bg-single

ธงทอง จันทรางศุ | ยกเลิกตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ คิดให้ดี ก่อน ‘สายเกินไป’

04.09.2026

คอลัมน์ หลังลับแล มีอรุณรุ่ง

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองคงได้ยินเรื่องการปฏิรูประบบกำลังคนภาครัฐ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ได้เสนอว่า กำลังคนภาครัฐที่มีอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนมากเกินความจำเป็นของปริมาณงานที่มีอยู่จริง และเป็นภาระของประเทศทางด้านงบประมาณที่น่าวิตกกังวล ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ไปอีกไม่กี่ปี ปัญหาจะมีความหนักหน่วงและแก้ไขได้ยากยิ่งขึ้น

แนวคิดที่มีการเสนอขึ้นมาเป็นประเด็นเพื่อร่วมกันพิจารณาอยู่ในขณะนี้มีหลายวิธีการ

เช่น โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ซึ่งหมายถึงการเปิดโอกาสให้มีทางเลือกที่ข้าราชการจะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ก่อนอายุครบ 60 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์เกษียณอายุตามปกติ โดยมีเครื่องล่อใจต่างๆ มาเสนอ

ตัวอย่างที่เคยใช้มาในอดีตก็เช่นการให้เงินก้อนที่มีจำนวนมากพอที่จะจูงใจให้คนตัดสินใจเลือกออกจากราชการเสียแต่เวลานี้แทนที่จะทำงานต่อไปจนเกษียณ

ได้ยินว่ารอบนี้กำลังคิดว่าการเกษียณอายุก่อนกำหนดอาจกำหนดอายุผู้เข้าร่วมโครงการให้ลดต่ำลงจนถึง 45 ปีก็เป็นได้ แทนที่จะเป็นอายุ 50 กว่าปีหรือ 50 ปีปลายอย่างโครงการที่เคยทำมาในอดีต เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีอายุน้อยหน่อยสามารถออกจากระบบราชการเพื่อไปเริ่มงานใหม่ได้ตามความถนัด และพอมีเวลาเหลือที่จะเจริญเติบโตในอาชีพใหม่ของตัวเองได้ก่อนที่จะเกษียณแบบจริงจังต่อไปในวันข้างหน้า

พูดเป็นประเด็นแถมพกไว้ตรงนี้หน่อยครับว่า ผมเคยได้ยินว่ากองทัพสิงคโปร์ซึ่งเป็นกองทัพขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพมาก เขามีนโยบายที่ให้นายทหารระดับสูงใกล้จะเป็นนายทหารผู้ใหญ่ เมื่ออายุประมาณ 40 ปีหรือ 45 ปี ขยับขยายย้ายตัวเองออกจากระบบราชการไปหางานที่สองของชีวิตทำ

เช่น ใครถนัดในด้านคอมพิวเตอร์ ก็ไปอยู่บริษัทที่ใช้ความรู้คอมพิวเตอร์นั้นให้เป็นประโยชน์

โครงสร้างระบบกองทัพสิงคโปร์จึงมีนายพลจำนวนน้อย ลักษณะเขียนเป็นรูปแล้วออกมาคล้ายกับรูปพีระมิด คือมีฐานกว้างแต่ยอดเรียวเล็ก

ในขณะที่กองทัพบ้านเรามีนายทหารระดับนายพลจำนวนมาก จนกระทั่งมีผู้ออกปากว่า โครงสร้างระบบกองทัพของเราเป็นแบบทรงกระบอก ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นกระบอกไม้ไผ่หรือกระบอกน้ำ

อันนี้ก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะวัฒนธรรมของเราเป็นวัฒนธรรมแบบฆ่าไม่ตาย ขายไม่ขาด เรียนจบโรงเรียนนายทหารมารุ่นเดียวกันร้อยคน กินข้าวหม้อเดียวกันมาตั้งนาน พออายุ 50 ปีแล้วเหลียวไปซ้ายขวาเหลือเพื่อนอยู่ด้วยกัน 80 คน ระหว่างทางหายหกตกหล่นไปเสีย 20 คน ในจำนวน 80 คนนี้ก็ต้องเป็นนายพลให้ได้ครบถ้วนทุกคน มิเช่นนั้นเสียชื่อรุ่นเราแย่

