“ผู้การเต่า” ล้างส่วยทางหลวง ไม่ใช่ ‘เปาบุ้นจิ้น-ตงฉิน-ตู้’ อยู่อย่างมีเกียรติไม่รับเงินสกปรก

หมายเหตุ : บทบาทนี้เผยแพร่ครั้งแรก 11/08/2023
ผ่านไป 2 เดือนเศษ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) อีกหนึ่งตำแหน่ง มีภารกิจสะสางส่วยสติ๊กเกอร์ กอบกู้ภาพลักษณ์ บก.ทล. ได้เปิดห้องทำงานเพื่อฉายภาพการแก้ปัญหาให้ฟัง ภายในห้องทำงานชั้น 3 บก.ทล. ไม่ได้กว้างขวาง มีหลวงปู่แสงขี่เต่า และโมเดลนินจาเต่า
พล.ต.ต.จรูญเกียรติบอกว่า “ผมชื่อเล่นเต่า มีหลวงปู่แสงขี่เต่าวางในห้องทำงาน และมีรูปปั้นเต่า เพราะนายของผมเคยบอกว่า เต่าเป็นสัตว์อายุยืน แข็งแกร่ง ใครจะมาทำอะไรก็ทำไม่ได้”
ผู้การเต่าได้อัพเดตการแก้ปัญหาทุจริต บก.ทล.ว่า ภายหลังผู้ประกอบการร้องทุกข์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เรื่องส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก ทำให้เกิดปัญหาวงกว้าง กระทบตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง บก.ทล. และ ปปป.ก็ได้ตั้งกรรมการสอบส่วยทางหลวงด้วย
ปปป.ได้ข้อมูลที่เป็นพยานบุคคลแต่ไม่ยอมให้บันทึก ได้รวบรวมพยานหลักฐานพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง 29 คน และมี 11 คนมีส่วนเรียกรับทรัพย์สินแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องสติ๊กเกอร์ส่วยทางหลวง จึงย้าย 40 นายมาประจำ บก.ทล.เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง
29 คนที่ผู้ประกอบการให้การว่าเกี่ยวข้องรับส่วย มี 6 คนยอมให้การเป็นพยานหลักฐาน นอกนั้นให้การแต่ไม่ยอมพาดพิง โดยในส่วน 6 คน มีรอง ผกก. 1 คน, รอง สว. 1 คน และชั้นประทวน 4 คน ปปป.ได้เรียกมาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาส่ง ป.ป.ช.แล้ว ดำเนินคดีในความผิดตามมาตรา 149, 157 ซึ่งเป็นโทษหนักถึงประหารชีวิต
อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่โดนดำเนินคดีแต่โดนพาดพิง 23 คน ปปป.จะเสนอ ผบช.ก.ดำเนินการทางปกครอง โยกย้ายตามวาระที่จะถึงนี้
ตอนนี้ บก.ทล.ได้ส่งตำรวจ 40 นายกลับต้นสังกัด แต่มีคำสั่งกำกับว่า 1.ไม่ให้ทำงานยุ่งเกี่ยวประชาชน 2.ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวผลประโยชน์เรียกรับทรัพย์สินทั้งทางตรงทางอ้อม ถ้าไม่ดำเนินการ จะดำเนินการผู้บังคับบัญชาด้วย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว
เมื่อสำทับถามอีกครั้งว่าตลอดที่นั่งรักษาการ ผบก.ทล. จะไม่ให้มีส่วยทางหลวงใช่หรือไม่
“ผู้การเต่า” ยืนยันหนักแน่นว่า สั่งด้วยหนังสือและวาจา ยกเลิกไม่ให้มี แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตำรวจเชื่อ ต้องมีเมตตา รู้จักคำว่าให้ แล้วที่เขาไม่เคยได้รับความเป็นธรรม ต้องแก้ปัญหาให้เขา ทั้งเงินเบี้ยเลี้ยง รายได้ที่ถูกต้อง ของขวัญ ของรางวัล อะไรที่สามารถให้ได้ก็จะทำ
“ผมมีความเชื่อว่าลูกน้องจะรักเรา ทำตามคำสั่ง เราต้องรู้จักให้เขาก่อน สมัยเป็นรอง ผกก.เมืองโคราช เคยทำมาแล้ว ให้รางวัลเป็นนาฬิกา ของขวัญวันเกิด และทุนการศึกษาบุตร ลูกน้องซึ่งไม่เคยได้รับความเป็นธรรม ไม่เคยได้รางวัล ไม่เคยได้รับเมตตาจากใคร มองเราเป็นผู้บังคับบัญชา เวลาสั่งงานได้รับความร่วมมือ จะทำงานหนักแค่ 2-3 เดือนอีก 2 ปี เราสบาย ถ้าวางระบบดี อย่างเมืองโคราชขณะนั้นแค่ตรวจค้นรถไม่ติดแผ่นป้ายทั้งหมด ทำให้คดีลักวิ่งชิงปล้นลดไป 600-700 กว่าคดี ปีหนึ่งจับแก๊งลักรถได้ 10 กว่าแก๊ง และได้รับค่าปรับเป็นล้านบาทมากกว่างานจราจรอีก เพราะได้รางวัลที่ถูกต้องตามกฎหมาย อาชญากรรมลดลง”
