bg-single

พันธมิตรเครื่องบินเจ็ต เอฟ-16 กับสงครามยูเครน

15.06.2023

ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข

 

พันธมิตรเครื่องบินเจ็ต

เอฟ-16 กับสงครามยูเครน

 

“เวลานี้เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพันธมิตรเอฟ-16”

Yehor Cherniev (19 May 2023)

ผู้ช่วยคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคง รัฐสภายูเครน

 

หนึ่งในเสียงร้องขอความช่วยเหลือทางทหารจากยูเครนคือ การขอความสนับสนุนด้านอากาศยาน

เนื่องจากกองทัพอากาศยูเครนมีขนาดเล็กกว่ากองทัพอากาศรัสเซียอย่างมาก กองทัพอากาศยูเครนมีกำลังพลเพียง 37,000 นาย และมีอากาศยานที่มีขีดความสามารถในการรบ 79 ลำ และเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดคือ มิก-29 ซึ่งมีจำนวน 20 ลำ และเครื่องซู-27 จำนวน 30 ลำ

ในขณะที่กองทัพอากาศรัสเซียมีกำลังมากถึง 165,000 นาย และมีเครื่องบินที่มีขีดความสามารถในการทำการรบ 1,153 ลำ (อ้างอิงตัวเลขจากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาทางยุทธศาสตร์ The Military Balance 2023)

ดังนั้น หากเปรียบเทียบอำนาจกำลังรบทางอากาศแล้ว กองทัพอากาศยูเครนมีขนาดเล็กมาก และไม่อยู่ในวิสัยที่จะต่อสู้ในสงครามทางอากาศกับรัสเซียได้เลย และระบบป้องกันทางอากาศของยูเครน ซึ่งใช้ระบบอาวุธเก่าของรัสเซียเองก็ไม่มีความทันสมัยมากนัก

จนอาจกล่าวได้ว่า ยูเครนไม่มีขีดความสามารถในการป้องกันการโจมตีทางอากาศของรัสเซียได้มากนัก

ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อกองทัพรัสเซียไม่สามารถเปิดการรุกได้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การเปิดสงครามในช่วงต้น ประกอบกับยูเครนสามารถเปิดการรุกกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดการปรับของเส้นแนวรบนับตั้งแต่ปลายปี 2022 เป็นต้นมา และรัสเซียตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างหนัก แต่ไม่ใช่การโจมตีด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิดในแบบสงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามเกาหลี หรือสงครามเวียดนาม หากเป็นการใช้อาวุธยิงระยะไกลด้วยการใช้อาวุธปล่อย

อาจจะคล้ายคลึงกับสงครามอ่าวเปอร์เซีย และยังรวมถึงการใช้โดรนโจมตี จนสงครามทางอากาศในยูเครนมีลักษณะเป็น สงครามอาวุธปล่อย และสงครามโดรน

แต่ถึงกระนั้น ก็มิได้หมายความว่าเครื่องบินรบจะหมดประโยชน์ไปเสียที่เดียว การป้องกันทางอากาศสำหรับยูเครนยังคงต้องการการใช้อากาศยานรบในการป้องกันตนเอง อันนำไปสู่การร้องขอการสนับสนุนเครื่องบินรบแบบเอฟ-16

ซึ่งก่อนหน้านี้ยูเครนเคยได้รับความช่วยเหลือด้านเครื่องบินรบแบบมิก-29 มาก่อนแล้ว อาจจะไม่เพียงพอในสถานการณ์ปัจจุบัน

 

พันธมิตรเอฟ-16

ว่าที่จริงแล้วการขอเครื่องบินรบแบบเอฟ-16 เป็นประเด็นมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 เมื่อครั้งประเทศตะวันตกคือ เยอรมนีและสหรัฐ ประกาศให้ความสนับสนุนรถถังหลักมาแล้ว แต่ก็ติดปัญหาเดียวกันกับรถถังแบบ Leopard ของเยอรมนี เพราะประเทศที่ต้องการส่งรถถังให้แก่ยูเครน ต้องได้รับความยินยอมจากประเทศต้นทางที่เป็นผู้ผลิตรถถัง

