bg-single

อุบัติเหตุที่ดอนเมือง เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่? | เทศมองไทย

08.07.2023

กรณีสุภาพสตรีท่านหนึ่งใช้ทางเลื่อนของสนามบินดอนเมือง ภายในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศขาเข้าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น ร้ายแรงจนถึงขั้นต้องตัดขาตั้งแต่บริเวณเหนือเข่า กลายเป็นข่าวคราวอยู่ในหน้าสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ

หลายคนคิดว่ากรณีนี้เป็นเรื่องเล็กๆ เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ แต่เมื่อมีผู้รับผิดชอบและแก้ไขกันแล้วก็แล้วกันไป

แต่ถ้าใครได้อ่านข้อเขียนของไมค์ ไอฟ์ กับ มุกทิตา ซูฮาร์โตโน ในนิวยอร์กไทม์ส เมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา อาจรู้สึกคล้ายๆ กับผู้เขียนว่า เรื่องนี้ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่จะถือเป็น “เรื่องเล็กๆ” ก็คงไม่ได้

 

ข้อเขียนชิ้นดังกล่าวให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้หลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับ “ทางเลื่อน” หรือ “วอล์กเวย์ส” (walkways) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในแวดวงก่อสร้างในชื่อ “มูฟวิ่ง วอล์ก” (moving walks) แล้วก็มักจะพูดถึงรวมๆ กันไปกับ “บันไดเลื่อน” (escalators) ที่พบเห็นกันทั่วไป

เหตุผลที่มักพูดรวมๆ กันไป เป็นเพราะทั้งทางเลื่อน แล้วก็บันไดเลื่อนใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แล้วก็เคลื่อนที่ในระดับความเร็วพอๆ กัน

คือ ราว 100 ฟุตต่อนาที หรือเพียงแค่ราวๆ 1.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

ความต่างระหว่างทางเลื่อนกับบันไดเลื่อนก็คือ “ความลาดเอียง”

บันไดเลื่อนมักจะเอียงทำมุมราว 30 องศา ในขณะที่ทางเลื่อนมีความลาดเอียงน้อยมาก ราว 1 ใน 10 ของบันไดเลื่อน หรือไม่ก็ราบไปกับพื้น ซึ่งเป็นที่พบเห็นกันทั่วไป

นิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า ทั้งสองอย่างเป็นที่นิยมกันมาก ใช้อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนทั้งในสนามบิน ห้างสรรพสินค้า หรือในพื้นที่สาธารณะทั่วไป ปีๆ หนึ่งมีผู้ใช้งานทางเลื่อนกับบันไดเลื่อนนับเป็นพันล้านคน

ข้อมูลของเนชั่นแนล เอลิเวเตอร์ อินดัสตรี ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมด้านนี้ในสหรัฐอเมริกา ประเมินไว้ว่า มี “ผู้โดยสาร” ทางเลื่อนและบันไดเลื่อนในแต่ละปีประมาณ 105,000 ล้านคน หรือราว 13 เท่าของประชากรทั้งโลก

นี่นับเฉพาะในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวเท่านั้น

 

สิ่งที่ข้อเขียนนี้ของนิวยอร์กไทม์ส พยายามจะสื่อออกมาให้เข้าใจกันก็คือ ทางเลื่อนกับบันไดเลื่อน เป็นที่นิยมกันแพร่หลาย แล้วก็ยอมรับกันโดยดุษณีว่า “ปลอดภัยมากๆ” จนแทบไม่มีใครกลัวหรือกังวลกัน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็เกิดความผิดพลาดได้เป็นครั้งคราวเหมือนกัน

นิวยอร์กไทม์ส ยกตัวอย่างที่ออสเตรเลีย กรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้านความปลอดภัยของรัฐควีนส์แลนด์ ตรวจพบทางเลื่อน 2 ทาง ที่ทำงานโดยที่ซี่เหล็กซึ่งเรียกกันว่า “พัลเลต” (pallet) ขาดหายไป ซึ่งจะส่งผลให้อะไรก็ตามที่ให้บังเอิญไปอยู่ตรงนั้น จะถูกดูดเข้าไปให้เครื่องที่กำลังหมุนอยู่ด้านใต้บดขยี้ทันที

ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในลักษณะคล้ายคลึงกันกับที่เคยเกิดขึ้นที่สนามบินดอนเมืองเมื่อปี 2019 ที่คราวนั้น ผู้ใช้ทางเลื่อนโชคดี สูญเสียแค่รองเท้าแตะไปข้างหนึ่งเท่านั้น

 

ข้อมูลที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีกของนิวยอร์กไทม์ส ก็คือ ตัวเลขว่าด้วยความปลอดภัยของทางเลื่อนแล้วก็บันไดเลื่อน

