คำตอบของมาเคียเวลลี เรื่อง ‘ผู้ปกครองดีเพราะมีกุนซือเก่งใช่หรือไม่’
คอลัมน์ Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit
ในหนังสือ “The Prince” (เจ้าผู้ปกครอง) ของ “นิคโคโล มาเคียเวลลี” (Niccol? Machiavelli) นักปรัชญาการเมืองแห่งนครฟลอเรนซ์ในอิตาลี มีอยู่บทหนึ่งซึ่งกล่าวถึงแนวทางการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง ว่าควรเปิดพื้นที่ให้แก่ที่ปรึกษาต่างๆ ในการแสดงความคิดเห็นมากน้อยแค่ไหนอย่างไรโดยเนื้อหาส่วนนี้อยู่ในบทที่ 23 Avoiding flatterers (การหลีกเลี่ยงพวกประจบสอพลอ) ซึ่งมาเคียเวลลีให้คำแนะนำที่เรียบง่ายและฟังดูไม่เลวร้ายนักเมื่อเทียบกับคำแนะนำเรื่องอื่นของเขา
นอกจากเรียบง่ายแล้วก็ยังสามารถปรับประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติได้ไม่ยาก
แม้ว่าจะเป็นแนวทางที่ไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกกรณีก็ตาม
มาเคียเวลลีมองว่าสภาหรือพื้นที่ซึ่งผู้มีบทบาทอำนาจรวมตัวกันอยู่นั้นมักอุดมไปด้วยพวกประจบสอพลอที่คอยยกยอปอปั้นเอาอกเอาใจนาย
ซึ่งผู้ปกครองที่ผ่านความสำเร็จมาแล้วก็อาจตกม้าตายได้ง่ายๆ เมื่อหลงติดอยู่กับความสำเร็จเก่า
ผู้อ่าน The Prince สามารถนึกตัวอย่างประกอบแนวคิดนี้ได้มากมาย เพราะถึงแม้ผู้อ่านจะไม่ได้เป็นผู้นำทางการเมืองก็ตาม
แต่ทุกคนต่างก็เคยสัมผัสประสบการณ์ที่เห็นผู้ชนะในอดีตกลับกลายเป็นผู้แพ้ในที่สุดมาแล้วทั้งนั้น เมื่อผู้ชนะเสพติดความสำเร็จและคิดว่าจะต้องสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป ทำให้เหลิงกับชัยชนะที่ผ่านมา จนเผลอเดินดุ่มสู่ความประมาท ซึ่งผู้ปกครองจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก
มาเคียเวลลีกล่าวว่า “สภานั้นเต็มไปด้วยพวกประจบสอพลออยู่เสมอ และคนเราก็พร้อมที่จะยินดีปรีดากับความสำเร็จของตัวเอง แล้วจินตนาการต่อไปว่าต้องประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ยากจะเพลี่ยงพล้ำได้”
(Courts are always full of them and men are so ready to congratulate themselves on their achievements and to imagine themselves more successful than they are that it is hard not to fall into this error.)
ทว่า ความประมาทเป็นหนทางสู่อันตราย เพราะฉะนั้นผู้ปกครองที่ชาญฉลาดจึงมิอาจขาดกุนซือที่เก่งกล้า
แต่ว่าต้องรักษาสมดุลให้ดี ระหว่างการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นอย่างเต็มที่ กับการตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตัวเองโดยปราศจากการปรึกษาหารือใดๆ
นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงสายตาของประชาชนที่เฝ้ามองอยู่ว่าคิดเห็นอย่างไรต่อท่าทีของผู้ปกครอง
เนื่องจากคำสอพลอเหล่านั้นไม่ได้สะท้อนความจริงที่พึงรับฟัง หากผู้ปกครองพยายามหลีกเลี่ยงคนประจบสอพลอด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดทั้งหมด แล้วค่อยแสดงให้สาธารณชนเห็นว่าหาได้แยแสต่อเสียงยกยอปอปั้นเหล่านั้น สภาพดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นผลดีอย่างที่คิด เพราะการปล่อยให้คนพวกนั้นจ้อได้โดยไม่ห้ามปราม ทำให้ประชาชนมองผู้ปกครองในแง่ลบ นำมาสู่การขาดความน่าเคารพเชื่อถือ
โดยมาเคียเวลลีกล่าวว่า “… เมื่อใครๆ ก็สามารถพูดความจริงแก่คุณได้ คุณจะสูญเสียความเคารพ” (…when anyone and everyone can tell you the truth, you lose respect.)
