ประตูอำเภอเปิดรับแดดเช้า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนสองคนนั่งประจำเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขน กางเกงขายาวสีดำ เดินขึ้นบันไดหินอ่อน ผ่านไปยืนอยู่หน้าแผนผังโครงสร้างบุคลากร ไล่ดูรายชื่อตั้งแต่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เสมียนตราอำเภอ เจ้าหน้าที่ปกครอง สมาชิก อส. ก่อนตรงไปหน้าห้องทะเบียนราษฎร์ อ่านป้ายขั้นตอนต่างๆ พลิกบัตรประชาชนในมือไปมา
“ผมมาขอเปลี่ยนเลขบัตรประชาชน”
นักศึกษาฝึกงานเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือขึ้นมองเขา แล้วมองบัตรประชาชนในมือ
“ทำอะไรนะคะ” เธอถามเพื่อความมั่นใจ
“มาขอเปลี่ยนเลขบัตรประชาชน” เขาบอกซ้ำด้วยสีหน้าจริงจัง
“เลขบัตรประชาชนไม่ใช่เบอร์มือถือ จะเปลี่ยนกันตามอำเภอใจ” เสียงผู้หญิงดังมาทางด้านหลัง เขาหันกลับไปมองและสบตา
เธอสวมเครื่องแบบสีกากี ผมยาวรวบไว้ด้านหลัง มีป้ายชื่อที่หน้าอกด้านขวา บอกตำแหน่งปลัดอำเภอ
“ผมไม่ได้เปลี่ยนตามอำเภอใจ ผมมาเปลี่ยนที่อำเภอเมือง” เขาบอก
เจอคนกวนประสาทตั้งแต่เช้าวันจันทร์ ฤกษ์ไม่ดี สัปดาห์นี้คงวุ่นวายไปทั้งสัปดาห์ เธอคิดในใจ
สัปดาห์ก่อนคนแห่มาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลกันมาก สัปดาห์นี้เบิกฤกษ์ด้วยคนมาขอเปลี่ยนเลขบัตรประชาชน
“หมอดูทัก…เลขไม่ถูกโฉลก” ปลัดฯ ถาม
“คุณคิดว่าคนหน้าตาอย่างผมจะยอมให้หมอดูหลอกเหรอครับ” เขาย้อน “ผมเชื่อโชคชะตา แต่ไม่เคยเชื่อหมอดู”
กวนประสาทเป็นครั้งที่สอง เธอคิดในใจ
“เลขบัตรประชาชนเปลี่ยนไม่ได้ เป็นเลขประจำตัวเฉพาะบุคคล” เธอบอก
“งั้นผมขอเปลี่ยนปลัดอำเภอ” เขาบอก
กวนประสาทเป็นครั้งที่สาม น่าจะว่างงานมาก และเธอรู้ว่าเจอคู่ต่อกรที่ไม่ธรรมดา
“คุณจะเปลี่ยนปลัดฯ กี่คน ทุกคนก็ยืนยันเหมือนกัน” เธอบอก “เปลี่ยนนายอำเภอ เปลี่ยนผู้ว่าฯ เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยนนายกฯ ด้วยเลยมั้ย”
“นายกฯ…ผมอยากเปลี่ยนมานานแล้ว” เขาบอก “คุณนี่กวนประสาทดีเหมือนกันนะ”
เธอเลือดขึ้นหน้า กำหมัดแน่น เหมือนโดนจี้ใจดำ นักศึกษาฝึกงานกลั้นหัวเราะ
“แปลว่า เลขเปลี่ยนไม่ได้ แต่ชีวิตผมเปลี่ยนได้ใช่มั้ยครับ”
“หมายความว่าไง” ปลัดฯ ถาม
“จากคนธรรมดา กลายเป็นหนี้หลายแสน ทั้งที่ผมไม่เคยกู้เงิน” เขาตอบ
เขาวุ่นวายหงุดหงิดอารมณ์เสียมาหลายวัน วันจันทร์นี้ตั้งใจมาอำเภอแต่เช้าเพื่อทำอะไรให้มันสบายใจ อยากทำอะไรให้โลกรับรู้ว่า “กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย”
เขาต้องรับโทรศัพท์พวกทวงหนี้วันละหลายรอบ มีคนพยายามแฮ็กอีเมล คนใกล้ชิดเขาโดนรบกวน มิจฉาชีพรู้ข้อมูลส่วนตัวเขามากเกินไป เขาเสียโอกาสในงานสำคัญเพราะคิดว่าเบอร์ที่ติดต่อมาคือมิจฉาชีพ
