
รายงานพิเศษ
ประสบการณ์ของ ‘คนไม่มีเส้น’
และ ‘สักวันหนึ่ง’
ของส้ม คุยแซ่บโชว์
“ถ้าเป็น 5-6 ปีก่อนมาถาม ว่าวันหนึ่งส้มจะทำอันนี้ขาย คงนั่งหัวเราะก๊าก”
“บ้าหรือเปล่า” ส้ม-ณัชพร สายบัว เจ้าของรายการ ‘คุยแซ่บโชว์’ ที่ ณ วันนี้ลุกขึ้นมาทำผลิตภัณฑ์ Fun Science Box ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก บอกพลางหัวเราะ-ไม่ถึงกับก๊าก หากก็ดูออกว่าเธอนึกขำตัวเอง
“แต่พอมีลูก มันก็เปลี่ยน” แม่ของน้องพุท เด็กชายวัย 7 ปีบอก
ด้วยเหตุนั้น เมื่อความพยายามหาของให้ลูกเล่นในช่วงกักตัวอยู่บ้าน เมื่อครั้งโควิดระบาดหนัก เพราะไม่อยากให้ลูกติดไอแพด ติดทีวี มากกว่าที่เป็นอยู่ จนไปพบการทดลองทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็ก หลังสั่งโน่น นั่น นี่ ทั้งในและต่างประเทศมาให้ แล้วรู้สึกว่าได้ผล เห็นชัดจากการที่ลูกชอบ ติดจอน้อยลง มีสมาธิมากขึ้น แถมยังได้ความรู้จากการเล่น จึงตัดสินใจทำออกมาจำหน่าย
หารือกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นด๊อกเตอร์ทางด้านวิทยาศาตร์ของไทยแล้วก็ได้ออกมาเป็น 12 ชุดการทดลองที่เหมาะกับเด็กวัย 4-10 ปี-ธุรกิจใหม่ ที่ไม่ได้คิดแต่เรื่องกำไร
“แต่เห็นว่าการเล่นนี้มีประโยชน์ ก็อยากจะทำ”

ในส่วนรายการโทรทัศน์ ‘คุยแซ่บโชว์’ ส้มบอกว่ายังทำอยู่ทางช่องวัน 31 ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 13.17-14.10 น. และก็กำลังนำเสนอรายการใหม่ เป็นรายการพิเศษ ที่ใน 1 ปี จะมีเพียงแค่ 12 เทปเพื่อออกอากาศ
เพราะ “มันยาก”
“อยากทำให้ดี”
จึง “คงมีปัญญาเพียงแค่นั้น”
ให้เหตุผลรัวๆ แล้วก็หัวเราะ
ขอยังไม่ลงรายละเอียด-ส้มว่า แต่กระนั้นก็ยอมโปรยสั้นๆ ให้รู้ ว่าเป็นรายการที่ยังคงมีแขกรับเชิญ และนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขา แต่รูปแบบจะไม่ใช่การนั่งสนทนาแบบธรรมดาทั่วไป
“จะเลือกคนที่ปังๆ คนที่มายากๆ”
“อย่างคุยแซ่บโชว์ เป็นเหมือนอารมณ์ว่าอยู่กับปัจจุบัน แต่คุณดูเสร็จแล้ว จำได้ไม่กี่เทปหรอก ไม่ใช่มันไม่ดีนะ แต่มันมาทุกวัน แต่ 12 เทปอันใหม่ที่จะทำ ส้มว่าจำได้หมด เวลาผ่านไปก็จะยังจำได้ แล้วก็จะรู้ว่าตัวเองได้อะไรจากเทปนั้น”
“ประเด็นอาจจะไม่แรงเลยทั้งเทป แต่จะเป็นอะไรที่ดีๆ ที่แบบแขกซึ่งมายาก ทำไมถึงได้ตัดสินใจมาออก รายการต้องมีคุณค่าแค่ไหน”
อย่างไรก็ดี เธอขอการันตีว่า จะต้องออกมา ‘แบบแซบ’ เช่นกัน
“จะมาขึ้นสวรรค์ ถามเนิบๆ ช้าๆ แบบเพิ่งออกจากสมาธิ อะไรอย่างนี้ไม่ได้ มันจะสนุก สนุกแล้วก็ได้อะไร”
“จะเป็นอย่างนั้นแหละค่ะ”
ส้มในวัย 47 ปี และมีประสบการณ์ในวงการมานาน ผ่านมาแล้วหลายบทบาทหน้าที่ บอกด้วยว่า ถึงตอนนี้วิธีคิดในการทำงานของเธอเปลี่ยนไป
“สังเกตว่าถ้าส้มทำอะไรแบบหนึ่งที่สนุก ก็จะอยากทำอะไรที่มันคัดสรร เลยเป็นที่มาที่ปีนี้อยากทำอะไรที่มันละเมียดละไม เป็นเหมือนงานฝีมือ”
นอกจากเป้าหมายในชีวิต คือการได้เป็นแม่ ส้มยังบอกอีกว่า อีกอย่างที่อยากจะทำให้ได้ คือการเป็นแรงสนับสนุนให้คนทำงานได้มีโอกาสแสดงฝีมือ
“อันนี้ไม่ได้พูดสร้างภาพ” ส้มพูดด้วยท่าทีที่จริงจัง
“เรามาจากศูนย์ เราไม่ได้โอกาสในวันที่ควรจะต้องได้ ดังนั้น ก็จะเห็นค่า”
“คือสมมุติว่าส้มเป็นลูกคนรวย หรือเป็นดาราดัง การเปิดรายการของส้มจะง่ายมาก แต่นี่ส้มต้องวิ่งหางาน ทำยังไงกว่าผู้บริหารจะรับสาย แล้วให้คนที่โนเนมไปเสนอ สิ่งตรงนี้มันอยู่ในใจ ซึ่งส้มผ่านมาเยอะ เยอะจน…วันนี้เราอยากสนับสนุนคน ช่วยดู ช่วยให้โอกาส”
“สมัยก่อนส้มไม่รู้จักใครเลย ก็เหมือนแดนเซอร์ เล่นละครเวที แล้วไม่ได้เป็นเด็กเส้น ไม่ได้เป็นลูกท่านหลานเธอ ถ้าเขาจะเลือกเรา คือความสามารถ ก็ต้องสู้ เพราะคนเก่งก็อีกเยอะ เต็มไปหมดเลย แต่สมมุติความสามารถเราได้ แต่วันนี้มีลูกท่านหลานเธอมา ลูกท่านหลานเธอเอาไปนะ”
“วันแบบนั้นที่ฉันว่าฉันได้ ทำไมฉันไม่ได้ล่ะ”
“ตอนนั้นฟูมฟายและถามตัวเองว่าทำไมวะ แต่ว่าโลกนี้มันยังมีผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสอยู่”
โอกาสที่ทำให้เธอสามารถมีวันนี้
“เลยมองว่าการเปิดโอกาสในหน้าที่การงานน่ะสำคัญ”
“และส้มก็อยากจะทำแบบนั้นในสักวันหนึ่ง”
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
