เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
Technical Time-Out | SearchSri
การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พร้อมๆ กับประวัติศาสตร์มากมาย
ในแง่สถิติ นี่เป็นฟุตบอลโลกที่ไซซ์ “ใหญ่” ที่สุด เนื่องด้วยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันมากกว่าครั้งไหนๆ ถึง 48 ทีม เพิ่มจากหนที่แล้วที่กาตาร์ถึง 12 ทีม
จำนวนทีมที่เพิ่มขึ้นหมายถึงจำนวนเกมที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยมีแมตช์เตะรวม 104 แมตช์ เพิ่มจาก 64 แมตช์ในระบบ 32 ทีม
รายละเอียดการแบ่งกลุ่ม 48 ทีม ดังนี้
กลุ่มเอ : เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, เช็ก / กลุ่มบี : แคนาดา, บอสเนีย, กาตาร์, สวิตเซอร์แลนด์ / กลุ่มซี : บราซิล, โมร็อกโก, เฮติ, สกอตแลนด์ / กลุ่มดี : สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ออสเตรเลีย, ตุรกี
กลุ่มอี : เยอรมนี, คูราเซา, ไอวอรีโคสต์, เอกวาดอร์ / กลุ่มเอฟ : เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, สวีเดน, ตูนิเซีย / กลุ่มจี : เบลเยียม, อียิปต์, อิหร่าน, นิวซีแลนด์ / กลุ่มเอช : สเปน, เคปเวิร์ด, ซาอุดีอาระเบีย, อุรุกวัย
กลุ่มไอ : ฝรั่งเศส, เซเนกัล, อิรัก, นอร์เวย์ / กลุ่มเจ : อาร์เจนตินา, แอลจีเรีย, ออสเตรีย, จอร์แดน / กลุ่มเค : โปรตุเกส, ดีอาร์ คองโก, อุซเบกิสถาน, โคลอมเบีย / กลุ่มแอล : อังกฤษ, โครเอเชีย, กานา, ปานามา
พอเพิ่มทีม เพิ่มกลุ่ม ก็ต้องปรับระบบการหาทีมเข้ารอบน็อกเอาต์เล็กน้อย โดยหลังเตะรอบแบ่งกลุ่มแบบพบกันหมดในกลุ่มแล้ว ทีมแชมป์และรองแชมป์กลุ่มทั้ง 12 กลุ่มจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์อัตโนมัติ
นอกจากนี้ ยังมีทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอีก 8 ทีมที่จะได้ตั๋วเข้ารอบไป รวมเป็น 32 ทีมประกบคู่ตามสายที่วางไว้ แล้วเตะกันแบบแพ้คัดออกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

เวิลด์คัพครั้งนี้ยังเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ที่มีเจ้าภาพร่วม (ต่อจากปี 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น) แต่เป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพถึง 3 ประเทศ คือ แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา โดยกระจายสนามแข่งขันในประเทศต่างๆ รวม 16 สนาม คือ แคนาดา 2 สนาม, เม็กซิโก 3 สนาม และสหรัฐอเมริการับไปมากที่สุด 11 สนาม
ในจำนวนนี้ เอสตาดิโอ อัซเตก้า ที่เม็กซิโก ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์เป็นสนามแรกที่ได้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย หลังจากเม็กซิโกและสนามแห่งนี้เคยเป็นสังเวียนฟาดแข้งบอลโลกมาเมื่อปี 1970 และ 1986 แล้ว
เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าภาพทั้ง 3 ประเทศ แมสคอต หรือตัวนำโชคประจำการแข่งขันจึงมี 3 ตัว เป็นตัวแทนของเจ้าภาพ โดยวางแคแร็กเตอร์เป็นสมาชิกในทีมฟุตบอล ได้แก่ เมเปิล กวางมูสแคนาดา ผู้รักษาประตูชุดแดงที่ได้ชื่อจากใบเมเปิล สัญลักษณ์บนธงชาติแคนาดา
ซายู เสือจากัวร์เม็กซิกัน กองหน้าชุดเขียว สีประจำทีมชาติเม็กซิโก โดยเสือจากัวร์เป็นสัตว์สำคัญในอารยธรรมโบราณของประเทศ
คลัตช์ อินทรีหัวขาวกองกลางสวมชุดน้ำเงิน ได้แรงบันดาลใจจากนกอินทรี สัตว์สัญลักษณ์ของประเทศ