เมื่อเห็นข่าวข้อมูลส่วนตัวบุคคลรั่วไหลจากหน่วยงานของรัฐเขายิ่งเดือดเป็นปรอทแตก
ปลัดอำเภอสาวเลือดขึ้นหน้าทำให้เขาใจเย็นลง คนหน้าตาน่ารักเวลาโกรธยิ่งน่ารัก ดูอายุลดลงหลายปี ต่างจากบางคนเวลาโกรธอายุเพิ่มขึ้นร้อยปี
“มีคนเอาข้อมูลผมไปใช้” เขาบอกเสียงแห้งๆ “หลังจากนั้นชีวิตผมก็ไม่เหมือนเดิม”
คำพูดเขาทำให้ปลัดฯ ดึงตัวเองกลับมาสู่หน้าที่ความรับผิดชอบ
“ข้อมูลอะไรบ้าง” ปลัดฯ ถามทั้งๆ ที่พอจะรู้
“ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน” เขาบอกพร้อมยื่นบัตรให้
ปลัดฯ เชิญเขาไปที่โต๊ะด้านหลัง เขานั่งเก้าอี้ตรงหน้า บรรยากาศเริ่มดูเป็นทางการ
“เปลี่ยนเลขไม่ได้ แต่ถ้าข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล สิ่งที่คุณต้องทำมีหลายอย่าง” ปลัดฯ บอกพร้อมส่งบัตรคืน “ข้อแรกอย่าให้เลขบัตรประชาชนกับคนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะทางโทรศัพท์ ถ้ามีใครโทร.มาอ้างว่าเป็นธนาคาร เป็นตำรวจ หรือเป็นหน่วยงานรัฐ แล้วขอเลขบัตร ขอเลขหลังบัตร ขอรหัส OTP หรือให้แอดไลน์ กดลิงก์ต่างๆ ห้ามเด็ดขาด”
“ถ้าเขารู้เลขผมอยู่แล้ว”
“ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะรู้ทั้งหมด ข้อมูลบางส่วนอาจถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ”
เขาฟังอย่างตั้งใจ ทั้งที่เป็นเรื่องที่เขารู้อยู่แล้ว ปลัดฯ พูดต่อ
“ข้อสอง อย่าส่งรูปบัตรประชาชนเต็มใบให้ใครโดยไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นต้องส่ง ควรเขียนกำกับว่าส่งให้ใคร ใช้เพื่ออะไร และวันที่เท่าไร ป้องกันการนำไปใช้ต่อ”
“แล้วข้อสาม” เขาอยากฟังให้ครบ
“ข้อสาม ถ้ามีใครอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วขู่ให้โอนเงิน หรือบัญชีมีปัญหาเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือยาเสพติด ต้องอายัดตรวจสอบ อย่าโอนเด็ดขาด ให้ติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านช่องทางด้วยตนเอง”
“แล้วถ้าข้อมูลผมหลุดจากหน่วยงานของรัฐ ผมจะเรียกร้องอะไรได้บ้าง” เขาถาม
ปลัดฯ สาวมองหน้าเขาครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง
“อย่าเพิ่งกล่าวหาใครโดยยังไม่มีหลักฐานค่ะ แต่คุณมีสิทธิ์ร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบได้”
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ
“ปลัดฯ พูดแบบนี้ทุกเรื่องมั้ยครับ”
“เรื่องราชการต้องพูดให้ชัด ตามระเบียบ”
“ตามระเบียบ” เขาพูดย้ำ
เขาสูดลมหายใจลึกๆ เหมือนดึงความสนใจ
“ผมขอถามอะไรคุณปลัดฯ สักข้อได้มั้ยครับ”