ดังนั้น เมื่อเยอรมนียอมเปิด “ไฟเขียว” ให้ประเทศเหล่านั้น สามารถส่งรถถังให้ได้แล้ว รถถังของเยอรมนีจึงทยอยเข้าสู่สนามรบในยูเครน โดยมีการฝึกกำลังพลยูเครนให้สามารถใช้รถถังหลักเหล่านี้ได้จริง ซึ่งรวมถึงการใช้รถถังหลักของอังกฤษแบบ Challenger ด้วย

การจะส่งรถถังให้แก่กองทัพยูเครนนั้น ติดปัญหาว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการ “ยกระดับ” สงครามหรือไม่ เพราะการกระทำเช่นนั้นอาจถูกมองจากฝ่ายรัสเซียว่าเป็นการ “ยั่วยุ” อันจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของสงครามได้

แต่ในที่สุดผู้นำเยอรมันตัดสินใจที่จะส่งอาวุธหนักให้แก่ยูเครน หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า เยอรมนีมีอาการ “รีรอ” ในการตัดสินใจในเรื่องนี้มากเกินไป

ปัญหาการส่งเครื่องบินรบให้แก่ยูเครนก็อยู่ในบริบทแบบเดียวกัน คือเครื่องเอฟ-16 ว่าจะเป็นการยั่วยุรัสเซียหรือไม่ อันทำให้ท่าทีของผู้นำสหรัฐในช่วงก่อนหน้านี้ ไม่ตอบรับกับข้อเสนอนี้แต่อย่างใด

แต่ในวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งอยู่ในช่วงการประชุมจี-7 (The G7 Summit) ที่โตเกียวนั้น ท่าทีของผู้นำสหรัฐให้การตอบรับในเรื่องดังกล่าว โดยประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่าสหรัฐจะสนับสนุนความพยายามร่วมกันของหลายประเทศในการฝึกนักบินยูเครนสำหรับเครื่องเอฟ-16 และอาจรวมถึงการฝึกกับเครื่องบินรบสมรรถนะสูงอื่นๆ อีกด้วย

ซึ่งท่าทีของสหรัฐเช่นนี้ย่อมต้องถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับการเตรียมการรุกกลับของกองทัพยูเครนโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ให้การสนับสนุนการส่งเครื่องบินรบให้ยูเครนในตอนต้นคือฝรั่งเศส ซึ่งได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่า การพูดถึงความสนับสนุนด้านอากาศยานแก่ยูเครนนั้น ไม่ใช่เรื่อง “ต้องห้าม” (taboo) แต่ประการใด ตราบเท่าที่การให้ความช่วยเหลือเช่นนี้ จะไม่นำไปสู่การยกระดับสงคราม

เพราะเครื่องบินเหล่านี้จะใช้ในการทำสงครามทางอากาศในยูเครน และจะไม่นำมาใช้เพื่อการโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย

การเปิดประเด็นเช่นนี้ทำให้หลายประเทศมีความเห็นร่วมกันที่ต้องการสนับสนุนยูเครนด้วยเครื่องบินรบแบบเอฟ-16 หรือที่อาจเรียกว่า “พันธมิตรเอฟ-16 ของยูเครน” ซึ่งส่วนหนึ่งคือการสร้างอำนาจทางอากาศให้แก่ยูเครน และอีกส่วนอาจเป็นเพราะเป็นเครื่องบินใน “ยุคที่ 4” (4th Generation-Fighters Aircraft)

และหลายประเทศในยุโรปปัจจุบันได้ใช้เครื่องบินรบใน “ยุคที่ 5” กันแล้ว ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องบินเหล่านี้มากนัก แต่ยังสามารถใช้ได้กับสงครามในยูเครน

 