เพื่อนร่วมรุ่นแปดสิบคนนี้จะให้เป็นแม่ทัพนายกองครองตำแหน่งหลักด้วยกันทุกคนเก้าอี้ก็ไม่มีพอให้นั่ง เวลามีการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูงในเดือนเมษายนและในเดือนตุลาคมของทุกปี เราจึงได้ยินชื่อตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษบ้าง ผู้ทรงคุณวุฒิบ้าง นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำบ้าง ท่านผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้มียศเป็นพลตรีขึ้นไปจนถึงพลเอกด้วยกันทั้งนั้น และมีจำนวนนับร้อยเลยทีเดียว

ถ้าใจเด็ดและใจแข็งกันจริงๆ เวลาพูดถึงกำลังคนภาครัฐว่ามีจำนวนมากและไม่ค่อยมีงานทำ แล้วเราจะกล้าพูดถึงเรื่องในย่อหน้าก่อนนี้บ้างไหมครับ

แหะ แหะ อย่ามาถามผมนะครับ ผมก็ไม่กล้าเหมือนกัน

ถัดจากเรื่องเกษียณอายุก่อนกำหนด ผมก็ได้ยินการพูดถึงเรื่องการยุบตำแหน่งบางตำแหน่งที่หากเกษียณอายุแล้วจะไม่มีการบรรจุเข้าไปทดแทน เพราะแนวคิดมีอยู่ว่า ตำแหน่งประเภทนี้ชื่อนี้ไม่มีความจำเป็นต้องมีอยู่ต่อไปในระบบราชการ

ส่วนเหตุผลว่าไม่ต้องมีต่อไปเพราะอะไรนั้น ผมเดาเอาว่า ต้นทางความคิดนี้คิดว่า ตำแหน่งดังกล่าวเมื่อมาถึงยุคปัจจุบันนี้ได้หมดความจำเป็นเสียแล้ว หรือระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ดี การบริหารจัดการสมัยใหม่ก็ดี อาจมีวิธีทำงานอย่างอื่นที่นำเข้ามาทดแทนได้

ตำแหน่งหนึ่งที่อยู่ในประเด็นที่พูดจากันอื้ออึงอยู่ในนี้คือ ตำแหน่งบรรณารักษ์หรือเจ้าพนักงานห้องสมุด

ในรายละเอียดที่เป็นที่สนใจของคนในแวดวงเรื่องนี้เล่าสู่กันฟังว่า ทางราชการโดยสำนักงาน ก.พ. เสนอให้ยกเลิกตำแหน่งที่ไม่มีความจำเป็นลงจำนวน 11 สายงาน ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป โดยทยอยยกเลิกนะครับ เรียกว่าตำแหน่งว่างเมื่อไหร่ก็ไม่เรียกคนบรรจุเพิ่มเข้ามา สุดท้ายตำแหน่งประเภทนี้ก็จะสูญสลายหายไปในที่สุด

ตำแหน่งที่จะยุบยกเลิก 11 สายนี้มีตำแหน่งบรรณารักษ์และเจ้าพนักงานห้องสมุดรวมอยู่ด้วย โดยข้อเสนอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมียกเว้นให้เฉพาะตำแหน่งบรรณารักษ์ในสังกัดกรมศิลปากรเพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น

ผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรมากนักหรอกครับ ผมรู้แต่ว่า “ห้องสมุด” กับ “บรรณารักษ์” เป็นของคู่กัน มีห้องสมุดแล้วไม่มีบรรณารักษ์ไม่ได้ฉันใด มีบรรณารักษ์แล้วไม่มีห้องสมุดก็ไม่ได้ฉันนั้น

