bg-single

เรียม : สยายปีกติดหัวรบ เมื่อสมเด็จสร้างเมือง

12.04.2023

วันที่ “อัญเจียแขมร์” ฉบับนี้ตีพิมพ์ การร่วมฝึกทางทหารระหว่างจีน-กัมพูชาในปฏิบัติการมิชชั่น : Golden Dragon, มังกรทอง/2023 ที่จะใช้เวลาปฏิบัติภารกิจถึง 13 วัน เป็นอันเสร็จสิ้น นับว่าใหญ่ยิ่งมากเมื่อเทียบกับขนาดของกองทัพกัมพูชาและเปรียบเทียบกับภารกิจซ้อมรบแบบเดียวกันในหมู่ประเทศเพื่อนบ้าน

พุทธศักราช 2566 คือปีที่ควรจดจำสำหรับกัมพูชา ด้วยมีหลากหลายงานใหญ่ในแต่ละอีเวนต์อย่างต่อเนื่อง แทบหายใจรดต้นคอทุกๆ วัน อาทิ หลังจากนี้ไปไม่ถึง 1 เดือน มหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 32 และตามมาด้วยพาราลิมปิกเกมส์ ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ ที่ส่อแววจะวุ่น 1!

เว้นห่างไปอีกเดือนเศษก็ตามมาด้วยการเลือกตั้งทั่วไปในกลางปี ที่ส่อแววจะวุ่น 2!

แต่สำหรับเรื่องที่กัมพูชาไม่ต้องเป็นเจ้าภาพ อย่างภารกิจซ้อมรบ “มังกรทอง 23” ยุทธการด้านความมั่นคงและเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่จีนร่วมซ้อมรบ

นัยว่า ต้องการ “ข่ม” ยุทธการคอบร้าโกลด์ของกองทัพอเมริกันที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจในไทยไปหมาดๆ

งานนี้เรียกว่า “ไฝว้” กันในระดับภูมิภาคหมู่บ้านแห่งอาเซียน ที่นับวันแต่ละบ้าน เหมือนไม่ค่อยจะปกติ เฉพาะว่านี้ก็เช่นกันเคยเกิดขึ้นในเขมร (แต่เรียกต่างกัน)

กระทั่ง เกิดปมเหตุที่ทำให้มีจีนเข้ามาในภารกิจนี้ และกัมพูชาต้องเลือกระหว่างมิตรและศัตรู!

ใครใหญ่ใครอยู่!

“คอบร้าโกลด์” สหรัฐกับพันธมิตรที่มีไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ มีขนาดภารกิจและจำนวนกำลังพลที่เล็กกว่ากัมพูชาไปเลย ยิ่งเมื่อเทียบกันด้วยระยะของการฝึก

โดย Golden Dragon ของจีนนั้น เฉพาะกำลังพลจีนเอง ก็ 2,000 กว่านาย และยังซ้อมกันนานถึง 13 วัน! มากกว่า “คอบร้าโกลด์ไทยแลนด์” ซึ่งร่วมฝึกเชิงมิตรภาพกันหลายชาติอีกด้วย เรียกกันว่า ไฝว้กันที่จำนวนกำลังพลและอาวุธหนักเบาบวกกับระยะเวลาที่แม้ว่ากัมพูชาจะมีขนาดเล็กกว่าไทย 3 เท่า แต่เรื่องความใจใหญ่ มันข่มกันยาก!

กองทัพกัมพูชายุคใหม่นั้น อย่าว่าแต่ข่มกองทัพในระดับภูมิภาคเลย ขนาดเพนตากอน-สหรัฐ ก็ถูกสวนกลับออกบ่อย โดยเฉพาะท่าทีที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน มีต่อประเด็นขยายฐานทัพเรือเรียมว่า “เป็นยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางทหารตามฉบับกัมพูชาที่ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบใคร!”