ทำไมยูเครนต้องการเอฟ-16

ด้วยเงื่อนไขของพัฒนาการของอากาศยานแล้ว เครื่องเอฟ-16 ถูกออกแบบในช่วงทศวรรษที่ 1970 และเข้าประจำการครั้งแรกในปี 1979 ซึ่งเครื่องบินรบแบบนี้เป็นอากาศยานที่ถูกใช้อย่างมากในสงครามอิรัก และสงครามอัฟกานิสถาน

ในอีกส่วนหนึ่งเครื่องบินนี้สร้างขึ้นด้วยความร่วมทุนระหว่างสหรัฐ เบลเยียม เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และนอร์เวย์

เอฟ-16 เป็นเครื่องบินที่ใช้กันอย่างมากของกองทัพอากาศทั่วโลก ประมาณการว่ามีเครื่องเอฟ-16 จำนวนมากกว่า 3,000 ลำประจำการอยู่กับกองทัพ 25 ประเทศในเวทีโลก และเป็นเครื่องบินรบที่ราคาไม่แพงมากนัก ใช้ง่าย และส่งออกง่ายอีกด้วย เนื่องจากสหรัฐอาจจะควบคุมการส่งออกเครื่องบินรบสมรรถนะสูง อันทำให้การขออนุญาตส่งออกกระทำได้ยาก

แต่ปัจจุบันสายการผลิตเอฟ-16 ต้องหยุดลง อันเนื่องมาจากความต้องการเครื่องบินรบแบบเอฟ-35 ที่มีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวแล้วในข้างต้นว่าในช่วงก่อนสงครามดังทำเนียบกำลังรบในปี 2019 นั้น กองทัพอากาศยูเครนมีเครื่องบินที่มีขีดความสามารถทำการรบเพียง 125 ลำ และรัสเซียมี 1,223 ลำ (The Military Balance 2019)

แต่ในปี 2023 ยูเครนเหลือเครื่องบินรบเพียง 79 ลำ ซึ่งเมื่อระยะเวลาของสงครามที่ยาวนานออกไป จึงมีความจำเป็นที่ยูเครนจะต้องยกระดับขีดความสามารถกำลังรบทางอากาศ และทดแทนต่อความสูญเสียทางอากาศที่เกิดขึ้น

ในอีกด้านหนึ่งของสงครามทางอากาศในยูเครน ต้องยอมรับถึงประสิทธิภาพของระบบป้องกันทางอากาศของรัสเซีย ซึ่งทำให้ปฏิบัติการทางอากาศของยูเครนมีข้อจำกัดอย่างมาก อันส่งผลให้การใช้กำลังทางอากาศของยูเครนมีข้อจำกัดในตัวเอง

ในอีกด้าน รัสเซียเองพยายามที่ลดความสูญเสียของกำลังทางอากาศ ทำให้นักบินรัสเซียใช้ยิงอาวุธปล่อยจากเครื่องบินรบที่อยู่ห่างจากแนวรบอย่างมาก หรือเกิดสภาวะของ “ปฏิบัติการทางอากาศอย่างจำกัด” จากทั้งสองฝ่าย

แต่ยูเครนก็หวังว่าเครื่องเอฟ-16 จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้การฝ่าวงล้อมจากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย และทำให้เกิดการรุกกลับทางอากาศ

 

สําหรับในทางการเมืองแล้ว การประกาศท่าทีที่ชัดเจนของสหรัฐในการสนับสนุนการฝึกนักบินสำหรับบินกับเครื่องเอฟ-16 นั้น ด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนท่าทีของทำเนียบขาวอย่างมาก

ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงปลายเดือนมกราคม 2023 นั้น ทำเนียบขาวไม่ตอบรับกับข้อเสนอเช่นนี้แต่อย่างใด แต่ในวันที่ 19 พฤษภาคม กลับเห็นการเปลี่ยนท่าทีดังกล่าว และการตัดสินใจเช่นนี้ไม่ใช่เพียงการฝึกกับเครื่องเอฟ-16 เท่านั้น หากยังเปิดช่องสำหรับการฝึกกับเครื่องบินรบแบบอื่นด้วย และเครื่องบินรบเหล่านี้จะถูกส่งมอบให้กับยูเครน เมื่อการฝึกนักบินสิ้นสุดลง