“ถ้าเป็นเรื่องราชการ ถามมาได้ค่ะ”
เขามองไปรอบห้อง ยื่นหน้าไปใกล้ๆ แล้วลดเสียงลง
“คุณปลัดฯ สอบเข้ามาหรือซื้อตำแหน่งครับ”
ปลัดฯ เลือดขึ้นหน้า กำหมัดแน่นอีกครั้ง
“คุณกำลังดูหมิ่นเจ้าพนักงาน…ฉันสอบเข้ามา” เธอเน้นเสียง
“ผมดีใจที่คุณปลัดฯ สอบเข้ามา…แต่เสียดาย…” เขาลากเสียงยาว
“เสียดายอะไร” เธอสงสัย
“เสียดาย ถ้าเก้าอี้ราชการซื้อขายกันง่ายๆ ผมจะได้เตรียมเงินไว้ซื้อเก้าอี้ข้างๆ คุณปลัดฯ”
เธอหน้าแดงเรื่อ มองยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาแล้วไปต่อไม่ถูก อยากจะกรี๊ดดังๆ ปลดปล่อยอะไรก็ไม่รู้ที่มันอัดอั้นอยู่ข้างใน
หลังจากพยายามข่มใจนับหนึ่งถึงร้อย แต่นับได้แค่ยี่สิบ เธอบอกเขาว่า “อยากมานั่งข้างๆ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบค่ะ”
เขายิ้มและกระซิบถาม
“ถ้าอยากจะนอนข้างๆ ต้องทำอย่างไรครับ”
ปลัดฯ สาวกรี๊ดลั่นห้อง จนทุกคนหันมามอง ก่อนเขาเดินออกไปหน้าตาเฉย
เช้าวันอังคาร ประตูอำเภอเปิดรับแดดเช้าเหมือนเมื่อวาน เจ้าหน้าที่ชายสองคนในชุดอาสาสมัครรักษาดินแดนนั่งประจำที่ ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนพับแขน กางเกงขายาวสีดำ เดินขึ้นบันไดหินอ่อน และถูกกักตัวไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
“มาติดต่อเรื่องอะไร” เจ้าหน้าที่ถามเสียงดุ
“ผมสามารถขึ้นไปเดินเล่นได้มั้ย” เขาถามกลับ
“สถานที่ราชการ ไม่ใช่ที่เดินเล่น” เจ้าหน้าที่อีกคนบอกเชิงวางอำนาจ
“ผมจะมาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล” เขาบอก
“รอก่อน” เจ้าหน้าที่บอก ก่อนเดินขึ้นไปชั้นบน ไม่นานก็กลับลงมาบอกว่าให้มาช่วงบ่าย เพราะเจ้าหน้าที่ออกพื้นที่
ชายหนุ่มเดินขึ้นไป ก่อนเจ้าหน้าที่จะพยายามขวาง
“ผมจะไปติดต่อศูนย์ดำรงธรรม” เขาบอก
เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนชะงัก
เขาเดินไปที่โต๊ะที่ว่างของปลัดฯ สาว นั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม โดยไม่สนใจทุกสายตาที่มอง
ผ่านไปราวสิบนาที ปลัดฯ สาวเดินมา นั่งประจำโต๊ะ และถามอย่างจริงจัง
“คุณรู้จักกฎหมายการคุกคามทางเพศมั้ย”
“โห…คุณปลัดฯ ผมมาติดต่อราชการ ไม่ได้มาคุกคามใคร”
“ที่คุณทำอยู่มันเข้าข่าย”
“ถ้าคุณปลัดฯ กลัวประชาชนคนซื่อๆ อย่างผม แล้วราษฎรประเทศนี้จะอยู่กันอย่างไร” เขาว่า “ผมขอความรู้หน่อยเถอะ ผมอยากรู้ว่าการจีบกับคุกคามทางเพศ มันต่างกันอย่างไร มีเส้นแบ่งตรงไหน”
ปลัดฯ สูดลมหายใจลึกๆ ตั้งสติ ยิ้ม ก่อนอธิบาย
“จีบ…สมมุติคุณชอบฉัน…ผมชอบคุณ ขอทำความรู้จักได้มั้ยครับ ฉันตอบว่า…ไม่สนคนแบบคุณ แล้วคุณยอมรับคำปฏิเสธและหยุด”
“ไม่เป็นไร แต่ผมยังอยากคุย น้ำหยดลงหิน…” เขาบอก