ผู้ปกครองจึงต้องหาจุดกึ่งกลางที่เหมาะสมให้เจอ ไม่ปล่อยให้ทุกคนนึกอยากพูดอะไรก็พูดได้ตามใจชอบ แต่ต้องควบคุมกรอบการแสดงความเห็น ด้วยการคัดเลือกทีมงานให้ดี
ไม่ว่าจะเป็นกุนซือ รัฐมนตรี เสนาบดี หรือผู้ช่วยงานทั้งหลาย ไม่ว่าจะเรียกชื่อตำแหน่งว่าอย่างไร อยู่ในบทบาทหน้าที่ใดก็ตามแต่ คนผู้นั้นต้องเก่งจริงและมีความสามารถเหมาะสมอย่างเฉพาะเจาะจงในแต่ละเรื่อง
ใครถูกวางให้มีขอบเขตความรับผิดชอบเรื่องใดก็ให้ความเห็นในเรื่องนั้น อนุญาตให้รายงานความจริงออกมาได้เต็มที่ในเรื่องที่ผู้ปกครองต้องการคำแนะนำปรึกษา และเมื่อรับฟังความคิดเห็นแล้ว ผู้ปกครองต้องตกผลึกให้กลายมาเป็นทัศนะและเป็นวิถีทางในแบบฉบับของตัวเอง
พอเปิดโอกาสให้ใครได้มีโอกาสให้ข้อเสนอแนะก็ปล่อยให้เขาได้แสดงออกอย่างเต็มที่ แล้วเก็บเกี่ยวคำแนะนำที่ดีมาปรับใช้ โดยไม่ควรไปฟังคนอื่นๆ อีกอย่างไม่หยุดหย่อน มิฉะนั้นผู้ปกครองก็อาจตกหลุมของพวกประจบสอพลอได้ หรือไม่ก็ทำให้โลเล เปลี่ยนใจไปมาจนสูญเสียความน่าเคารพที่มีจากผู้คนรายรอบ
มาเคียเวลลียกตัวอย่างกรณีของ “จักรพรรดิแม็กซิมิเลียน” (Emperor Maximilian) โดยอ้างอิงจาก “บิชอป ลูกา ไรนัลดี” (Bishop Luca Rainaldi) ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดพระองค์ ว่าจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนเก็บการตัดสินใจต่างๆ ไว้เป็นความลับอยู่เสมอ
พระองค์ไม่เคยขอคำปรึกษาจากใครเลยก่อนที่จะออกนโยบายอะไร พอนโยบายเหล่านั้นถูกนำมาใช้ปฏิบัติจริงก็เผชิญกับเสียงวิจารณ์ต่างๆ ว่าเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง ทำให้พระองค์ต้องเปลี่ยนพระทัยอย่างง่ายดาย กลายเป็นคนกลับไปกลับมาหาความแน่นอนไม่ได้
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องใดที่พระองค์กระทำในวันนี้ก็กลับกลายเป็นไม่ทำในวันอื่น จนไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วพระองค์ต้องการอะไรกันแน่ และไม่มีใครสามารถวางแผนตอบสนองต่อนโยบายของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนได้
มาเคียเวลลีแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงพวกประจบสอพลอและการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ว่าเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองพึงปฏิบัติอยู่เสมอภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม
โดยกล่าวว่า
“ดังนั้น ผู้ปกครองต้องรับฟังคำปรึกษาแนะนำอยู่เสมอ แต่ในยามที่ผู้ปกครองต้องการเท่านั้น ไม่ใช่ในยามที่คนอื่นต้องการ ที่จริงผู้ปกครองไม่ควรอนุญาตให้ประชาชนออกความคิดเห็นแนะนำโดยที่ผู้ปกครองไม่ได้ถาม ในอีกทางหนึ่งก็คือผู้ปกครองควรหารือในเรื่องใหญ่ที่สำคัญ และรับฟังอย่างอดทนเมื่อที่ปรึกษาให้ข้อเสนอแนะตามความเป็นจริง”
(So a ruler must always take advice, but only when he wants it, not when others want to give it to him. In fact he should discourage people from giving him advice unasked. On the other hand he should ask a great deal and listen patiently when an adviser responds truthfully.)
