อัพ สกิล ทางไหน | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
อัพ สกิล ทางไหน
ความแข็งแกร่ง ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพรรคภูมิใจไทย ได้รับการคาดหมาย จะครองอำนาจไปนานร่วม”ทศวรรษ”
จนมีคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ออกมาอธิบาย
แม้จะเป็น คำในเชิง”ลบ” แต่ก็ให้ภาพและอธิบาย”การเมืองไทย”ที่ชัดเจนไม่น้อยเช่นกัน
วันนี้ นายอนุทิน (อาจจะรวมถึง ผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่บุรีรัมย์ ด้วย)ต้องยอมรับว่า จับ”จริต” สังคมไทยได้ค่อนข้างแม่นยำ
สังคมไทยที่ยังเหนียวแน่นกับความเป็นอนุรักษ์นิยมอย่างสูง
ทำให้ นายอนุทิน วางจุดยืน”สีน้ำเงิน”เข้มข้น
เรื่อง ความมั่นคง ก็พยายามใกล้ชิดและเป็นเนื้อเดียวกับกองทัพ
โดยให้น้ำหนัก”ปัญหาไทย-กัมพูชา” มากเป็นพิเศษ
และทำให้กระแสนี้อยู่ในความเคลื่อนไหวตลอด
ล่าสุด เราได้เห็น การจัดตั้ง “ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน”(ศบค.ชด.) ดึงให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้ามาเป็นผู้อำนวยการศูนย์
ตอกย้ำปัญหาชายแดน ยังไม่จบและไม่น่าไว้วางใจ จึงต้องผนึกกับกองทัพ อย่างใกล้ชิด
ส่วนการเมือง “ระดับบน” นายอนุทินยึดแนวทาง”จารีต”อย่างปราณีตและเอาใจใส่
ขณะที่การเมือง “ระดับทั่วไป” รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย ก็ยึดการนำอย่างเด็ดขาด และไม่ยอมให้มีการ”แตกแถว”
การมีมติให้ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทย เป็นตัวอย่างชัดเจน ถึงการไม่ยอมให้ทิศทางของตนเองเบี่ยงเบน
แม้จะรู้ว่า อาจสร้างบาดแผลในใจของพรรคร่วมรัฐบาล
แต่ พรรคภูมิใจไทยก็ต้องการส่งสัญญาณชัดๆเช่นกันว่าทิศทางของรัฐธรรมนูญต้องอยู่ภายใต้การกำกับของตนเองไม่เป็นอื่น
นี่คือ ความเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในการนำของนายอนุทิน จนถูกประเมินว่าจะทำให้ รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจะอยู่นานอย่างที่ว่า
และยิ่งมีโครงการ”ไทยช่วยไทยพลัส”ที่มัดใจชาวบ้าน 26 ล้านคนเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ รัฐบาลก็ยิ่งน่าจะไปโลด
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอนุทินบริหารงานมายังไม่ผ่าน3เดือนดี
กลับเผชิญภาวะ”ขลุกขลัก” ไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น
และภาวะนี้ หากสังเกตุจะพบว่า เป็น”ปรากฏการณ์ด้านกลับ”ในจุดแข็งตนเองเสียทั้งสิ้น
ภาวะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด นำไปสู่ ข้อสงสัย-ข้อกล่าวหา ว่าไปเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง และพวกพ้อง คู่ขนานไปด้วย
ทั้ง กรรมเก่า อย่างกรณี เขากระโดง กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีฮั้วส.ส.
ถูกมองว่ามีการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปแทรกแซงเพื่อให้เป็นคุณกับฝ่ายตน
ทั้งกรรมใหม่ อย่างกรณี ไอ้โม่งน้ำมัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ถูกเชื่อมโยงไปถึงผลประโยชน์ของกลุ่มทุน
และร้อนๆล่าสุด คือ โครงการ TH-AI Passport ของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การกำกับดูลของนายไชยชนก ชิดชอบ ที่ถูกโจมตีในเรื่องความไปร่งใสและโยงใยไปสู่เครือข่ายสีน้ำเงิน อย่างเห็นภาพ
จนเกิดจินตนาการฟุ้งกระจายอันกังวลและน่าห่วงใย
ด้วยมันเกิดภายใต้การกำกับดูแลของ”เลือดใหม่-อนาคตใหม่” ที่ต้องรับไม้ต่อจากนายอนุทินในกรณีที่อยู่ในอำนาจยาวนาน
คำถามว่า เหล่าเลือดใหม่ หรือเหล่าลูกเทพ ที่ถูกวางตัวในกระทรวงต่างๆหลายคนไม่ว่า รมช.ดิจิทัลฯ ‘แนน บุณย์ธิดา สมชัย’ หรือ รมช.มหาดไทย ทั้ง วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์,พลพีร์ สุวรรณฉวี,เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รวมไปถึง ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม และรมช.คมนาคม สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ แม้กระทั่งภราดร ปริศนานันทกุล
จะสืบทอดภาระกิจอย่างไร
และจะ”อัพ สกิล”การเมือง ของคนรุ่นใหม่-เลือดใหม่ ไปในทิศทางไหน
เพื่อให้การครองอำนาจอย่างยาวนาน
เป็นอนาคตใหม่ของประเทศ จริงๆ
———————-
