bg-single

วิช่วลคัลเจอร์ ประชา สุวีรานนท์ / Little House : ในความน่ารักมีความโหดร้าย (จบ)

07.11.2017

วิช่วลคัลเจอร์/ประชา สุวีรานนท์

Little House : ในความน่ารักมีความโหดร้าย (จบ)

ทั้งๆ ที่ทุกคนรู้ดีว่า ชีวิตในอเมริกาเหนือในยุคบุกเบิกเต็มไปด้วยความรุนแรงและความยากลำบาก

แต่ Little House มีฐานะเป็นนิยายสําหรับเด็ก หรือถูกมองว่าเป็นเช่นนั้น บางอย่าง เช่น เลือด ความโหดร้าย รวมทั้งอคติเกี่ยวกับอินเดียนแดง ซึ่งไม่เหมาะสำหรับเยาวชนจึงต้องถูกปิดบังหรือลดทอนลง

การกดดันยังมาจากการจัดพิมพ์ด้วย ในตอนเริ่มต้น ไวลเดอร์เขียนเรื่องของเธอ เล่าถึงชีวิตวัยเด็กจนถึงเมื่อแต่งงานให้เป็นหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ และตั้งชื่อว่า Pioneer Girl แต่ว่าไม่มีสำนักพิมพ์ไหนยอมพิมพ์

ลูกสาวชื่อโรสจึงเอามาดัดแปลงให้เป็นเรื่องสำหรับเด็ก แล้วส่งไปให้บรรณาธิการพิจารณาใหม่อีกครั้ง จึงผ่านและได้รับการพิมพ์ และเมื่อออกสู่สายตาคนอ่าน ก็ประสบผลสำเร็จแบบชั่วข้ามคืน

ในการเขียนใหม่นั้นเอง ลอร่าและลูกสาวได้ตัดเบื้องหลังทางสังคมและการเมืองออกไปหลายอย่าง เช่น ไม่พูดถึงการย้ายถิ่นซึ่งมีมากครั้งกว่าในหนังสือหลายเท่า (รวมทั้งการไปไอโอวา ซึ่งเป็นที่ซึ่งน้องชายของเธอตายตั้งแต่ยังเป็นทารก) การไปรับจ้างทำงานที่โรงแรม และถูกพ่อปลุกขึ้นมากลางดึกเพื่อหนีออกจากเมืองเพื่อหนีหนี้ค่าเช่าบ้าน เจ้าของโรงแรมในแคนซัสซึ่งฆ่าผู้เช่าหลายคน และการที่เด็กๆ ที่ตายไปเพราะความหนาวในมินเนโซตา

นอกจากนั้น เมื่อออกมาใน ค.ศ.1932 สหรัฐกำลังอยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนตกงาน ลำบากยากแค้นกันทั่ว หนังสือชุดนี้ทำให้ผู้คนคลายความท้อแท้ เพราะบอกตัวเองได้ว่าบรรพบุรุษของตนเคยผ่านความลำบากยากแค้นมาแล้ว

ชีวิตของพ่อแม่และลูกสาวทั้งสี่คนในเรื่อง กลายเป็นสิ่งที่สร้างขวัญกำลังใจ และช่วยปลุกจิตสำนึกการต่อสู้ของชาวอเมริกันขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ใน Laura Ingalls Wilder : A Biography (สำนักพิมพ์แพรวเยาวชน นำมาพิมพ์เป็นเล่มที่ 12 ชื่อ ชีวิตต้องสู้) ผู้เขียนคือ วิลเลียม แอนเดอร์สัน ได้เล่าว่าการเดินทางของครอบครัวของลอร่า เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการอพยพในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งเกิดขึ้นเพราะการขยายอาณาเขตของประเทศไปทางตะวันตก

สิ่งที่ถูกตัดออกไปจากเรื่องจริง คืออินเดียนแดงรวมทั้งการแก้ปัญหาด้วยปืน

เริ่มด้วยการที่รัฐบาลกลางทำสัญญาใหม่กับอินเดียนแดงและผลักดันให้คนขาวเข้าไปตั้งรกราก โดยประกาศให้ที่ดินแก่คนที่เข้าไปจับจองแถบนั้นฟรีๆ และขับไล่ชนพื้นเมืองให้ออกจากที่อยู่เดิม ต้อนเข้าไปอยู่ในเขตสงวน ซึ่งตามมาด้วยการคุกคามและเข่นฆ่าคนเหล่านี้หลายครั้ง

ความเกลียดและกลัวชนพื้นเมืองมีมากมายและอยู่ในจิตสำนึกของคนขาวทั่วๆ ไป หนังสืออ้างคำพูดที่ว่า : “The only good Indian was a dead Indian” รวมทั้ง “Minnesota Massacre” ซึ่งเป็นการรบกับอินเดียนแดง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ส่ออคติอย่างชัดเจน

ใน Little House on the Prairie (บ้านเล็กในทุ่งกว้าง) ซึ่งเริ่มต้นเมื่อครอบครัวอิงกัลล์ออกจากวิสคอนซินและเดินทางไปยังเขตอินเดียน ได้พูดถึงปัญหาการล่าอาณานิคมและบทบาทของรัฐบาลกลาง ซึ่งตอนนั้นหลายคนรวมทั้งไวลเดอร์ ผู้เขียนก็คงไม่รู้ว่าพื้นที่ของรัฐแคนซัสนั้น เดิมเรียกว่า Indian Territory

ที่สำคัญ พ่อทำพลาดไปเพราะปลูกบ้านและทำไร่อยู่ใกล้ทางเดินของอินเดียนแดง ชนพื้นเมืองเหล่านี้จึงปรากฏตัว เดินเข้ามาในบ้าน และหยิบของไปตามใจชอบ (ซึ่งบางคนบอกว่าเหมือนมาเก็บ “ค่าเช่า”) แม่ซึ่งเกลียดและกลัวอินเดียนแดง เห็นการกระทำเช่นนั้นเป็นการบุกรุก นอกจากนั้น เมื่อมีการล้อมวงกันเต้นรำ และร้องเพลงรบ รวมทั้งเมื่อเดินทางกันเป็นทิวแถว ทุกคนก็จะได้ยินและเห็นอยู่เสมอ

ในหลายบท รูปประกอบของวิลเลียมส์ทำให้ผู้อ่านเห็นว่าอินเดียนแดงเหล่านี้ไม่สวมเสื้อ อีกทั้งให้รายละเอียดมากจนแทบจะได้กลิ่นสาบอย่างที่บรรยายในหนังสือเลยทีเดียว

เหตุการณ์และคำพูด (ของเพื่อนบ้าน) ดังกล่าวถูกอ้างถึงอย่างสั้นๆ และไม่ให้คำอธิบายมากนัก เมื่อลอร่าถามว่า “ก็นี่มันเขตอินเดียนแดงนี่นา เรามาที่นี่ทำไมถ้าเราไม่ชอบเขา?” ก็ไม่ได้รับคำตอบ

ทั้งอคติของแม่ ทัศนะของพ่อ และข้อสังเกตของลอร่า จะอยู่เคียงกันภาพของอินเดียนเผ่าโอซาจซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินนั้นไปตลอดเล่ม

และเมื่อมาถึงท้ายสุดของเล่ม หรือปี ค.ศ.1870 เมื่อครอบครัวเธอถูกทหารไล่จากที่ทำกิน ก่อนอพยพออกไป ชาร์ลส์ก็ยอมรับว่าตนเองทำไม่ถูก และบอกว่า รัฐบาลลากเส้นในแผนที่ และบังเอิญครอบครัวอิงกัลล์มาตั้งรกรากอยู่ด้านที่ผิด

แต่เพราะเป็นวรรณกรรมเยาวชนหรือถูกเล่าโดยเด็ก เรื่องจึงไม่ได้สานต่อ

ใน Little House in the Woods หนังสือจบด้วยการที่ลอร่าบอกว่า “now is now. It can never be a long time ago.” ในแง่ส่วนตัว เธอ “เก็บรักษา” ยุคสมัยนั้นเอาไว้ ราวกับเป็นปัจจุบันของตนเอง ประโยคนี้บอกจุดมุ่งหมาย ซึ่งก็คือเพื่อบันทึกเรื่องราวของครอบครัวนักบุกเบิกเอาไว้ และบรรลุผลสำเร็จเมื่อมีคนอ่านและหลงรักทั่วโลก

แต่การเก็บรักษาอาจกลายเป็น “แช่แข็ง” นิยายชุดนี้ รวมทั้งหนังเกี่ยวกับตะวันตก หรือหนังเคาบอยมีอิทธิพลมากในการทำให้คนเห็นเพียงด้านเดียวของโลกยุคนั้น แม้เมื่อทัศนะต่างๆ เปลี่ยนไปหรือหลากหลายมากขึ้น เช่น เห็นว่าการบุกเบิกกลายเป็นการกดขี่ชนพื้นเมือง เรื่องราวที่ไวลเดอร์เขียน ซึ่งหมายถึงเหตุการณ์อันเต็มไปด้วยรูปธรรมและรายละเอียดต่างๆ ก็ฝังลึกจนยากจะลบเลือน

เช่นเดียวกับนิยาย รูปประกอบของ Little House ทำให้คนจำนวนมากประทับใจในยุคบุกเบิกของสหรัฐอเมริกา และผลงานของการ์ต วิลเลียมส์ จะยังมีอิทธิพลต่อไปอีกนาน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space