bg-single

วารสาร ‘โบราณคดี’ วิชาการ

28.07.2024

สุจิตต์ วงษ์เทศ

 

วารสาร ‘โบราณคดี’ วิชาการ

 

โบราณคดีถูกยกเป็นคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยศิลปากรเมื่อ พ.ศ.2498 (69 ปีมาแล้ว) มีการบริหารธุรการและการเรียนการสอนอ่อนแอต่อเนื่องจนถึง พ.ศ.2508 (59 ปีมาแล้ว)

นักศึกษาพากันทำจดหมายร้องเรียนนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นคือ จอมพลถนอม กิตติขจร ให้ปรับปรุงและพัฒนาการบริหารธุรการและการเรียนการสอนทัดเทียมเสมอหน้ามหาวิทยาลัยไทยอื่นๆ ที่มีขณะนั้น

 

นักศึกษาพึ่งพาตนเอง

พ.ศ.2509 (58 ปีมาแล้ว) นักศึกษาคณะโบราณคดีกลุ่มหนึ่งร่วมกันคิดพึ่งพาตนเองเพื่อแสวงหาข้อมูลความรู้ทางวิชาการด้วยการจัดตั้ง “ชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี” โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษา แล้วมีกิจกรรมด้วยทุนส่วนตัวของนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมดังนี้

(1.) ไปต่างจังหวัดสำรวจศึกษาแหล่งโบราณคดี (2.) จัดนิทรรศการแสดงงานศึกษาสำรวจ (3.) จัดอภิปรายวิชาการ (4.) พิมพ์สูจิบัตรนิทรรศการเป็นเล่ม มีรายงานการศึกษาสำรวจ (5.) จัดทำวารสารวิชาการ “โบราณคดี” รายสะดวก ด้วยทุนสนับสนุนจากบริษัทห้างร้าน อักษรหัวหนังสือว่า “โบราณคดี” เป็นงานออกแบบลายมือโดยอังคาร กัลยาณพงศ์ กรุณาทำให้ฟรีๆ ทุนสนับสนุน จัดหากันเองโดยมีตัวแทนหาโฆษณาจากบริษัทห้างร้าน

แล้วแบ่งรายได้เป็นค่าจ้างพิมพ์หนังสือ

 

ปรับปรุงโบราณคดี

ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล คณบดีคณะโบราณคดีครั้งนั้น พยายามกำจัดจุดอ่อนและพัฒนาเพื่อแก้ไขสิ่งอ่อนแอให้แข็งแรง ด้วยการปรับปรุงหลักสูตร, รับอาจารย์เพิ่ม และกระตุ้นความกระตือรือร้นทางวิชาการ

ปรับปรุงหลักสูตร เน้นการสอนวิชาโบราณคดีและวิชาเกี่ยวข้อง ด้วยการลดและตัดวิชาทางอักษรศาสตร์ โดย ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล อธิบายไว้ในคำนำวารสารโบราณคดี (ฉบับที่ 1 ปีที่ 1 พ.ศ.2510) ว่า “บัดนี้มหาวิทยาลัยศิลปากรก็จะได้ตั้งคณะอักษรศาสตร์แล้ว คณะโบราณคดีจึงจะทำการปรับปรุงตนเองให้มีแต่การสอนวิชาโบราณคดีและวิชาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น”

รับอาจารย์ใหม่เพิ่ม มีหลายอาจารย์สอนในหลายวิชา

กระตุ้นความกระตือรือร้นทางวิชาการ ได้แก่ พิมพ์หนังสือวิชาการ, สนับสนุนกิจกรรมวิชาการของนักศึกษา

เริ่มต้นด้วยขอทุนอุดหนุนจากภาคเอกชนจัดพิมพ์วารสารทางวิชาการ เพื่อกระตุ้นการอ่านและการศึกษาค้นคว้าวิจัยให้อาจารย์และนักศึกษา นั่นคือ วารสารโบราณคดี ฉบับปฐมฤกษ์ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2509 ด้วยทุนอุดหนุนจากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย

รูปเล่มเป็นหนังสือแบบเรียนของราชการ ไม่มีรูปปก และไม่มีออกแบบการจัดหน้าอย่าง “มืออาชีพ” โดยปล่อยโรงพิมพ์จัดการเองทั้งเล่ม

 

นักศึกษาช่วยงาน “ท่านอาจารย์”

(1.)”ท่านอาจารย์” ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล จัดทำ “วารสารโบราณคดี ฉบับปฐมฤกษ์” โดยไม่มีใครช่วยดูแล จึงส่งต้นฉบับให้โรงพิมพ์จัดการตามประสบการณ์ของโรงพิมพ์ (2.) ทุนอุดหนุนจากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย ให้ครั้งเดียว พิมพ์เล่มเดียว (3.) มหาวิทยาลัยศิลปากรไม่มีทุนสนับสนุน

หลังจาก “วารสารโบราณคดี ฉบับปฐมฤกษ์” พิมพ์เสร็จเป็นเล่มแจกจ่ายผู้สนใจเรียบร้อยแล้ว “ท่านอาจารย์” เรียกนักศึกษาในชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี ที่ผลิตวารสาร “โบราณคดี” รายสะดวก ไปพบเพื่อสอบถามความเป็นมาและการทำงาน

เมื่อซักไซ้ไล่เลียงเสร็จแล้ว “ท่านอาจารย์” จึงขอให้นักศึกษากลุ่มนั้นร่วมทำวารสารและหนังสือวิชาการให้คณะโบราณคดี

นักศึกษากลุ่มนั้นรับสนองตามต้องการของ “ท่านอาจารย์” แล้วปฏิบัติดังนี้

(1.) เลิกทำวารสาร “โบราณคดี” รายสะดวกของชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี

(2.) เริ่มทำวารสาร “โบราณคดี” ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

นักศึกษาในชุมนุมฯ ต้องไปทำเรื่องขออนุญาตตามกฎมายที่ตำรวจสันติบาลอยู่ที่กรมตำรวจ ปทุมวัน (สมัยนั้นเรียกกรมตำรวจ) ใช้เวลานานหลายเดือนจึงเสร็จ ได้ใบอนุญาตโดย ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เป็นบรรณาธิการ

การออกวารสารสมัยนั้น มีกฎกติกาดังนี้ (ก.) รายสะดวก ไม่ต้องขออนุญาตราชการ ถ้าอยากทำก็ทำได้เลย แต่ (ข.) รายประจำ ต้องขออนุญาตราชการตามกฎหมาย ซึ่งเคร่งครัดมาก (โดยห้ามออกหนังสือพิมพ์รายวัน)

นักศึกษาในชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี ต้องทำเรื่องขออนุญาตราชการ ดังนี้ (1.) ยื่นเรื่องขออนุญาตที่สำนักงานตำรวจสันติบาล (2.) ปกติต้องสอบประวัติ ซึ่งใช้เวลานานมาก แต่เป็นข้าราชการมหาวิทยาลัยและเป็นหม่อมเจ้า ทุกอย่างก็ผ่านสะดวก (3.) ถึงกระนั้นก็ต้องผ่านขั้นตอนตามระบบราชการ จึงต้องเดินทางไปกรมตำรวจปทุมวัน (สมัยนั้น) เพื่อติดตามความคืบหน้าถึงไหน? อย่างไร? ต้องทำอะไรอีก? 3-4 ครั้ง จึงได้รับใบอนุญาต ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา

 

วารสารโบราณคดี (ราย 3 เดือน) ของคณะโบราณคดี

โบราณคดี ฉบับที่ 1 ปีที่ 1 : 2510 กรกฎาคม-สิงหาคม-กันยายน (กระดาษปอนด์ 160 หน้า) พิมพ์เสร็จวางจำหน่าย ราคาเล่มละ 8 บาท