“แบบนี้เริ่มเข้าใกล้การคุกคาม” ปลัดฯ บอก “ถ้าอีกฝ่ายแสดงชัดว่าปฏิเสธ ไม่ต้องการติดต่อ และคุณยังส่งข้อความ โทร.หา คอยติดตาม ความเสี่ยงทางกฎหมายจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมมีลักษณะทางเพศหรือทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัว รู้สึกไม่ปลอดภัย”
“เข้าใจแล้วครับ จีบ…ขอความสัมพันธ์ คุกคาม…ล้ำเส้น และไม่เคารพความต้องการของอีกฝ่าย” เขาช่วยสรุป
“วันนี้มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” เธอกลับมาเรื่องงาน
“ผมมาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุล”
“คุณเกลียดชื่อ เกลียดนามสกุลตัวเองเหรอ”
“ผมไม่ได้จะเปลี่ยนเพราะเกลียดชื่อเดิม”
“แล้วเพราะอะไร” เธอสงสัย
เธอคาดเดาว่าคงเหมือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คนแห่มาเปลี่ยนชื่อมากผิดปกติ เหตุผลเพราะหมอดูทำนาย หมอดูบอกว่าชื่อนี้เก็บเงินไม่อยู่ ชื่อนี้ทำให้โสด ชื่อใหม่เผื่อมีคนมาจีบ ชื่อไม่ถูกโฉลก ชื่อติดตัวอักษรกาลกิณี ชื่อเดิมไม่เหมาะกับหน้าตา ชื่อไม่เหมาะกับอาชีพ ชื่อเดิมเรียกยาก แฟนเรียกผิดบ่อย ชื่อเดิมแฟนเก่าตั้งให้ หลากหลายเหตุผล
“ประเทศนี้มีคนชื่อซ้ำกันเยอะใช่มั้ยครับ” เขาถามก่อนที่จะตอบ
“เท่าที่เห็นในข่าว มีคนชื่อสมชายเกือบสี่แสนแปด รองลงมาชื่อสมจิต ประเสริฐ สมบูรณ์ สมศักด์ ตระกูลสมทั้งหลาย” เธอบอก “สมชาย นามสกุลเดียวกันเกือบห้าร้อยคน”
“ชื่อ นามสกุลซ้ำกัน ถ้าเรื่องดีๆ ไม่เป็นไร” เขาบอก “ผมมีชื่อซ้ำกับคนที่ทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามที่เป็นข่าว ชื่อที่มีการระบุว่ามีการจ่ายเงิน และมีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ทั้งที่ผมไม่ได้สอบ”
เขายื่นโทรศัพท์ให้ดูรายชื่อตามข่าวให้ปลัดฯ “หลังเป็นข่าวเพื่อนสนิทโทร.มาถาม คนรู้จักหลายคนมองผมแปลกๆ”
ปลัดฯ สาวพอจะจับต้นชนปลายถูกถึงเหตุผลที่คนแห่มาเปลี่ยนชื่อเมื่อสัปดาห์ก่อน เหตุผลแปลกประหลาดที่มาแอบอ้างกัน คงเพราะไปจ่ายเงินค่าซื้อตำแหน่งกันคนละหลายแสนตามข่าว ตลอดเดือนที่ผ่านมา หน้าฟีดข่าวเฟซบุ๊กของเธอแย่งพื้นที่กันระหว่างคดีข้อกล่าวหาฮั้วเลือก ส.ว. เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 กับคดีทุจริตสอบท้องถิ่นที่ ป.ป.ช. และตำรวจตรวจค้นพบหลักฐานในเดือนมิถุนายน 2569 และเดือนนี้พบว่าไฟล์ภาพกระดาษคำตอบไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนน พบการแก้คะแนนห้าพันกว่าคน ส่วนใหญ่แก้ให้สอบผ่าน มีบางส่วนแก้เพื่อเลื่อนอันดับ ทั้งการสอบท้องถิ่นและการเลือก ส.ว. เหมือนผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้ก่อนแล้ว