ฟุตบอลโลกครั้งนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มกฎกติกาใหม่ๆ เข้ามาหลายข้อ ซึ่งส่วนใหญ่เพื่อให้การตัดสินเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น และทำให้เกมลื่นไหลมากขึ้น
โดยเพิ่มบทบาทของ วีเออาร์ (VAR) หรือระบบวิดีโอช่วยตัดสิน ให้สามารถเช็กจังหวะการแจกใบเหลืองใบที่ 2 ที่จะนำไปสู่ใบแดง รวมถึงเช็กจังหวะการเป่าลูกเตะมุม จากเดิมที่ให้เช็กเฉพาะจังหวะใบแดง จังหวะลูกจุดโทษ จังหวะทำประตู และจังหวะล้ำหน้า
นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีตรวจจับจังหวะล้ำหน้าแบบกึ่งอัตโนมัติที่มีความละเอียดระดับจังหวะเหลื่อมเกิน 10 ซ.ม. (จากเดิม 50 ซ.ม.) มาใช้
ขณะที่กติกาใหม่ๆ นั้น เช่น การเปลี่ยนตัวให้เวลาไม่เกิน 10 วินาที ถ้านักเตะที่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเกินเวลาจะโดนใบเหลือง, การทุ่มและเตะบอลจากประตูให้เวลาไม่เกิน 5 วินาที, นักเตะที่จะรับการปฐมพยาบาลต้องออกจากสนาม (ยกเว้นผู้รักษาประตู) และต้องรอ 1 นาทีจึงกลับเข้ามาได้
นอกจากนี้ ความที่อากาศในหน้าร้อนของฝั่งอเมริกาเหนือในหลายพื้นที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงจะเป็นอันตรายต่อนักเตะ จึงต้องมีช่วง “คูลลิ่งเบรก” ให้นักเตะพักดื่มน้ำ โดยกรรมการจะเป่าหยุดเกมหลังเตะไป 22 นาทีทั้งช่วงครึ่งแรกและครึ่งหลัง โดยมีเวลาพักประมาณ 3 นาที

ว่ากันด้วยเรื่องการลุ้นแชมป์กันบ้าง น่าสนใจที่ทั้งซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ ออปต้า บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลกีฬาชั้นนำของโลก (ซึ่งทำการจำลองการแข่งขันแบบซิมูเลชั่นรวม 25,000 ครั้ง) และบรรดาบริษัทรับพนันถูกกฎหมายหลายแห่ง ต่างยกให้ สเปน เป็นเต็งแชมป์ โดยออปต้าระบุว่าทีมกระทิงดุมีโอกาสลุ้นแชมป์ 16.1 เปอร์เซ็นต์
ในอันดับรองๆ ลงมา ทีมที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์บอกว่ามีลุ้นเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ คือ ฝรั่งเศส อังกฤษ และ อาร์เจนตินา “แชมป์เก่า” ตามลำดับ
ขณะที่อันดับ 5-10 คือ โปรตุเกส, บราซิล, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์ และ เบลเยียม
ทั้งนี้ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์บอกว่า โอกาสที่จะมีแชมป์หน้าใหม่ซึ่งไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์โลกมาก่อนเลย มีเพียง 35.9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