นี่สินะ “เล่นใหญ่แน่นะ…วิ” ชนิดที่ เพื่อนเวียดออกอาการซีเรียส ปมเหตุข้อพิพาททะเลจีนใต้ยังคาราคาซังอีกการซ้อมรบกับจีนที่ดินแดนเขมร 13 วันนั้น มันแทบไม่ต่างจากสมัยหนึ่งที่จีนเคยยกทัพโจมตีเวียดนามต่อเนื่องนาน 10 วันเพื่อสั่งสอนนโยบายพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนของฮานอย แผลนั้นยังไม่ลืม จีนก็มาเสริมเขี้ยวเล็บในกัมพูชาที่ฐานทัพเรือเรียม

ส่วนไทยก็ใช่ว่าจะพ้น ทั้งท่าเรือน้ำลึกและสนามบินนานาชาติดาราสาครที่เกาะกง ก็ถือเป็นผลพวงของโครงการ “ฐานทัพเรือเรียม” เดียวกันที่จ่อปากอ่าวไทย!

 

ย้อนไปสมัยอดีตก่อนกาล กษัตริย์เขมรพระบาทนโรดมก็เคยแลกผลประโยชน์กับต่างชาติ-ฝรั่งเศส ผู้มาพร้อมกับ “ข้อเสนอพิเศษ” หนึ่งในนั้นคือ “สร้างพระราชวังหลังใหม่” ที่จำลองมาจากกรุงเทพฯ ที่กรุงพนมเปญ ไปๆ มาๆ กัมพูชาตกเป็นเมืองขึ้นอาณานิคมบารังไปศตวรรษครึ่ง

อีกสมัยหนึ่ง นโรดม สีหนุ ซึ่งถูกยึดอำนาจรัฐบาล ทรงลี้ภัยไปเมืองจีน ใช้ที่นั่นทำการเมืองต่อสู้กับเพื่อนร่วมชาติยาวนานไปอีกร่วมสองทศวรรษ จากจุดเริ่มต้นครานั้น คือ 50 ปีก่อน ผลก็คือ จีนแผ่อิทธิพลผ่านการเมืองระดับสูงของกัมพูชาร่วมกับทั้งระบอบกษัตริย์และพล พต เขมรแดง

และยังยิบย่อยตามมา ว่าด้วยเรื่องผู้นำกัมพูชาที่เป็นเหมือนมรดกการเมือง ต่อจริตแขมร์ในการเจรจา-แลกเปลี่ยน “ผลประโยชน์กับต่างชาติ” ต่างกรรมต่างวาระ

สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชแสน (ฮุน เซน) เป็นอีกคนที่ไม่แตกต่าง คือนำเมืองเขมรไปผูกไว้กับประเทศมหาอำนาจเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์คุ้มครองตนเองและประเทศบางอย่าง ซึ่งว่าไปก็ใช่จะผิดแผกแตกต่างไปจากผู้นำในอดีต “เรื่องแลกเมืองกับพื้นที่อาณาจักร” อันเป็นเรื่องเค้าโครงเดิมๆ ที่กัมพูชาดำเนินรอยมากว่า 2 ศตวรรษ ตั้งแต่เสียหัวเมืองตะวันตกให้สยาม เสียส่วนเขมรกลางให้ฝรั่งเศส

สุดท้ายเสียดินแดนเขมรใต้ทั้งหมดอย่างถาวร ให้เวียดนาม

บทเรียนเหล่านั้น ไม่เคยทำการให้ผู้นำเขมรเสียขวัญ ในการถอดบทเรียนแม้แต่ครั้งเดียว โดยจะเห็นว่า การที่ผู้นำกัมพูชายอมให้จีนเข้ามาแสวงหาความมั่นคงระดับภูมิภาคจากโครงการฐานทัพเรือเรียม เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเมืองและความทะเยอทะยานที่จะยกระดับแสนยานุภาพในกองทัพ ทั้งการอวดวัดศักดานุภาพกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค

ไม่มีโอกาสไหนจะทำได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะถูกกล่าวหาว่าทำการโดยผิดรัฐธรรมนูญใดๆ

 

เรียกให้งามๆ นี่คือ “งานช่างสิบหมู่” ของผู้นำเขมร ทั้ง คัดลอก-จำลองแบบ สารพัดไอเดียที่งัดมาใช้และในที่สุดก็สร้างสรรค์เป็นแบบฉบับของตน

ฮุน เซนโมเดล-ยังมีความพิสดาร ดังจะเห็นได้จากการที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซนสามารถถอดถอนโฉนดที่ดินของเอกชน 2 ราย เพื่อนำที่ดินกว่า 2,000 ไร่เหล่านั้น มาเล่นแร่แปรธาตุเป็นสัมปทานในการสยายปีกกองทัพเขมรภูมินทร์