“ข้อสอบวัดความรู้ เงินในบัญชีวัดโอกาส คนมีความสามารถแพ้คนที่ซื้อคะแนน ประชาชนฝากอนาคตไว้กับคนทำงานท้องถิ่นคงสิ้นหวัง” เธอว่า “คุณไม่ต้องเปลี่ยนหรอก คนที่โกงเขาเปลี่ยนกันเอง ชื่อนี้อาจเหลือคุณคนเดียว”
“แต่ชื่อ นามสกุลนี้มันได้ชื่อว่าโกงไงคุณ”
“เลขสิบสามหลักยืนยัน ว่าคนที่โกงไม่ใช่คุณ”
“ผมถูกขโมยเลขสิบสามหลัก ถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว มีชื่อ นามสกุล ตรงกับคนโกงการสอบ ถูกตามทวงหนี้ที่ไม่ได้ก่อ…” เขาบ่น
“คุณไปแจ้งความ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน”
“ผมอยากเปลี่ยนชื่อ”
“เปลี่ยนเป็นชื่ออะไร”
“ผมอยากให้คุณปลัดฯ ตั้งให้”
ปลัดฯ สาวยิ้ม “คุณมั่นใจเหรอ”
“ถ้าคุณปลัดฯ จะกรุณา”
“สมควร โดน….” ปลัดฯ บอก
เขาเปลี่ยนชื่อประชดชีวิตตามที่ปลัดฯ บอก คิดว่าใช้ชื่อนี้สักพักเพราะคนน่ารักตั้งให้ ค่อยเปลี่ยนใหม่ทีหลัง กฎหมายไม่ได้ห้ามเรื่องการเปลี่ยนชื่อว่าต้องเว้นกี่เดือนกี่ปี ก่อนจะเปลี่ยนครั้งต่อไป ไม่ได้กำหนดครั้งสูงสุดในการเปลี่ยนชื่อเหมือนนักฟุตบอลเปลี่ยนตัว
“สมควร โดนโลกใจร้าย” เขาท่องชื่อนี้อยู่หลายวันจนชิน ทั้งที่ไม่ได้ใช้หรือกรอกเอกสารอะไร ยังไม่คิดไปแก้ไขเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนอกจากเปลี่ยนชื่อโปรไฟล์เฟซบุ๊ก และแอดไปขอเป็นเพื่อนปลัดฯ
วันจันทร์ต่อมา เขาตื่นสาย ทั้งคืนเขาพยายามหาวิธีจีบปลัดฯ โดยชอบด้วยกฎหมาย หลังจากอาบน้ำแต่งตัวและคิดว่าจะแวะเวียนไปอำเภอ โทรศัพท์ดังขึ้น หมายเลขไม่คุ้น
“สวัสดีครับ คุณสมควร โดนโลกใจร้าย ใช่มั้ยครับ”
“ครับ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนผู้ชายจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมเป็นพนักงานสอบสวน จากโรงพัก สภ.เมือง ขอสอบถามเรื่องที่คุณถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศคุณปลัดฯ…”
เขานิ่งไป ชื่อปลัดฯ ทำให้รู้สึกมือเท้าเย็น
“อะไรนะครับ”
“คุณได้รับหมายเรียกหรือยังครับ”
“ยังครับ”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอแนะนำให้คุณอย่าหายไปไหน และอย่าติดต่อไปกดดันคุณปลัดฯ หากคุณคิดว่าข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง คุณมีสิทธิ์นำหลักฐานมาแสดง…”
เขาไม่ได้ฟังต่อ ในหัวมีคำถามวนอยู่คำถามเดียว
“ตำรวจจริงหรือมิจฉาชีพ”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอแนะนำให้คุณอย่าหายไปไหน และอย่าติดต่อไปกดดันคุณปลัดฯ หากคุณคิดว่าข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง คุณมีสิทธิ์นำหลักฐานมาแสดง…”
เขาไม่ได้ฟังต่อ ในหัวมีคำถามวนอยู่คำถามเดียว
“ตำรวจจริงหรือมิจฉาชีพ”
