bg-single

ความคาดหวังและความท้าทาย : จุฬาราชมนตรีคนใหม่ไทย

19.12.2023

รายงานพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

 

ความคาดหวังและความท้าทาย

: จุฬาราชมนตรีคนใหม่ไทย

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัดและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

22 พฤศจิกายน 2566 อาจารย์อรุณ บุญชุม ได้รับความไว้วางใจเป็นจุฬาราชมนตรี ใหม่ (คนที่ 19) ตามคาด หลังจากที่ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม

หลังจากได้รับความไว้วางใจ อาจารย์อรุณ บุญชม ได้กล่าวว่า

“ความจริงมีผู้ที่เหมาะสมกว่าผมอีกมากมาย แต่เป็นความประสงค์ของอัลลอฮ์ แม้จะมีคะแนนที่แตกต่างกัน แต่เราต้องจับมือร่วมกันต่อไป เชื่อว่าพี่น้องที่มาในวันนี้มีความจำเป็นต้องมาร่วมดำเนินงานทางศาสนาอิสลามของประเทศไทย รับใช้สังคม รับใช้ประเทศชาติให้มีความเจริญต่อไป” และที่สำคัญสุด ท่านนำคำพูดของท่านอาบูบักรในขณะที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงคอลีฟะห์มา (ผู้นำมุสลิมหลังศาสนทูตมุฮัมมัดเสียชีวิต) โดยท่านบอกว่า ไม่ได้ไปยกตนเสมอท่านคอลีฟะห์

“ฉันได้รับการคัดสรรให้มาดูแลกิจการของมุสลิม แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันเป็นคนดีที่สุด ฉันเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ย่อมต้องมีข้อบกพร่อง อะไรที่ฉันทำดี ขอให้พวกเราทั้งหลายนั้นสนับสนุน ถ้าหากว่าเราทำอะไรที่มันผิดพลาด ต้องช่วยกันติติง แนะนำในสิ่งที่ถูกต้อง”

สําหรับอาจารย์อรุญ บุญชม ปัจจุบันอายุ 74 ปี

1. ท่านเริ่มต้นเรียนศาสนาที่ปอเนาะบางมะเขือ ปัจจุบันคือ โรงเรียนอิสลามบำรุงศาสน์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในยุคที่ท่านเรียนนั้น ปอเนาะบางมะเขือก็ถือเป็นสถาบันที่มีการสอนตำราศาสนาระดับสูงแล้ว

2. หลังจากนั้นท่านก็เดินทางไปเรียนที่ปอเนาะสามหลา จังหวัดปัตตานี

3. ศึกษาต่อที่ปอเนาะเบรอมิง จังหวัดปัตตานี

4. เมื่อกลับมาจากปัตตานี ท่านก็ได้เข้าศึกษาต่อกับ อ.ประเสริฐ มะหะหมัด อดีตจุฬาราชมนตรี ที่โรงเรียนมิฟตาฮุลอุลูมิดดีน บ้านดอน กรุงเทพมหานคร

5. เดินทางไปศึกษาต่อในระดับซานาวีย์ (มัธยมปลาย) ที่เมืองมะดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

6. เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ณ มหาวิทยาลัยอัลอิสลามียะห์ มะดีนะห์ คณะอัลฮะดิษจน

จบปริญญาตรี-มหาวิทยาลัยอิสลาม มาดินะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย สาขาวิชาอัลหะดีษและอิสลามศึกษา

หลังจากนั้นจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาความสมพันธ์ระหว่างประเทศ

ความคาดหวังและความท้าทาย

 

แม้จุฬาราชมนตรีจะมีอำนาจหน้าที่ แค่

(1) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อทางราชการเกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลาม

(2) แต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม

(3) ออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์ตามมาตรา 35(11) เพื่อกำหนดวันสำคัญทางศาสนา

(4) ออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม

แต่ ผศ.โชคชัย วงษ์ตานี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) สะท้อนว่า “จุฬาราชมนตรีมิใช่เพียงผู้นำมุสลิมแต่เป็นผู้ดำรง ‘สถานะ’ ที่ส่งผลทั้งสองทางต่อภาพรวมของผู้คนทั้งสังคมไทย”

ผลจากการนำเสนอผลงานทางวิชาการในงานประชุมวิชาการมุสลิมศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านของสังคมมุสลิมในสังคมไทย ในรอบ 100 ปี” จัดโดยศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์กรเครือข่ายทางวิชาการ เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในงานประชุมวิชาการมุสลิมศึกษาครั้งดังกล่าว มีงานที่ศึกษาเกี่ยวกับจุฬาราชมนตรีและการบริหารกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทยในแง่ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์และกฎหมายอยู่จำนวน 2 ชิ้น