นอกจากนี้ มาเคียเวลลียังแนะนำอีกว่า เมื่อใดก็ตามที่รัฐมนตรีหรือกุนซือบางคนปิดปากเงียบเพราะความกลัว ให้ผู้ปกครองแสดงออกถึงความไม่พอใจ อย่าปล่อยให้พฤติกรรมนั้นผ่านไปเฉยๆ
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งสำคัญก็คือ ความฉลาดเฉลียวของผู้ปกครอง มาเคียเวลลีคิดว่าหากผู้ปกครองไม่ฉลาด เขาก็ต้องมอบหมายอำนาจให้ลูกน้องที่ฉลาดกว่าเป็นคนทำงานแทนทั้งหมด
แต่หากเป็นเช่นนั้น ผู้ปกครองจะสูญเสียอำนาจทั้งหมดไปในที่สุด เพราะถึงจุดหนึ่งลูกน้องก็ย่อมเข้ามาแทนที่ผู้ปกครองที่มีสติปัญญาน้อยกว่า
แต่หากไม่ให้อำนาจแก่ลูกน้องทำงานแทน ก็จำเป็นต้องเปิดรับความคิดเห็นเพื่อตัดสินใจ ซึ่งผู้ปกครองที่ไม่ฉลาดจะยิ่งสับสนไปกันใหญ่ เพราะไม่สามารถแยกแยะความเห็นต่างๆ ได้ว่าอันไหนถูกหรือผิด เนื่องจากความคิดเห็นย่อมหลากหลายและบางทีแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว
ดังนั้น ถึงอย่างไรเสียผู้ปกครองก็ต้องมีสติปัญญาในการวินิจฉัยปัญหาต่างๆ อย่างถูกต้องเหมาะสมได้ด้วยตัวเองอยู่ดี
ถ้าอย่างนั้นความสำเร็จของผู้ปกครองมาจากสติปัญญาของกุนซือหรือมาจากสมองของผู้ปกครองเองกันแน่?
มาเคียเวลลีพิจารณาประเด็นนี้เอาไว้ในช่วงท้ายของบทที่ 23 โดยเขาเห็นว่าคนจำนวนมากมักคิดว่ามาจากกุนซือ หาได้มาจากผู้ปกครองไม่
ทว่า มาเคียเวลลีกลับคิดตรงกันข้าม เขามองว่าผู้ปกครองที่ไร้ความสามารถย่อมไม่อาจรับคำปรึกษาที่ดีได้ อันที่จริงแล้วเพราะว่าผู้ปกครองมีความชาญฉลาดต่างหากล่ะ จึงทำให้คำปรึกษาที่ดีมีความเป็นไปได้ขึ้นมา
โดยมาเคียเวลลีกล่าวว่า “ผู้ปกครองไม่ได้ฉลาดเพราะได้รับคำปรึกษาที่ดี แต่เพราะเขาฉลาดจึงทำให้คำแนะนำที่ดีสามารถเกิดมีขึ้นจริงได้” (a ruler isn’t smart because he’s getting proper advice; on the contrary, it’s his good sense that makes the right advice possible.)