ประเด็นที่ผมอยากจะชวนคิดในวันนี้คือ หลายท่านอาจจะมีภาพจำเกี่ยวกับห้องสมุดเป็นภาพเก่าตั้งแต่ตัวเองเป็นเด็กนักเรียน คือเป็นห้องมืดและทึบทึม มีตู้หนังสือเรียงเป็นแถวยาวเหมือนขบวนรถไฟ ใครเข้าไปอยู่ในนั้นแล้วต้องทำตัวให้เงียบกริบ ห้ามกระโตกกระตาก เพราะมีบรรณารักษ์เป็นหญิงสูงวัยรวบผมตึง ใส่แว่นหนา นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่หลังเคาน์เตอร์คอยสอดส่องดูแลความประพฤติของผู้เข้าใช้ห้องสมุด

ใครคิดจะทำผิดกฎของห้องสมุด ขอให้ก้าวข้ามศพบรรณารักษ์ไปก่อนเถิด

ท่านที่มีภาพจำเหล่านั้นอยู่ในความนึกคิด ผมอยากชวนให้ท่านไปเดินดู “ห้องสมุด” ในยุคปัจจุบันนี้บ้างว่าได้เปลี่ยนแปลงและก้าวเดินไปถึงไหนแล้ว

ความโชคร้ายอาจจะอยู่ตรงที่ว่าเรายังไม่ได้ใช้คำอื่นแทนคำว่า ห้องสมุด เมื่อใช้คำเดิม ภาพแห่งความทรงจำก็หวนกลับมาสู่ความรับรู้ทุกครั้งไป

สิ่งที่เรียกว่า “ห้องสมุด” ทุกวันนี้ ถ้าเรียกเสียใหม่ว่า “ศูนย์การเรียนรู้” บางทีความคิดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องอาจจะเปลี่ยนไปก็เป็นได้

ไม่ต้องดูอื่นไกลครับ เมื่อผมเป็นนิสิตเรียนในคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ห้องสมุดผมก็เป็นห้องสมุดแบบจารีตนิยม แต่เมื่อเวลาผ่านไป 50 ปี ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราเดินหาป้าย “ห้องสมุด” ไม่พบแล้ว เพราะที่นั่นมีแต่ศูนย์ “เพชรรัตน” นิติทรัพยากร

แปลว่า ที่นั่นเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาด้านกฎหมายที่ไม่ได้มีแต่เพียงแค่หนังสือเป็นเล่มสมุดอย่างแต่ก่อน แต่หมายความรวมถึงระบบสืบค้นทั้งหลายที่พัฒนาไปตามยุคสมัยของโลกทุกวันนี้

ข้อสำคัญคือ คำว่า “เพชรรัตน” ซึ่งเป็นคำต้นของศูนย์แห่งนี้ มาจากพระนามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ผู้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางกฎหมายแห่งนี้ขึ้น

ที่นี่ นอกจากหนังสือทางกฎหมายและวิชาการที่เกี่ยวข้องจำนวนมากแล้ว เราไม่จำเป็นต้องมีวารสารทางวิชาการของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกแบบเป็นเล่มหนังสือวางอยู่บนชั้นหนังสืออีกต่อไปแล้ว แต่ห้องที่ว่านี้ต้องมีระบบที่เชื่อมต่อความรู้กับมหาวิทยาลัยทั้งหลายในโลกนี้ได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

คนที่ทำหน้าที่ซึ่งเราอาจจะเรียกว่าเป็นบรรณารักษ์ของศูนย์ “เพชรรัตน” นิติทรัพยากร จึงมีบทบาทและหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก และในอนาคตก็จะต้องเปลี่ยนไปอีกให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายที่หมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันเข้ามาสู่ชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลา

ห้องสมุดของคณะผมไม่ใช่สถานที่ที่นิสิตแต่ละคนนั่งอ่านหนังสือแบบตัวใครตัวมันแต่เพียงอย่างเดียว ใครอยากได้บรรยากาศแบบนั้นก็มีให้บริการครับ แต่ในห้องสมุดแบบใหม่ที่ว่า เรามีพื้นที่แยกส่วนสำหรับคนนั่งทำงานด้วยกัน เอาหนังสือ 20 เล่มมาวางแผ่ลงบนโต๊ะแล้วอภิปรายโต้เถียงกัน มีจอขนาดใหญ่สำหรับแสดงข้อมูลออนไลน์หรือการนำเสนอความเห็นทางกฎหมายที่เห็นเหมือนกันหรือต่างกันเพื่อช่วยกันประเทืองสติปัญญา