ซึ่งการฝึกเช่นนี้จะทำให้สหรัฐและพันธมิตรอื่นๆ สามารถให้ความสนับสนุนเครื่องบินรบแก่ยูเครนเพื่อนำไปสู่การใช้จริง ได้อย่างไม่มีช่องว่าง

การฝึกที่มีนัยมากกว่าการฝึกนักบินเอฟ-16 นั้น ทำให้เกิดการตีความได้ว่าอาจรวมถึงการฝึกสำหรับเครื่องแบบไต้ฝุ่น (Eurofighter Typhoon) ของอังกฤษ และเครื่องมิราจ-2000 (Mirage 2000) ของฝรั่งเศส เพราะเป็นเครื่องบินรบแบบ “เจน 4” เช่นเดียวกับเอฟ-16 ซึ่งชาติพันธมิตรยุโรปสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนได้เลย โดยไม่ต้องรอการได้รับอนุญาตจากประเทศผู้ผลิตคือ สหรัฐ เช่นในกรณีเอฟ-16

อย่างไรก็ตาม การฝึกนักบินอาจมีความซับซ้อนมากกว่าการฝึกพลประจำรถถังอย่างมาก โดยในช่วงต้นมีการคัดเลือกนักบินเป็นจำนวน 50 นาย โดยจะใช้สถานที่ฝึกบินที่ใดที่หนึ่งในยุโรป การฝึกนี้อาจจะใช้เวลา 4-6 เดือนเพื่อให้นักบินยูเครนมีความคุ้นเคยกับตัวอากาศยานและกับระบบอาวุธ และการฝึกเช่นนี้ยังรวมถึงกำลังพลภาคพื้นดินที่จะทำหน้าที่สนับสนุน และงานวิศวกรรมการบิน การฝึกเช่นนี้นำไปสู่คำถามประการสำคัญว่า ยูเครนจะได้รับความสนับสนุนเอฟ-16 เป็นจำนวนเท่าใด ซึ่งยูเครนได้แสดงความต้องการเอฟ-16 เป็นจำนวน 200 เครื่อง ซึ่งนำไปสู่คำถามในอีกด้านหนึ่งว่า ประเทศตะวันตกจะสามารถให้ได้จริงในจำนวนเท่าใด

ว่าที่จริงแล้ว การสนับสนุนเช่นนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับการให้ความช่วยเหลือด้านรถถัง โดยเฉพาะเครื่องกระสุนที่มีความต้องการเป็นจำนวนมาก อันอาจกล่าวได้ว่าฝ่ายตะวันตกได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเป็นจำนวนมหาศาล

 

ความคาดหวังในอนาคต

การนำเอาเครื่องบินเอฟ-16 เข้าสู่สนามรบในยูเครนจึงเป็นความคาดหวังสำหรับการเปิดการรุกกลับทางอากาศ เพราะเครื่องบินเหล่านี้จะช่วยในการโจมตีต่อเป้าหมายทางทหารของรัสเซียที่อยู่ใกล้แนวรบหรืออยู่ในแนวรบ โดยจะเป็นการโจมตีที่มีระยะห่างออกไป ซึ่งจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยแก่นักบิน (กระทำการในแบบเดียวกับนักบินรัสเซีย) หรือใช้ในการโจมตีคลังอาวุธที่รัสเซีย ในแบบเดียวกับที่ยูเครนใช้การโจมตีด้วยจรวดหลายลำกล้องแบบ HIMARS

ในทางการเมืองแล้ว การตัดสินใจส่งเครื่องบินรบ หรือที่ต้องเรียกว่า “พันธมิตรเครื่องบินเจ็ต” (a jet coalition) ที่มีการประกาศการเข้าร่วมของอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเดนมาร์กนั้น สะท้อนชัดเจนถึงสิ่งที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้กล่าวไว้ว่า พันธมิตรนี้จะสนับสนุนให้ยูเครน “มีขีดความสามารถของการรบทางอากาศอย่างที่ต้องการ”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