่น อินโดนีเซียและรัสเซีย กลับอ่อนด้อยถอยลง

– อุตสาหกรรมส่งออกจีนยังคงพึ่งพาอุปสงค์ของตะวันตกอย่างสูงอยู่ จริงที่ว่าในช่วงทศวรรษก่อน ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงขึ้นสู่อำนาจ ส่วนแบ่งของสินค้าออกจีนที่มุ่งสู่ตลาดสหภาพยุโรป ญี่ปุ่นและอเมริกานั้น ได้ลดต่ำลงจาก 50% มาเหลือ 39% ทว่า นับแต่นั้นมา ตัวเลขดังกล่าวก็ค่อนข้างคงที่ เหล่าประเทศไม่ตะวันตกซึ่งจีนใคร่จะพัฒนาสัมพันธ์ทางการค้าให้สนิทแน่นแฟ้นขึ้นแทนนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าจะเข้าแทนที่ตลาดมหึมาของอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่นได้ มันเป็นเรื่องยากที่จะผลิตสินค้าและบริการไฮเทคเพิ่มมากขึ้น และคาดหวังจะขายส่วนแบ่งสินค้าดังกล่าวให้ประเทศลูกค้าเบี้ยน้อยหอยน้อยทั้งหลายมากขึ้นแทนที่จะเป็นบรรดาประเทศร่ำรวยด้วยในเวลาเดียวกัน ดังปรากฏว่าแม้ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงจะจับมือกระชับไมตรีกับประธานาธิบดีปูตินแนบแน่นเพียงใด รัสเซียก็ซื้อสินค้าออกจีนไปแค่ 2% เท่านั้นเอง

– สายสัมพันธ์ทางการเงินของจีนกับมิตรประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงยังอ่อนปวกเปียก ยกตัวอย่างกรณีตลาดหุ้นกู้ของจีน งานวิจัยของทีมนักเศรษฐศาสตร์ 4 คนผู้สำรวจตรวจสอบหุ้นกู้ที่อยู่ในรูปเงินสกุลหยวนในครอบครองของนักลงทุนเอกชนทั้งหลายพบว่าในปีหลังๆ นี้ เงินไหลเข้ามาซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวส่วนใหญ่ที่สุดมาจากอเมริกา เขตเงินสกุลยูโรและญี่ปุ่น (Christopher Clayton, et al, “Internationalizing Like China”, 23 March 2022, https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=4055583)

นอกจากนี้ บทความของนักวิจัย IMF ที่ประเมินความสำคัญของเงินหยวนจีนต่อเงินตราสกุลอื่นๆ ว่ามันส่งอิทธิพลต่อกันอย่างไรก็สรุปข้อค้นพบว่าไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเงินหยวนได้กลายเป็นเงินสกุลหลักในเอเชียโดยส่งอิทธิพลต่ออัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคหรือผ่านสายโซ่อุปทานของเอเชียแต่อย่างใด (Camilo E Tovar Mora & Tania Mohd Nor, “Reserve Currency Blocs: A Changing International Monetary System?”, 24 January 2018, https://www.imf.org/en/Publications/WP/Issues/2018/01/25/Reserve-Currency-Blocs-A-Changing-International-Monetary-System-45586)

อาจสรุปได้ว่าปมเงื่อนความขัดแย้งในยุทธศาสตร์โลกาภิวัตน์ที่เอาบ้านเป็นฐานที่มั่นภายใต้สีจิ้นผิงอยู่ตรงการเข้าพัวพันกับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศย่อมอำนวยประโยชน์ต่อกันและกันให้แก่บรรดาประเทศคู่ค้าคู่ลงทุน

แต่ขณะเดียวกันโดยธรรมชาติของมัน ก็ย่อมเปิดช่องทางให้ประเทศเหล่านั้น เปราะบางต่อกันและกันไปด้วยพร้อมกันในตัว

การพึ่งพาซึ่งกันและกันจึงมีทั้งคุณและโทษอย่างเลี่ยงไม่พ้น เหลือวิสัยที่จะตั้งกำแพงไฟปิดกั้น กีดกันผลเสีย/จุดอ่อนเปราะทุกอย่างแล้วเลือกรับไว้แต่ผลดี/จุดแข็งได้ มิฉะนั้นก็ต้องปิดประเทศและอดอยากปากแห้งต่อไปเท่านั้นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