บรรณารักษ์ของศูนย์ “เพชรรัตน” นิติทรัพยากรจึงต้องมีความรู้ที่หลากหลาย รู้วิธีการที่จะจัดข้อมูลที่มีมหาศาลอยู่ในโลกนี้เข้าระบบและเป็นคลังข้อมูลที่เอื้อต่อการศึกษาหาความรู้ทางด้านกฎหมายของผู้ใช้บริการ และเป็นเหมือนมัคคุเทศก์นำทางเพื่อการแสวงหาความรู้ที่มีอยู่ในสารบบของตัวเองให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยิ่งโลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและยุคปัญญาประดิษฐ์ ห้องสมุดก็ต้องมีบรรณารักษ์ที่ก้าวทันกับเทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย

ตราบใดที่การศึกษายังมีความหมายและมีความสำคัญสำหรับมนุษยชาติ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับที่เราจะเลิกห้องสมุด ไม่ว่าห้องที่ว่านี้จะเปลี่ยนชื่อไปเรียกว่าอะไรก็ตาม

ผมนึกไม่ออกว่า ห้องสมุดที่ไม่มีบรรณารักษ์จะเป็นห้องสมุดที่มีคุณภาพและสามารถทำหน้าที่เป็นคลังปัญญาของสถานศึกษา และของบ้านเมืองได้อย่างไร

ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรผลีผลามลงไป ผมจึงอยากจะเชิญให้ท่านที่สนใจในเรื่องเหล่านี้ ลองเข้าไปเดินชมห้องสมุดของคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยยุคนี้ดูบ้างว่า เขาทำงานกันอย่างไรและให้บริการอย่างไร

ถ้าคิดไม่ออกว่าจะไปไหนก่อนดี นัดผมไปพบกันที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ก่อนก็ได้นะครับ

ดูแล้วค่อยตัดสินใจครับ ยังไม่สายเกินไป

แต่ถ้ารีบตัดสินใจเสียแล้วในนี้ บางทีอาจจะสายเกินไปก็เป็นได้ ใครจะรู้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ทำไมเกษตรกรไทยถึงยังจน? MatiTalk ดร.นุ่น รัสรินทร์ สภาพัฒน์ ไทยขาดผู้นำ ขาดวิสัยทัศน์แก้การเกษตรเชิงโครงสร้างมายาวนาน
ธงทอง จันทรางศุ | ยกเลิกตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ คิดให้ดี ก่อน ‘สายเกินไป’
เส้นทางความรัก 10 ปี ของ ‘ไมเคิล ศิรชัช’ สู่วันคุกเข่าขอ ‘กุ๊กไก่’ แต่งงาน
คำตอบของมาเคียเวลลี เรื่อง ‘ผู้ปกครองดีเพราะมีกุนซือเก่งใช่หรือไม่’
กก.หมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ “เกาะช้าง” ผู้ว่าตราด ย้ำ!! ศีล 5 ทำให้สังคมปกติสุข ประชาชน “สุขกาย สบายใจ”
จับตารัฐแก้เกมไฟใต้ ส่ง ‘ปูด้วง’ คุม ‘สมช.’ แต่ยังย้ำเปิดช่องเจรจา ดึงคนพื้นที่สานสันติ
เบื้องหลัง ‘มังกรทมิฬ’ เปิดหน้ากากตำรวจหุ้นลม ผู้อยู่หลังม่านผับจีนห้วยขวาง
ยุติธรรมชำรุด | เหยี่ยวถลาลม
สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
สุดทางหนาม
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ
หนังสือ+ความจริง | กวีกระวาด : อรรถสิทธิ์ สมจารี