การยกให้สเปนเป็นทีมเต็งไม่น่าแปลกใจ เพราะกระทิงดุชุดนี้มีทั้งดาวรุ่งฟอร์มแรงและนักเตะประสบการณ์สูงที่เทคนิคแพรวพราวเป็นตัวชูโรง ประกอบกับการครองบอลที่เหนียวแน่นและการต่อบอลทำเกมอย่างดุดันอันเป็นเครื่องหมายการค้าของทีม
โดยท่ามกลางดาวเด่นมากมายของสเปน คนที่ถูกจับตามองมากที่สุดย่อมไม่พ้น ลามีน ยามาล ไอ้หนูวัย 18 ปี ที่แจ้งเกิดเต็มๆ จากตอนยูโร 2024
แต่ต้องรอดูว่าเขาจะฟิตทันลงสนามตั้งแต่นัดแรกหรือไม่หลังได้รับบาดเจ็บจากการลงสนามให้ต้นสังกัดบาร์เซโลน่า
สำหรับฝรั่งเศส รองแชมป์หนที่แล้ว นำมาโดย คีเลียน เอ็มบัปเป้ ซึ่งน่าจับตาตรงที่เขายิงในบอลโลกไปแล้วรวม 12 ประตู ขาดอีก 4 ลูกจะเท่าสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ อดีตกองหน้าอินทรีเหล็กทำไว้
ด้านสิงโตคำรามผิดหวังกับการหวุดหวิดจะถึงแชมป์ในฟุตบอลถ้วยเมเจอร์มาแล้วหลายครั้งโดยเฉพาะในยุคกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่พาทีมเข้าชิงบอลยูโร 2 สมัยซ้อน มาคราวนี้นักเตะหลายคนเริ่มสุกงอมในแง่ฝีเท้าและประสบการณ์ นำมาโดย แฮร์รี่ เคน ดาวยิงที่ฟอร์มระเบิดเถิดเทิงกับบาเยิร์น มิวนิก
ส่วนทีมฟ้า-ขาว แชมป์เก่า ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้ยอดเยี่ยมประกอบกับทีมเวิร์กที่ดี เวิลด์คัพหนนี้ ลิโอเนล เมสซี่ ในวัย 38 ปี จะทิ้งทวนบอลโลกหนสุดท้ายด้วยการพาทีมลุ้นแชมป์อีกสักครั้ง
ทั้งเมสซี่และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คู่ปรับตลอดกาล กัปตันทีมชาติโปรตุเกสวัย 41 ปี ต่างก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้เล่น 2 คนในโลกที่ได้ลงสนามในเกมเวิลด์คัพถึง 6 สมัย
(ยังมี กิเยร์โม่ โอชัว นายทวารเม็กซิโกอีกคนที่มีชื่อติดทีม 6 สมัย แต่ไม่ได้ลงเล่นทุกครั้ง)

ส่งท้ายเรื่องน่ารู้ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยน้ำจิ้มที่ถูกเพิ่มเป็นสีสันประสาฮอลลีวู้ด โดยนับเป็นครั้งแรกที่เวิลด์คัพมี ฮาล์ฟไทม์โชว์ หรือโชว์ช่วงพักครึ่งตามธรรมเนียมของกีฬาอาชีพสหรัฐ โดยเฉพาะศึกซูเปอร์โบว์ล
โดยในนัดชิงชนะเลิศจะได้ “ควีนออฟป๊อป” มาดอนน่า, นักร้องสาวสะโพกดินระเบิด ชากีรา และวงเคป๊อปยอดนิยมระดับโลก BTS มาขึ้นแสดงในช่วงพักครึ่งนัดชิงที่สนามเมทไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ ในวันที่ 19 กรกฎาคม
ขณะที่ไทยเรามีเอี่ยวอ้อมๆ กับบอลโลกหนนี้ด้วย เมื่อ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก BLACKPINK ได้ร่วมร้องหนึ่งในเพลงประกอบบอลโลกชื่อ Goals และขึ้นโชว์ในพิธีเปิดฝั่งอเมริกา นัดเปิดสนามทีมชาติสหรัฐพบปานามา ที่โซไฟ สเตเดียม ในวันที่ 12 มิถุนายน
เป็นอีกก้าวความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของศิลปินสาวไทยระดับโลกคนนี้