ผู้การเต่าให้รอดูตำรวจทางหลวงจะมีมาตรการแบบที่เคยทำงานที่โคราช จับรถป้ายทะเบียนปลอม ขณะนี้อยู่ระหว่างป้อนข้อมูลเข้าระบบทั้งหมด หลังจากนั้นจะประกาศสงคราม จับกุมอย่างจริงจังเพื่อลดสถิติอาชญากรรม เพราะเชื่อว่าคนที่ปลอมป้ายทะเบียนคือมักเคยก่ออาชญากรรมเป็นส่วนใหญ่
“ผมถึงบอกว่าตำรวจทางหลวงเป็นตำรวจที่ดีมีวินัย เพียงแต่ว่าอาจถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ได้รับความเป็นธรรม เราเลยต้องสร้างความเป็นธรรมให้เขา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวเรื่องทุจริต” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าว
เลยถามทันทีว่าใครเป็นคนเอารัดเอาเปรียบ ได้รับคำตอบว่า “ผู้บังคับบัญชาหลายๆ คนไม่ได้มีใจเป็นธรรมเท่าไหร่ ต้องตอบตรงๆ ไม่ใช่ว่ายังไปปกป้อง บางคนบอกซ้าย ไปขวา บางคนอมเงินลูกน้อง ซึ่งผมต้องมาแก้ปัญหา เวลาแค่ 3 เดือน จะให้แก้ปัญหาตำรวจทางหลวงให้หมดนั้นยาก เพราะบางทีเป็นการประมูลงานประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-บิดดิ้งด้วย”
จึงรุกถามต่อ คำว่า “นายสั่งมา” ก็มีอยู่จริง ใช่หรือไม่ ผู้การ ปปป.กล่าวว่า อันนี้สำคัญ ถ้านายใจไม่เป็นธรรม นำความเดือดร้อนมาสู่องค์กร ความไม่ยุติธรรมมาสู่ลูกน้อง เพราะฉะนั้น ต้องปรับหลายเรื่อง ตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยงานมีเกียรติ มีชื่อเสียง เพราะฉะนั้น ภาพลักษณ์องค์กร ต้องสร้าง กู้คืนศักดิ์ศรีกลับมาอีกครั้ง ให้เกิดผลดีต่อการดูแลประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยจากผู้กระทำผิด
“ช่วงผมอยู่ตรงนี้ยืนยันปฏิบัติตามกฎหมาย 100% ตีตั๋วยาว เงินที่ได้มาไม่ชอบตรงนี้นั้น ผมยืนยันและประกาศไปทั่วแล้วว่า ทุกคนห้ามยุ่งเกี่ยว การทุจริตคือเงิน ที่ใครก็อยากได้ แต่ทุกคนต้องรู้จักพอ” ผู้การเต่าประกาศ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติได้สะท้อนตัวตนว่า เป็นคนคิดบวก มองภาพลักษณ์องค์กรเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าคิดว่าเหนื่อยคงไม่ทำงานนี้ ถ้าไม่กล้าคงไม่จับถึงระดับอธิบดี นายอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่รัฐระดับใหญ่ๆ ถือว่าได้ทำเพื่อส่วนรวม และไม่เครียด แต่ละคืนนอนหลับดี 6-7 ชั่วโมง
ตอนแรกมาเป็น ผบก.ปปป.เหมือนเก็บกรุ แต่มองวิกฤตเป็นโอกาส ปปป.เป็นหน่วยงานมีอำนาจมาก แต่ทำไมคนเดินผ่านไปโดยไม่ใช้อำนาจนี้
“ตอนนั้น ท่านต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบช.ก. ท่านจิรภพ ภูริเดช เป็น ผบก.ป. ได้ให้กำลังใจ บอกว่า ‘เต่าช่วยให้ ปปป.เป็นเสือตัวจริงหน่อย’ ในเมื่อเราเคยผ่านงานสืบสวน เป็นนักสืบ ให้มาช่วย ต้องประสาน ป.ป.ช. ป.ป.ท.ด้วย เลยเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้มีทัศนคติในการทำงานที่ดี และยังได้บุญกุศล อิ่มเอิบใจ อย่างโครงการอาหารกลางวัน ได้เข้าจู่โจมตรวจค้น ทำให้คนไม่กล้า อาหารกลางวันมีคุณภาพขึ้น ไม่กี่วันจะดำเนินคดีครูโกงกินค่าอาหารกลางวันเด็ก” ผู้การ ปปป.แย้มให้ฟัง
และยังเปิดใจอีกว่า ที่ผ่านมาได้บอกครอบครัว บอกลูกๆ ว่า อยู่อย่างมีเกียรติ ไม่ไปเอาเงินสกปรกมาหล่อเลี้ยงชีวิต ไม่สร้างรอยบาปให้ครอบครัว เชื่อว่าถ้าทำความดี ความดีจะตอบแทน แล้วลูกเมียเดินไปในสังคมก็ไม่อายใคร มีเกียรติ เพราะฉะนั้น ลูกจะนับถือพ่อเป็นไอดอล มีความภาคภูมิใจ
บางคนมองว่าผู้การเต่าเป็นเปาบุ้นจิ้น, เป็นพวกตู้ (เคร่งครัดกฎระเบียบ) และตงฉิน ขอบอกว่า ไม่ใช่ ให้ไปเช็กประวัติ อาจเป็นคนตรงๆ ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก ผ่านนักสืบใหญ่ๆ ที่โด่งดังในยุทธภพ เวลาทำงานจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