เขาบอกว่า ข้อมูลเรื่องความปลอดภัยของทางเลื่อนนั้นไม่ค่อยมีเป็นกิจจะลักษณะ แต่ถ้าเป็นบันไดเลื่อนละก็มี แม้จะไม่มากนักก็ตาม

เมื่อปี 2013 ทางการสหรัฐอเมริกาเคยมอบหมายให้ศูนย์เพื่อการวิจัยและฝึกอบรมด้านการก่อสร้าง (Center for Construction Research and Training) ที่เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรในแมรี่แลนด์ สำรวจได้ข้อมูลมาว่า โดยเฉลี่ยแล้วในสหรัฐอเมริกา บันไดเลื่อนจะเกิดอุบัติเหตุทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ 2 รายต่อปี ซึ่งนิวยอร์กไทม์ส บอกว่า ต่ำกว่าการตายจากการใช้ลิฟต์

แต่ความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บกลับมีสูงกว่าการใช้ลิฟต์เยอะ คือในแต่ละปีมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการใช้งานบันไดเลื่อนถึงขนาดต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมากถึง 10,000 คนเลยทีเดียว

ตัวเลขนี้มองดูแล้วเยอะ แต่ถ้านำมาคำนวณกับปริมาณผู้ที่ใช้งานทางเลื่อนหรือบันไดเลื่อนแล้วละก็เป็นสัดส่วนที่น้อยมาก

 

นิวยอร์กไทม์ส ยกตัวอย่างเช่น ทางเลื่อนที่เกิดปัญหาที่ดอนเมือง ซึ่งใช้งานมาตั้งแต่ปี 1996 หรือ 27 ปีมาแล้ว แต่ละปีมีผู้โดยสารใช้งานสนามบินดอนเมืองไม่ใช่น้อย เช่นเมื่อปีที่ผ่านมามีผู้ใช้งานสนามบินดอนเมืองมากกว่า 13 ล้านคน

ถ้าย้อนไปในปีก่อนหน้าวิกฤตโควิด จำนวนผู้ใช้งานสนามบินแห่งนี้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อปีที่แล้วเกือบสองเท่าตัว

นั่นหมายความว่า ทางเลื่อนที่เกิดปัญหาต้องเคยรองรับผู้โดยสารมาแล้วหลายสิบล้านคนในช่วง 27 ปีที่ผ่านมา

สิ่งสำคัญที่สุดที่ข้อเขียนชิ้นนี้ชี้ให้เห็นก็คือ แม้จะพบเห็นกันทั่วไป และมองดูไม่น่าจะเป็นอันตรายใดๆ ก็ควรกลัว ควรเป็นกังวลและระมัดระวังให้ดีทุกครั้งที่ใช้ทางเลื่อนหรือบันไดเลื่อน

เพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น โอกาสที่จะกลายเป็นเหตุร้ายแรงมีมากไม่ใช่เล่น

กันไว้ดีกว่ามาแก้กันทีหลังแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

”เอกนัฏ“ ส่ง“ทีมสุดซอยพลังงาน” หอบหลักฐานยื่น กขค. ฟันเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน กักตุน เก็งกำไร ประวิงเวลา ปฏิเสธการขายในช่วงวิกฤตทึ่ผ่านมา
ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังจน? MatiTalk ดร.นุ่น รัสรินทร์ สภาพัฒน์ ไทยขาดผู้นำ ขาดวิสัยทัศน์แก้การเกษตรเชิงโครงสร้างมายาวนาน
ธงทอง จันทรางศุ | ยกเลิกตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ คิดให้ดี ก่อน ‘สายเกินไป’
เส้นทางความรัก 10 ปี ของ ‘ไมเคิล ศิรชัช’ สู่วันคุกเข่าขอ ‘กุ๊กไก่’ แต่งงาน
คำตอบของมาเคียเวลลี เรื่อง ‘ผู้ปกครองดีเพราะมีกุนซือเก่งใช่หรือไม่’
กก.หมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ “เกาะช้าง” ผู้ว่าตราด ย้ำ!! ศีล 5 ทำให้สังคมปกติสุข ประชาชน “สุขกาย สบายใจ”
จับตารัฐแก้เกมไฟใต้ ส่ง ‘ปูด้วง’ คุม ‘สมช.’ แต่ยังย้ำเปิดช่องเจรจา ดึงคนพื้นที่สานสันติ
เบื้องหลัง ‘มังกรทมิฬ’ เปิดหน้ากากตำรวจหุ้นลม ผู้อยู่หลังม่านผับจีนห้วยขวาง
ยุติธรรมชำรุด | เหยี่ยวถลาลม
สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