
รายงานพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ความคาดหวังและความท้าทาย
: จุฬาราชมนตรีคนใหม่ไทย
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญมอบแด่อัลลอฮฺผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัดและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
22 พฤศจิกายน 2566 อาจารย์อรุณ บุญชุม ได้รับความไว้วางใจเป็นจุฬาราชมนตรี ใหม่ (คนที่ 19) ตามคาด หลังจากที่ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ถึงแก่อนิจกรรม
หลังจากได้รับความไว้วางใจ อาจารย์อรุณ บุญชม ได้กล่าวว่า
“ความจริงมีผู้ที่เหมาะสมกว่าผมอีกมากมาย แต่เป็นความประสงค์ของอัลลอฮ์ แม้จะมีคะแนนที่แตกต่างกัน แต่เราต้องจับมือร่วมกันต่อไป เชื่อว่าพี่น้องที่มาในวันนี้มีความจำเป็นต้องมาร่วมดำเนินงานทางศาสนาอิสลามของประเทศไทย รับใช้สังคม รับใช้ประเทศชาติให้มีความเจริญต่อไป” และที่สำคัญสุด ท่านนำคำพูดของท่านอาบูบักรในขณะที่ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงคอลีฟะห์มา (ผู้นำมุสลิมหลังศาสนทูตมุฮัมมัดเสียชีวิต) โดยท่านบอกว่า ไม่ได้ไปยกตนเสมอท่านคอลีฟะห์
“ฉันได้รับการคัดสรรให้มาดูแลกิจการของมุสลิม แต่ไม่ได้หมายความว่า ฉันเป็นคนดีที่สุด ฉันเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ย่อมต้องมีข้อบกพร่อง อะไรที่ฉันทำดี ขอให้พวกเราทั้งหลายนั้นสนับสนุน ถ้าหากว่าเราทำอะไรที่มันผิดพลาด ต้องช่วยกันติติง แนะนำในสิ่งที่ถูกต้อง”

สําหรับอาจารย์อรุญ บุญชม ปัจจุบันอายุ 74 ปี
1. ท่านเริ่มต้นเรียนศาสนาที่ปอเนาะบางมะเขือ ปัจจุบันคือ โรงเรียนอิสลามบำรุงศาสน์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในยุคที่ท่านเรียนนั้น ปอเนาะบางมะเขือก็ถือเป็นสถาบันที่มีการสอนตำราศาสนาระดับสูงแล้ว
2. หลังจากนั้นท่านก็เดินทางไปเรียนที่ปอเนาะสามหลา จังหวัดปัตตานี
3. ศึกษาต่อที่ปอเนาะเบรอมิง จังหวัดปัตตานี
4. เมื่อกลับมาจากปัตตานี ท่านก็ได้เข้าศึกษาต่อกับ อ.ประเสริฐ มะหะหมัด อดีตจุฬาราชมนตรี ที่โรงเรียนมิฟตาฮุลอุลูมิดดีน บ้านดอน กรุงเทพมหานคร
5. เดินทางไปศึกษาต่อในระดับซานาวีย์ (มัธยมปลาย) ที่เมืองมะดีนะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย
6. เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ณ มหาวิทยาลัยอัลอิสลามียะห์ มะดีนะห์ คณะอัลฮะดิษจน
จบปริญญาตรี-มหาวิทยาลัยอิสลาม มาดินะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย สาขาวิชาอัลหะดีษและอิสลามศึกษา
หลังจากนั้นจบปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาความสมพันธ์ระหว่างประเทศ
ความคาดหวังและความท้าทาย
แม้จุฬาราชมนตรีจะมีอำนาจหน้าที่ แค่
(1) ให้คำปรึกษาและเสนอความเห็นต่อทางราชการเกี่ยวกับกิจการศาสนาอิสลาม
(2) แต่งตั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม
(3) ออกประกาศแจ้งผลการดูดวงจันทร์ตามมาตรา 35(11) เพื่อกำหนดวันสำคัญทางศาสนา
(4) ออกประกาศเกี่ยวกับข้อวินิจฉัยตามบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม
แต่ ผศ.โชคชัย วงษ์ตานี อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.หาดใหญ่) สะท้อนว่า “จุฬาราชมนตรีมิใช่เพียงผู้นำมุสลิมแต่เป็นผู้ดำรง ‘สถานะ’ ที่ส่งผลทั้งสองทางต่อภาพรวมของผู้คนทั้งสังคมไทย”
ผลจากการนำเสนอผลงานทางวิชาการในงานประชุมวิชาการมุสลิมศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านของสังคมมุสลิมในสังคมไทย ในรอบ 100 ปี” จัดโดยศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์กรเครือข่ายทางวิชาการ เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในงานประชุมวิชาการมุสลิมศึกษาครั้งดังกล่าว มีงานที่ศึกษาเกี่ยวกับจุฬาราชมนตรีและการบริหารกิจการศาสนาอิสลามในประเทศไทยในแง่ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์และกฎหมายอยู่จำนวน 2 ชิ้น
งานศึกษาทั้ง 2 ชิ้นนำเสนอเนื้อหาที่สำคัญต่อการให้ข้อเสนอแนะและการปรับปรุง-เปลี่ยนแปลงสถาบัน/องค์กรหลักของมุสลิมในประเทศไทย เมื่อพิจารณาผลที่มาจากอดีตรวมถึงทิศทางที่จะเดินต่อไปในอนาคตซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจและกำลังตอบโจทย์สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในสถานการณ์ที่กำลังจะมีการคัดเลือกผู้นำสูงสุดของชาวมุสลิมในประเทศนี้
สำหรับงานศึกษาในหัวข้อแรก เป็นงานศึกษาในทางวิชาการที่ผ่านการสำรวจที่มาในทางประวัติศาสตร์และสื่อสะท้อนในมุมกลับที่ต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยที่มักจะเข้าใจว่าการคัดสรรหรือการเลือกตั้งจุฬาราชมนตรี “เป็นเรื่องของมุสลิมไทยเท่านั้น”
แต่เอาเข้าจริงหรือเมื่อพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีมีส่วนสำคัญต่องานการเมือง การปกครองและการบริหารงานร่วมกับทางราชการและองค์กรศาสนาอื่นๆ ที่มีผลและมีนัยยะสำคัญต่อสังคมไทยโดยภาพรวม
เป็นงานศึกษาจาก “อาจารย์อาวุโสต่างศาสนิก” ที่มีอยู่น้อยชิ้นในสังคมไทยที่ตั้งคำถาม เสนอแนะ และวิพากษ์วิจารณ์เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก โดยเฉพาะงานศึกษาเรื่องสถานะ การบริการงานและประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณาในพัฒนาสถาบัน “จุฬาราชมนตรี” ที่มีการสืบเนื่องของชื่อตำแหน่ง (แต่บทบาทถูกแปรเปลี่ยนลดลง) มานานกว่า 400 ปี
ศึกษาโดย ผศ.ดร.พลับพลึง คงชนะ ในหัวข้อชื่อ “โฉมหน้าจุฬาราชมนตรีและไทยมุสลิม ท่ามกลางเวลาที่เปลี่ยนผ่านในสังคมสมัยใหม่ด้วยทิศทางที่ต่างกัน”
อาจารย์วิศรุต เล๊าะวิถี อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ให้ความเห็นว่า “ท่านจุฬาราชมนตรีก็เป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะการบริหารกิจการอิสลามผ่านการบริหารองค์กรอิสลาม ได้แก่ มัสยิดหรือคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในการกำหนดทิศทางการบริหารองค์กรอิสลามกับการพัฒนาประชาคมมุสลิมไทยได้”
โดยเฉพาะประเด็นการศึกษา ศาสนา สังคมมุสลิมและต่างศาสนิก
นอกจากนี้ จุฬาราชมนตรีคนใหม่ควรสานต่อนโยบายจุฬาราชมนตรี อาศิส พิทักษ์คุมพล ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถานการณ์โลกในประเด็นโรคหวาดกลัวอิสลาม Islamophobia แนวคิดสุดโต่งที่ใช้ศาสนาอ้างเพื่อทำลายชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น มีปัญหามากมายที่เป็นผลพวงโดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสองศาสนิก
ซึ่งอดีตจุฬาราชมนตรีได้ส่งเสริมการสร้างความสมานฉันท์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านโครงการต่างๆ
เช่น จัดตั้งสถาบันวะสะฏียะฮ์ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักศาสนิกชนของศาสนาอิสลามแห่งสายกลางส่งเสริมการสร้างความเข้าใจระหว่างผู้นับถือต่างศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม
จัดตั้งสภาเครือข่ายด้านมนุษยธรรมเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อเพื่อนมนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา
ส่งเสริมชมรมผู้นำศาสนาอิสลามรุ่นใหม่ เพื่อให้เข้าใจหลักคำสอนทางศาสนา สังคม วัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความเชื่อหลากหลายส่วนด้านเศรษฐกิจ
ส่งเสริมระบบซะกาตอย่างจริงจัง ตั้งกองทุนซะกาตประจำมัสยิด หรือสำนักงานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เพื่อการช่วยเหลือคนยากจนและคน 8 ประเภท
จริงอยู่ วันนี้ สังคมมุสลิมมีการจ่ายซะกาต มีการช่วยเหลือกัน แต่ยังไม่เป็นระบบดังที่อิสลามต้องการ
รวมถึงจัดตั้งสถาบันการเงินรองรับการทำงานสร้างรายได้ กลุ่มออมทรัพย์ของมัสยิด สามารถเป็นที่พึ่งพาของชุมชนได้ สามารถทำงานได้
และจัดตั้งกองทุนฮัจญ์ เพื่อการออมเงินเพื่อการประกอบพิธีฮัจญ์
ในส่วนสตรีและเยาวชนก็มีความสำคัญไม่น้อยว่าจะดึงพวกเขาอยู่ในสัดส่วนคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยอย่างไรให้มากกว่าเดิม
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