โดยมีบริษัท รอยัลกรุ๊ป ที่ครอบครองที่ดินผืนใหญ่ในเขตฐานทัพเรือเรียมเป็นนายหน้าค้าความกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

นัยทีบริษัทนี้นอกจากจะเป็นนอมินีสมเด็จตระกูลฮุนเซนแล้ว ยังร่วมทำธุรกิจกับเอกชนจีนและสัมปทานระหว่างรัฐในนามตัวแทนรัฐบาลมาตลอด

กล่าวให้ชัดรอยัลกรุ๊ปคือคัมปานีของฮุน เซน นั่นเท่ากับว่า นายกรัฐมนตรีกัมพูชาถือสิทธิ์ครอบครองที่ดินซึ่งควรสงวนไว้เป็นของกองทัพและนำมาเป็นกึ่งธุรกิจสัมปทานในผลประโยชน์ระหว่างกองทัพและตนเอง

เมื่อรัฐบาลริบที่ดินนั้นมาจากเอกชน และนำไปประมูลให้รัฐบาลจีนทำประโยชน์ นัยว่าเพื่อยกระดับฐานทัพเรือกัมพูชาให้มีประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยีเทียบเท่ากับอารยประเทศ

ศูนย์กองบัญชาการแห่งใหม่บนที่ดินสองพันกว่าไร่ จะเป็นหน่วยงานควบคุมเรดาร์ด้านความมั่นคงทางอากาศยานและมหาสมุทร

เท่ากับว่ายืมมือจีนมาติดเขี้ยวเล็บให้ตนเอง

ฮุน เซน ที่เพิ่งประกาศข่าวดีเรื่องนี้อย่างเป็นทางการด้วยความภาคภูมิใจ “ในที่สุด กัมพูชาก็มาถึงจุดนี้ จุดที่สามารถกำหนด-อนาคตในการ ‘พัฒนาขีดความสามารถกองกำลังป้องกันตนเอง'”

แต่สำหรับผู้นำพนมเปญแล้ว นี่คือการประกาศศักดานุภาพของผู้นำกัมพูชา แห่งศตวรรษที่ 21 ต่อไป กองทัพเรือกัมพูชา จะผงาดขึ้นมาเป็นฐานบัญชาการแห่งใหม่ในน่านน้ำทะเลที่คาบเกี่ยวระหว่างทะเลจีนใต้กับอ่าวไทย!

ผิดก็แต่ที่ตั้งชัยภูมิของฐานทัพเรือเขมรแห่งนี้ ห่างชายฝั่งเวียดนามไปเพียง 20 กิโลเมตร และเช่นเดียวกับสารบบยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของท่าอากาศยานนานาชาติดาราสาครที่จังหวัดเกาะกงซึ่งติดกับอ่าวไทยและจังหวัดตราด

ลำพัง ขนาดแค่ซ้อมรบกันในเขมร ก็ยังทำเอา “คอบร้าโกลด์” VS “มังกรทอง 23” ได้กลายเป็น ภารกิจที่ไม่ปกติด้านความมั่นคงไปโดยทันที!

 

หรือนี่คือการถอนพิษ 2 ประเทศเพื่อนบ้านไทย-เวียดนามที่ได้ชื่อว่า เป็นภัยคุกคามมาตลอดในความรู้สึกของผู้นำและประชาชนกัมพูชาที่ไม่อาจสลักแอกอันแบกทุกข์นี้ไว้ได้ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ถ้าไม่ใช่ระบอบฮุนเซนซึ่งเดินเกมวิสัยทัศน์ในแบบข้ามคืนแล้ว กัมพูชาคงไม่สามารถเดินหน้าแข่งขันใครได้อย่างภาคภูมิใจที่สามารถยกระดับตนเองกว่าทุกประเทศในภูมิภาค

ก้าวข้ามการถูกดูแคลนในความเป็นประเทศเล็กๆ ไปสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่

และอย่าเพิ่งตกใจ ถ้าความสำเร็จของผู้นำเขมรหนนี้ จะนำพาเราไปสู่เงื่อนไขบางอย่าง ที่กลายเป็นพันธนาการแห่งอนาคตของเรา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)