
“ชุดก็ตัดไว้หมดแล้ว ไม่ต้องแต่งตัวสวย ให้แต่งชุดขาวใส่โลงให้” คือหนึ่งในคำสั่งเสียที่ ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงดนตรีลูกทุ่ง วัย 84 ปี บอกไว้กับลูกหลาน
นี่คือหนึ่งใน ‘การเตรียมการ’ ที่ ‘แม่ผ่อง’ ของคนวงการลูกทุ่ง เตรียมไว้สำหรับ ‘วันนั้น’
ยิ้มกว้าง ก่อนพูดอย่างชัดเจน “ไม่กลัว”
“ถึงเวลาก็ต้องไป”
จริงๆ แล้ว นักร้องลูกทุ่งคนดังบอกว่า เธอฝันอยากจะเป็นครู แต่พรหมลิขิตก็หันเหให้มาเป็นศิลปิน ทั้งๆ ที่แรกๆ ก็ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบ
“อยากทำราชการมาก จะได้ดูแลครอบครัวได้ ตั้งใจตั้งแต่อายุ 14 กะว่าจบ ม.3 ก็ออกมาสอน”
วางแผนด้วยว่า พอได้เงินเดือนครูมา ก็จะเก็บรวบรวมเพื่อใช้เป็นทุนไปเรียนเป็นหมอ แล้วใช้ความรู้นั้นรักษาคนในครอบครัว รวมถึงคนทุกข์ ยากไร้
“ตั้งใจรักษาฟรีนะ มีอะไรก็จะไป”
แต่ชีวิตก็หักเหดังว่า
ด้วยอายุขนาดนี้ ผ่องศรีซึ่งมาร่วมรายการสารพันลั่นทุ่ง (บางเขน) ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสบอกว่า โดยรวมแล้วสุขภาพของเธอยังดี ยังดูแลตัวเองได้ทุกอย่าง ความจำไม่มีปัญหา สามารถร้องเพลง และยังทำงานทุกวัน ด้วยการเปิดร้านขายของชำที่บ้าน
“ทั้งๆ ที่มีตังค์เหลือกินเหลือใช้ ตายก็เอาไปไม่ได้ แต่ก็ขาย มียาสีฟัน สบู่ อะไรมีหมด ก็ขายได้ ขายเอง”
จะอยู่เฉยๆ ทำไม ให้เหตุผลอย่างนั้น
ส่วนงานร้องเพลง ผ่องศรีบอกว่า เน้นร้องในงานสายบุญเป็นหลัก เรื่องค่าตอบแทนเป็นรอง นั่นคือแม้บางครั้งจะไม่มีให้ ก็ไม่เป็นไร
“เราไม่ได้ลำบาก แล้วอยากนำชีวิตที่เหลืออยู่ตอบแทนผู้มีพระคุณ ตั้งแต่แฟนเพลง ครูบาอาจารย์ที่จัดงาน ซึ่งถ้ารับงานเดินสายโชว์ตัว จะไม่มีโอกาสได้ไปร่วมงานบุญ”
ประกอบกับงานโชว์ตัวส่วนใหญ่ต้องเดินทางไกล บางทีระยะทางก็อยู่ที่ 400 กิโลเมตร บางครั้งก็ 600 กิโลเมตร ต่อให้ขึ้นเครื่องบินไปก็จริง แต่ต้องเดินทางอีกไกลกว่าจะถึงสถานที่แสดง ซึ่ง “ไม่ไหว”
สําหรับชีวิตวันนี้ ผ่องศรีบอกเลยว่ามีความสุขทุกวัน
“เพราะปล่อยวางแล้ว ไม่ยึดติด ไม่วิตกกังวล”
พร้อมกันนั้นก็ตั้งใจจะสะสมบุญไปเรื่อยๆ
“เงินเดือนศิลปินแห่งชาติ ได้มาตั้งแต่หกพันถึงสองหมื่นห้า ไม่ใช้เลย เอาไว้ทำบุญอย่างเดียว”
“ลั่นวาจาไว้ ได้เป็นศิลปินแห่งชาติจะขอตอบแทนแผ่นดินเกิด”
ที่ผ่านมาจึงกันเงินส่วนนี้ที่ได้รับมาตลอด 31 ปี เพื่อบริจาคให้หลายองค์กร หลากมูลนิธิ
นอกจากการลงเงิน หลายต่อหลายครั้งเธอก็ยังลงแรงช่วยเหลือเพื่อนศิลปินที่กำลังเดือดร้อน ด้วยการอาสาเป็นตัวแทนติดต่อรายการโทรทัศน์ต่างๆ เพื่อให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสได้งาน รวมถึงได้บอกเล่าเรื่องราวความยากลำบากตัวเอง เพียงหวังว่าเขาหรือเธอเหล่านั้นอาจจะมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือ
ที่ผ่านมาเธอยังนำเงินส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่งสร้างสถานวิปัสสนาที่บ้าน ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมซึ่งสามารถรองรับคนได้ราว 100 คน
ใช้ชื่อสถานที่วิปัสสนา ศิลปินแห่งชาติ ผ่องศรี วรนุช ซึ่งจะอยู่ในบริเวณเดียวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปินแห่งชาติ ผ่องศรี วรนุช
“เรารู้ว่าวันหนึ่งเราต้องจากโลกนี้ไป สักวันหนึ่งเราต้องตาย ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า ก็เลยทำอะไรเอาไว้ให้เรียบร้อย ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะไป แต่มันไม่ไปสักที” พูดแล้วก็หัวเราะเบาๆ
ก่อนเล่ารายละเอียดของอะไรๆ ที่เตรียมเอาไว้ว่า “พินัยกรรมก็มี ที่บ้านก็มีหุ่นที่ปั้นไว้ ปลุกเสกแล้วด้วย จิตวิญญาณผ่องศรีจะอยู่ที่นั่น มีเส้นผมกับเล็บอยู่ที่นั่นด้วย แล้วมีอัดคำพูดไว้ ก่อนตายจะพูดเลย ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยม ถึงแม้ผ่องศรีจะจากไปนานแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงแฟนเพลง ยังรักผ่องศรีอยู่ไหมคะ”
ถึงตอนนี้เธอหยุดพัก เหมือนเว้นระยะ รอฟังคำตอบจากแฟนๆ
จากนั้นก็มีเสียงถามต่อว่า “อยากฟังเพลงอะไร กดปุ่มสิคะ…”
แล้วเสียงเพลงก็จะดังขึ้นตามความต้องการของคนฟัง
และความหวังว่าจะสร้างความสุขให้แฟนๆ ตลอดไปของเธอ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