งานศึกษาทั้ง 2 ชิ้นนำเสนอเนื้อหาที่สำคัญต่อการให้ข้อเสนอแนะและการปรับปรุง-เปลี่ยนแปลงสถาบัน/องค์กรหลักของมุสลิมในประเทศไทย เมื่อพิจารณาผลที่มาจากอดีตรวมถึงทิศทางที่จะเดินต่อไปในอนาคตซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจและกำลังตอบโจทย์สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในสถานการณ์ที่กำลังจะมีการคัดเลือกผู้นำสูงสุดของชาวมุสลิมในประเทศนี้

สำหรับงานศึกษาในหัวข้อแรก เป็นงานศึกษาในทางวิชาการที่ผ่านการสำรวจที่มาในทางประวัติศาสตร์และสื่อสะท้อนในมุมกลับที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยที่มักจะเข้าใจว่าการคัดสรรหรือการเลือกตั้งจุฬาราชมนตรี “เป็นเรื่องของมุสลิมไทยเท่านั้น”

แต่เอาเข้าจริงหรือเมื่อพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีมีส่วนสำคัญต่องานการเมือง การปกครองและการบริหารงานร่วมกับทางราชการและองค์กรศาสนาอื่นๆ ที่มีผลและมีนัยยะสำคัญต่อสังคมไทยโดยภาพรวม

เป็นงานศึกษาจาก “อาจารย์อาวุโสต่างศาสนิก” ที่มีอยู่น้อยชิ้นในสังคมไทยที่ตั้งคำถาม เสนอแนะ และวิพากษ์วิจารณ์เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก โดยเฉพาะงานศึกษาเรื่องสถานะ การบริการงานและประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาในพัฒนาสถาบัน “จุฬาราชมนตรี” ที่มีการสืบเนื่องของชื่อตำแหน่ง (แต่บทบาทถูกแปรเปลี่ยนลดลง) มานานกว่า 400 ปี

ศึกษาโดย ผศ.ดร.พลับพลึง คงชนะ ในหัวข้อชื่อ “โฉมหน้าจุฬาราชมนตรีและไทยมุสลิม ท่ามกลางเวลาที่เปลี่ยนผ่านในสังคมสมัยใหม่ด้วยทิศทางที่ต่างกัน”

 

อาจารย์วิศรุต เล๊าะวิถี อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นว่า “ท่านจุฬาราชมนตรีก็เป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะการบริหารกิจการอิสลามผ่านการบริหารองค์กรอิสลาม ได้แก่ มัสยิดหรือคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในการกำหนดทิศทางการบริหารองค์กรอิสลามกับการพัฒนาประชาคมมุสลิมไทยได้”

โดยเฉพาะประเด็นการศึกษา ศาสนา สังคมมุสลิมและต่างศาสนิก

นอกจากนี้ จุฬาราชมนตรีคนใหม่ควรสานต่อนโยบายจุฬาราชมนตรี อาศิส พิทักษ์คุมพล ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์โลกในประเด็นโรคหวาดกลัวอิสลาม Islamophobia แนวคิดสุดโต่งที่ใช้ศาสนาอ้างเพื่อทำลายชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น มีปัญหามากมายที่เป็นผลพวงโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสองศาสนิก

ซึ่งอดีตจุฬาราชมนตรีได้ส่งเสริมการสร้างความสมานฉันท์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านโครงการต่างๆ

เช่น จัดตั้งสถาบันวะสะฏียะฮ์ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักศาสนิกชนของศาสนาอิสลามแห่งสายกลางส่งเสริมการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้นับถือต่างศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม

จัดตั้งสภาเครือข่ายด้านมนุษยธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา

ส่งเสริมชมรมผู้นำศาสนาอิสลามรุ่นใหม่ เพื่อให้เข้าใจหลักคำสอนทางศาสนา สังคม วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความเชื่อหลากหลายส่วนด้านเศรษฐกิจ

ส่งเสริมระบบซะกาตอย่างจริงจัง ตั้งกองทุนซะกาตประจำมัสยิด หรือสำนักงานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อการช่วยเหลือคนยากจนและคน 8 ประเภท

จริงอยู่ วันนี้ สังคมมุสลิมมีการจ่ายซะกาต มีการช่วยเหลือกัน แต่ยังไม่เป็นระบบดังที่อิสลามต้องการ

รวมถึงจัดตั้งสถาบันการเงินรองรับการทำงานสร้างรายได้ กลุ่มออมทรัพย์ของมัสยิด สามารถเป็นที่พึ่งพาของชุมชนได้ สามารถทำงานได้

และจัดตั้งกองทุนฮัจญ์ เพื่อการออมเงินเพื่อการประกอบพิธีฮัจญ์

ในส่วนสตรีและเยาวชนก็มีความสำคัญไม่น้อยว่าจะดึงพวกเขาอยู่ในสัดส่วนคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอย่างไรให้มากกว่าเดิม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน