bg-single

‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ ลั่น หน้าที่พรรคก้าวไกล ต้องเร่งรื้อมรดกบาปจากระบอบประยุทธ์

04.06.2024

“ผมคิดว่าสิ่งที่ก้าวไกลยืนยันมาตลอดก็คือว่า ปัญหาของประเทศนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเชิงบุคคล คนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง คือมีโครงสร้างทางการเมืองที่อำนาจสูงสุดอาจจะไม่ได้เป็นของประชาชน ยังมีอำนาจที่ไม่ได้มาการเลือกตั้งที่มาแทรกแซงได้ เรามีโครงสร้างสังคมที่กองทัพยังอยู่เหนือรัฐบาลพลเรือน ทำให้เรายังคงต้องหวาดระแวงอยู่ว่าในอนาคตจะมีรัฐประหารหรือไม่ ต้องหวาดระแวงอยู่ว่าตอนนี้ถ้ารัฐบาลจะเข้าไปปฏิรูปกองทัพสามารถกระทำได้หรือไม่ ติดอุปสรรคทางกฎหมายหรือทางโครงสร้างอะไรอยู่บ้าง” พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มองปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

พริษฐ์ระบุว่า เรามีโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทุนใหญ่มีความสัมพันธ์หรือมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงของรัฐประหารสามารถใช้ช่องทางในการขยายสัดส่วนตลาดของตัวเองให้เกิดสภาวะผูกขาดได้

ปัญหาที่ผ่านมาไม่มีปัญหาเชิงบุคคล สิ่งหนึ่งที่เราใช้มาตลอดก็คือคำว่า ระบอบประยุทธ์ เราพูดมาตลอดว่าถึงแม้ย้อนไปสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เราก็ยืนยันว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวระบอบ คือถึงแม้ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในอำนาจแล้ว แต่ถ้าระบอบประยุทธ์ยังอยู่ ยังมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับคณะรัฐประหารที่ยังสามารถรักษาผลประโยชน์และอำนาจหน้าที่ของกันและกันผ่านการออกแบบ แล้วก็ยึดกุมโครงสร้างทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจไว้ได้อยู่

ทำให้เราไม่สามารถหลุดพ้นออกจากปัญหาที่อาจจะถูกซ้ำเติม แล้วก็บางส่วนถูกริเริ่มจากรัฐประหารปี 2557 ได้

ส่วนมรดกที่ คสช.ทิ้งไว้ในสังคมไทยยังคงมีอยู่และจำเป็นต้องถูกรื้อถอน พริษฐ์บอกว่ามรดกหลักๆ มีอยู่ 3 อย่าง

1. คือโครงสร้างทางการเมืองหรือระบบการเมืองที่ทำให้อำนาจที่มาจากการแต่งตั้งหรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนืออำนาจที่มากับการเลือกตั้ง ซึ่งสิ่งที่เป็นรูปธรรมก็คือรัฐธรรมนูญ 2560

ดังนั้น โจทย์ที่สำคัญในการรื้อมรดกประเภทแรกก็คือ การจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย

โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100%

 

มรดกที่ 2 โครงสร้างสังคม ที่กองทัพหรือทหารอยู่เหนือรัฐบาลพลเรือน ดังนั้น โจทย์ที่สำคัญในการรื้อมรดกตรงนี้คือทำยังไงให้เราพลิกกลับทำให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนเหมือนกับหลักสากลทั่วไป

และทำให้กองทัพสามารถทำหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เข้ามาแทรกแซงการเมือง ดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นที่ไว้วางใจ เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน

ซึ่งรูปธรรมที่พรรคก้าวไกลพยายามจะทำก็คือการยื่นร่างกฎหมายเพื่อจะแก้ไขโครงสร้างของกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน

สิ่งที่ทำไปแล้วเป็นกฎหมายแรกๆ เลยที่เรายื่นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้วคือการแก้ไขระเบียบราชการกลาโหม ซึ่งจะยืนยันหลักการตรงนี้

ส่วนสำคัญก็คือการปฏิรูปสภากลาโหม ซึ่งปัจจุบันสภากลาโหมซึ่งประกอบด้วยข้าราชการทหารเป็นหลักมีอำนาจเหนือรัฐมนตรีในหลายๆ เรื่อง อย่างมีมาตราหนึ่งที่เขียนไว้เลยว่ารัฐมนตรีในบางเรื่องตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องตัดสินใจหรือว่าต้องดำเนินการตามมติของสภากลาโหม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ เรื่องกำลังพล เป็นต้น

ดังนั้น เราจะมีการแก้ไขหรือว่ารื้อโครงสร้างสภากลาโหม เปลี่ยนบทบาทมาเป็นเหมือนสภาที่ปรึกษา รวมถึงการปรับองค์ประกอบให้มีตัวแทนพลเรือนให้สมดุลกับตัวแทนฝ่ายข้าราชการทหารมากขึ้น ทำหน้าที่เหมือนสภาที่ปรึกษา คือให้คำแนะนำได้แต่ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจเหนือรัฐมนตรี

อีกส่วนหนึ่งก็คือการแต่งตั้งนายพล เรามีความพยายามจะปรับในสิ่งทำให้ทางรัฐมนตรี ซึ่งความจริงก็คือเป็นตัวแทนรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง สามารถกำหนดเกณฑ์ในการออกแบบการแต่งตั้งนายพลได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่ขึ้นอยู่กับบอร์ด 7 คนที่มีข้าราชการทหารเป็นหลัก

ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกันกับที่เราเห็นในการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงกระทรวงอื่นๆ

 

อีกส่วนหนึ่งที่กำลังเตรียมการยื่นอยู่ก็คือเรื่องของศาลทหาร

กรณีสมมุติว่ามีทหารที่กระทำความผิด ซึ่งเป็นฐานความผิดทางอาญาหรือเป็นความผิดที่บังคับใช้กับทั้งทหารและคนทั่วไป แม้ทหารเป็นคนทำก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานเดียวกันกับเวลาพลเรือนทำ

เพราะฉะนั้น ต้องมีการรื้อเรื่องของขอบเขตอำนาจศาลทหาร ไม่ว่าจะทหารหรือพลเรือนที่กระทำความผิดทางอาญาจะต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ได้มาตรฐานและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

อันนี้คือกฎหมาย 2 ส่วนที่พรรคก้าวไกลจะยื่นเพื่อรื้อมรดก คสช. ทำให้ทหารหรือว่ากองทัพอยู่ภายใต้อำนาจรัฐบาลพลเรือน

 

มรดกที่ 3 ส่วนสุดท้าย คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่ทุนใหญ่อยู่เหนือตลาด ทำให้เราเห็นเป็นสภาวะการผูกขาดที่มันรุนแรงขึ้น กระทบต่อประชาชนมากขึ้นในหลายๆ อุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าก็ดี สินค้าอุปโภคบริโภคก็ดี

สิ่งที่เราจะทำเป็นรูปธรรมเลยคือการยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า เพื่อปฏิรูปกลไกของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อการป้องกันการผูกขาด

ที่ผ่านมาเรามีคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าก็จริง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าการควบรวมที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนก็มองว่าจะนำไปสู่อำนาจเหนือตลาดการผูกขาดก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในโครงสร้างเศรษฐกิจไทย

โจทย์สำคัญ จะทำยังไงให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าสามารถป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โจทย์ที่ต้องคิดต่อคือ แม้จะรื้อมรดกของคณะรัฐประหาร 2557 ไปแล้ว สิ่งที่สำคัญจะทำยังไงให้ไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในสังคมไทย

ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ไม่ได้เป็นโจทย์ที่ง่าย แต่เป็นโจทย์ที่ต้องทำ 2 อย่างคู่ขนาน

สิ่งหนึ่งที่ต้องทำ หลายๆ คนพูดถึงคือการปฏิรูปโครงสร้างหรือกลไกของหลายสถาบันทางการเมืองเพื่อป้องกันการทำรัฐประหาร

หลายคนพูดถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ควรจะมีหมวดเกี่ยวกับป้องกันรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็นการให้สิทธิ์ประชาชนในการต่อต้าน ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกการนิรโทษกรรมผู้ก่อการรัฐประหาร เป็นต้น

หลายคนพูดถึงการปฏิรูปศาลเพื่อทำให้ศาลไม่รับรองการทำรัฐประหาร

หลายคนพูดในการปฏิรูปกองทัพเพื่อรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่กองทัพจะลุกขึ้นมาทำรัฐประหาร เป็นต้น

มีหลายข้อเสนอที่กางอยู่บนโต๊ะแล้วทุกพรรคการเมืองควรจะร่วมกันผลักดันเพื่อปฏิรูปโครงสร้าง

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าต้องทำคู่ขนานด้วย เป็นสิ่งที่เราไม่ทำไม่ได้ คือ การรณรงค์ทางความคิด ทำอย่างไรให้ถึงแม้ในอนาคตประเทศไทยจะเจอความขัดแย้งแค่ไหน ถึงแม้ในอนาคตเราอาจจะเจอรัฐบาลที่มาในการเลือกตั้งและอาจจะเดินนโยบายผิดพลาดไปบ้าง แต่บางกรณีทำอย่างไรให้ประชาชนทุกคนไม่ว่าจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนพรรคไหนมองว่าการแก้ไขทุกๆ ปัญหาต้องแก้ผ่านกลไกการเมือง กลไกรัฐสภา

ไม่เป็นการแก้ไขปัญหาโดยการเรียกอำนาจนอกระบบอย่างเช่นกองทัพเข้ามาแทรกแซง

ต้องยอมรับว่ารัฐประหารปี 2549 ปี 2557 ส่วนหนึ่งที่สำเร็จได้ เพราะมีประชาชนบางกลุ่มสนับสนุนการทำรัฐประหาร ในการรัฐประหาร 2 ครั้งที่ผ่านมา

ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เสียงส่วนมากของประเทศ

 

ดังนั้น ผมคิดว่าถ้าเราสามารถรณรงค์ทางความคิดและทำให้เห็นว่าการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมีคุณค่ากับประชาชนอย่างไร สามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนอย่างไร คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างไร

ผมคิดว่าวันนี้เป็นส่วนสำคัญในการทำให้เราทุกคนเห็นตรงกันว่าไม่ว่าจะขัดแย้งแค่ไหน จะแก้ปัญหาผ่านการเมืองในระบบ ผ่านกลไกรัฐสภา แล้วจะไม่ยอมรับการทำรัฐประหาร หรือการดึงอำนาจนอกระบบมาแก้ปัญหาอีกต่อไป 2 อย่างเป็นสิ่งที่ต้องทำคู่ขนาน ทั้งปฏิรูปโครงสร้างกลไก และการรณรงค์ทางความคิด

เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นและกระตุ้นให้รัฐบาลทำสิ่งที่เรามองว่าเป็นประโยชน์สำหรับประเทศ

ผมคิดว่าในมุมหนึ่งแม้ว่าเราเห็นว่ารัฐบาลที่ดำรงอยู่ ณ ปัจจุบันมันเป็นส่วนผสมของทั้งพรรคที่อาจจะเคยอยู่ในซีกฝ่ายค้านและเคยมีวาระที่เหมือนกับก้าวไกลในหลายๆ ครั้งอย่างพรรคเพื่อไทย ผสมผสานกับพรรคบางกลุ่มที่อาจจะเคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในสมัย พล.เอ.ประยุทธ์

แต่ท้ายสุดแล้วมีคำสัญญาบางส่วนที่รัฐบาลเคยให้กับรัฐสภาและประชาชนในวันที่แถลงนโยบาย มีคำสัญญาบางอย่างที่พรรคเพื่อไทยเคยให้กับประชาชนตอนเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของก้าวไกลในการตรวจสอบแล้วก็กระตุ้นให้รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยรักษาสัญญาประชาคมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องทุนผูกขาด

ผมมั่นใจว่าถ้าไปเปิดเอกสารนโยบายของแต่ละพรรค ไม่ใช่แค่พรรคก้าวไกลพูดเรื่องนี้อย่างแน่นอน

สิ่งสำคัญจะทำยังไงให้เราในฐานะฝ่ายค้านไม่เพียงแต่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเดียว แต่ว่าช่วยกระตุ้นหรือแม้กระทั่งเสนอแนะให้รัฐบาลทำสิ่งที่เรามองว่ามันเป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ

ชมคลิป

 

https://x.com/matichonweekly/status/1552197630306177024



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน