bg-single

I CAME BY ‘แวะมาเยี่ยม’ / ภาพยนตร์ : นพมาส แววหงส์

19.09.2022

ภาพยนตร์

นพมาส แววหงส์

 

I CAME BY

‘แวะมาเยี่ยม’

 

กำกับการแสดง

Balak Anvari

นำแสดง

Hugh Bonneville

Kelly Macdonald

George Mackay

Percelle Ascot

 

หนังใหม่ของเน็ตฟลิกซ์สัปดาห์นี้เป็นหนังเขย่าขวัญที่มีเนื้อหาสาระพอควร ไม่ว่างเปล่าเบาหวิว เอาแต่หลอกให้คนดูหวาดเสียวนั่งไม่ติดแบบทริลเลอร์ที่ดูแล้วนึกเสียดายเวลาที่เสียไปเสียทีเดียว

ปัญหาของหนังคือผู้กำกับฯ ฝีมือดีคนนี้พยายามเฉลี่ยน้ำหนักระหว่างการวิพากษ์สังคมและความเครียดขมึงชวนระทึกใจตามแบบฉบับของหนังประเภททริลเลอร์ และยังทำได้ไม่แนบเนียนลงตัวไปจนสุดสายปลายทางนัก

แต่ก็เป็นหนังที่อยากแนะนำอยู่ดีนะคะ

นักแสดงนำคือฮิว บอนเนอวิลล์ ผู้ผันตัวเองจากบทบาทแคแร็กเตอร์ขุนนางหนุ่มใหญ่ผู้สง่างามและแสนดีที่แฟนๆ ล้วนรักใคร่ติดใจในหนังชุด Downton Abbey อันประสบความสำเร็จอย่างล้นเหลือ และหนัง Paddington ซึ่งผู้คนล้วนชื่นชอบเหมือนกัน คราวนี้เขาพลิกโฉมมาสวมบทตัวร้ายใจเหี้ยมเกินมนุษย์มนา

และอีกคนคือ เคลลี แม็กโดนัลด์ (No Country for Old Men, Gosford Park) นักแสดงที่พูดอังกฤษสำเนียงแปร่งหูแบบสกอตต์จนเป็นลักษณะประจำตัวของเธอ

หนังเริ่มด้วยตัวละครที่ดูเหมือนจะเป็นตัวเอก คือ โทบี้ (จอร์จ แม็กเคย์) หนุ่มน้อยวัย 23 ที่อาศัยอยู่กับแม่ (เคลลี แม็กโดนัลด์) ผู้เลี้ยงดูเขาโดยลำพัง และทำงานสังคมสงเคราะห์ ช่วยเหลือให้การบำบัดและช่วยเหลือแก่คนยากไร้และด้อยโอกาสในสังคม

แม้จะมีแม่เป็นนักจิตเวช แต่โทบี้ซึ่งโตขึ้นมาโดยไม่มีพ่อ ก็เป็นเด็กมีปัญหา เรียนอะไรก็ครึ่งๆ กลางๆ ไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่มีการงานอาชีพเลี้ยงตัวได้ และไม่ยอมช่วยงานการใดๆ ในบ้านเลย จนทะเลาะกับแม่อยู่เนืองๆ

ตั้งแต่ต้นๆ เรื่อง เราเห็นโทบี้กำลังรอรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีหญิงจรจัดนั่งขอทานอยู่ ขณะที่เสียงประกาศจากระบบการขนส่งดังก้องห้ามการให้เงินแก่ขอทานที่เห็นอยู่ทั่วไป

โทบี้จับตาดูนักธุรกิจในชุดสูทที่ยืนรอรถไฟอยู่เหมือนกัน ก่อนจะส่งสัญญาณให้หญิงขอทานที่นั่งอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไว้ ขณะที่เขาเดินไปค่อยๆ กรีดมือหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงของหนุ่มนักธุรกิจอย่างเบามือและแนบเนียน แล้วหย่อนลงกับพื้น ก่อนที่จะเดินกลับมาเก็บขึ้นและถามว่า “นี่ของคุณใช่ไหม”

เงินสมนาคุณจากการเก็บมือถือไปคืนที่นักธุรกิจผู้นั้นจำต้องหยิบยื่นให้ โทบี้เอาไปหย่อนใส่กะลาของหญิงขอทานผู้มองตามอย่างตะลึงตะไลอ้าปากค้าง

ฉากเล็กๆ เพียงฉากเดียวนี้ แนะนำให้เรารู้จักตัวตนของโทบี้ผู้วางตัวเป็นกบฏต่อชนชั้นและการแบ่งแยกอันไม่ยุติธรรมในสังคม

จากนั้นเราได้รู้ว่าโทบี้มีเพื่อนสนิทชื่อ เจย์ (เพอร์แซลล์ อัสคอต) ผู้ร่วมกระทำการต่อต้านสังคมและประกาศให้ผู้มีอันจะกินหรือร่ำรวยเกินหน้า รู้ว่าพวกเขาสามารถกระทำการอันอุกอาจล่วงล้ำเข้าไปในเคหสถาน หยิบฉวยข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่มีค่ามากไป และทิ้งร่องรอยการบุกรุกไว้ด้วยตัวอักษรที่พ่นสีเป็นกราฟิตี้ที่ออกแบบสวยงามไว้บนผนังว่า

I Came By

หรือ “ฉันแวะมาเยี่ยมนะ” ตามชื่อหนัง

สร้างความงงงันให้แก่เจ้าของบ้านผู้มีอันจะกิน และตกเป็นกระแสครึกโครมอยู่ในอินเตอร์เน็ตถึงขั้นที่มีวอล์กเกอร์ติดตามทำข่าวเรื่องศิลปินกราฟิตี้ ที่ลักลอบเข้าไปพ่นสีตัวอักษรบนผนังในบ้านเรือนของผู้มีอันจะกิน โดยดูเหมือนไม่ได้ขโมยอะไรไปมาก

แม้ตำรวจจะยังติดตามจับอาชญากรไม่ได้ และสังคมจะยังงงงันว่าคดีกราฟิตี้เหล่านี้มีอะไรเป็นแรงจูงใจ แต่คนดูก็ได้รู้จักตัวการสองคนที่วางแผนร่วมมือกันอย่างรอบคอบก่อนลงมือ

เป้าหมายต่อไปคือคฤหาสน์ของอดีตผู้พิพากษา เซอร์เฮคเตอร์ เบลค (ฮิว บอนเนวิลล์) ผู้เป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ที่เป็นที่นับหน้าถือตาอย่างยิ่ง

การกระทำอย่างอุกอาจนี้น่าจะมุ่งหวังให้เป็นการหยามน้ำหน้าของอภิสิทธิ์ชนให้รู้ๆ กันไปว่า ไม่มีใครที่อยู่บนหิ้งบูชาโดยไม่มีใครแตะต้องได้

แต่ก่อนที่จะลงมือ เจย์ก็ขอถอนตัวกลางคัน เนื่องจากแฟนสาวเกิดตั้งท้องขึ้น และเขาต้องกลับตัวกลับใจ เลิกยุ่งเกี่ยวกับอาชญากรรมทุกรูปแบบ

เจย์เป็นหนุ่มผิวดำ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าโทบี้หนุ่มผิวขาวในการรับโทษ

โทบี้ซึ่งกระทำการ “แวะมาเยี่ยม” ครั้งนี้ตามลำพังโดยไม่มีเพื่อนคอยสอดส่องดูต้นทางให้ เข้าไปพบเรื่องเลวร้ายน่าสยดสยองที่หมกซ่อนไว้ในชั้นใต้ดินของคฤหาสน์

ครั้นเมื่อเขาโทร.แจ้งตำรวจอย่างใจไม่เป็นส่ำ และตำรวจนำทีมเข้าขอค้นบ้านอดีตผู้พิพากษาตามเบาะแสที่ได้รับแจ้ง เซอร์เฮคเตอร์กลับเอาตัวรอดจากสถานการณ์ได้ด้วยเครือข่าย “เส้นก๋วยจั๊บ” ของอภิสิทธิ์ชนผู้เป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมผู้อยู่เหนือหรือสุดเอื้อมของกฎหมาย

จากนั้นพล็อตก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางจากโทบี้ผู้ดูเหมือนเป็นตัวเอกของเรื่องไปสู่แม่ของโทบี้ซึ่งเฝ้าติดตามเรื่องต่อจากนั้น

ความสยองขวัญยังคงตามมาครั้งแล้วครั้งเล่า…ซึ่งขออุบไว้ไม่ให้เป็นสปอยเลอร์ละค่ะ

และตัวเดินเรื่องก็ยังเปลี่ยนทิศทางไปอีกในช่วงหลัง

ผู้เขียนออกจะรู้สึกว่าตอนจบรวบรัดไปนิดและไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรนัก แต่หนังก็จบลงอย่างที่เรื่องราวควรจะลงเอย

และทิ้งค้างประเด็นความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น เชื้อชาติและสถานะทางสังคมไว้ให้คิดต่อไปเองว่าเรื่องราวแบบนี้คงจะต้องเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกไปเรื่อยๆ…โดยเฉพาะในสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติเพิ่มมากขึ้นทุกที…

ซึ่งชนผิวขาวผู้เคยเป็นอภิสิทธิ์ชน กำลังรู้สึกจนมุมและหาทางตอบโต้เพื่อรักษาสถานภาพและอำนาจที่เคยครองอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ขณะที่คนอพยพผิวสีที่เป็นชนชั้นล่างผู้ไร้โอกาสก็เริ่มขยายจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และหาทางโต้กลับเหมือนกัน •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้