คำนำของ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล ในฐานะบรรณาธิการ บอกว่าวารสารโบราณคดี จัดทำร่วมกันโดยอาจารย์และนักศึกษา “ปัจจุบันคณะโบราณคดีได้รับอาจารย์ใหม่ๆ เข้าไว้ทำงานอีกหลายท่าน เป็นการช่วยเหลือให้ข้าพเจ้าสามารถกระทำการดังกล่าวได้สำเร็จผลดียิ่งขึ้น เราจึงได้พร้อมใจกันร่วมประชุมพร้อมกับนักศึกษาบางคนที่สนใจ กะจะออกวารสารโบราณคดีนี้เป็นการประจำ ปีละ 4 เล่ม คือ 3 เดือนออกครั้งหนึ่ง และจะเป็นการจำหน่าย มิใช่แจกจ่ายโดยไม่คิดมูลค่าดังแต่ก่อน”

เนื้อหา มี 2 ส่วน ได้แก่ (1.) บทความของ “ท่านอาจารย์” รวมทั้งบทความที่ส่งผ่านมาทาง “ท่านอาจารย์” และ (2.) บทความที่จัดหามาจากที่ต่างๆ โดยนักศึกษาในชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี

ค่าพิมพ์ ได้จากการหาโฆษณา (มีนายหน้ารับจัดการแล้วบ่งรายได้ตามเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกัน) โดยการประสานงานของนักศึกษาในชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี

รูปเล่ม จัดทำโดยนักศึกษาในชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี ดูแลการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเล่ม ดังนี้

(1.) ทำหน้าที่บรรณาธิการ (ตามที่ “ท่านอาจารย์” มอบหมาย) จัดหาต้นฉบับงานวิชาการมาลงพิมพ์

(2.) จัดหาแล้วคัดเลือกรูปประกอบไปทำบล็อกแม่พิมพ์ (สมัยนั้นการพิมพ์ยังไม่มีระบบออฟเซ็ตเป็นเพลทอย่างทุกวันนี้) ที่ร้านรับจ้างทำบล็อกฝีมือดีโดยเฉพาะ มี 2 แห่ง คือ สะพานวันชาติ และริมคลองมหานาค ตรงข้ามวัดสระเกศ

(3.) ราว 3-5 วัน รับบล็อกจากร้านทำบล็อกไปให้โรงพิมพ์ประกอบตัวเรียงพิมพ์จัดหน้าทีละหน้า (สมัยนั้นไม่มีจัดหน้าตัวพิมพ์ระบบคอมพิวเตอร์) และตรวจปรู๊ฟ แล้วส่งพิมพ์เป็นเล่ม

การเดินทางทุกครั้งด้วยรถเมล์ ถ้าเร่งด่วนก็นั่งสามล้อเครื่อง (ตุ๊กตุ๊ก) เพราะไม่มีเงินมากพอค่าแท็กซี่

หลัง พ.ศ.2513 (54 ปีที่แล้ว) หมดรุ่นนักศึกษาชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี ไม่มีกิจกรรมต่อเนื่อง จึงคืนงานวารสารโบราณคดี ส่วน “ท่านอาจารย์” ขอให้นักศึกษาชุมนุมฯ ทำต่อไป แต่ไม่มีใครรับทำ เพราะนักศึกษาเรียนจบแล้ว ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกิจกรรมในคณะอีกต่อไป

นับแต่นั้นงานวารสารโบราณคดีอยู่ในความรับผิดชอบของอาจารย์ประจำต่อไปอีกหลายปี กระทั่งเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยเหลือไว้แต่ “เรื่องเล่า” ว่าเหตุที่หายไปเพราะมีทุจริตค่าสมาชิกวารสารโบราณคดี

ใต้ภาพ

(ซ้าย) “วารสารโบราณคดีเล่มนี้จัดเป็นฉบับปฐมฤกษ์ เพราะเพิ่งเป็นฉบับแรกที่จัดพิมพ์ขึ้น ถ้ามีสิ่งบกพร่องอย่างไร ก็ยินดีจะได้รับคำติชมจากท่านทั้งหลาย เพื่อแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ในการจัดพิมพ์ครั้งแรกนี้ได้รับความอุดหนุนจากบริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จึงขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย และหวังจะจัดพิมพ์ต่อไปอีก อย่างน้อย 2 เล่ม ต่อ 1 ปี.” (คำนำของ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล คณบดี คณะโบราณคดี พฤษภาคม 2509)

(ขวา) ปกหน้าโบราณคดี (ฉบับที่ 1 ปีที่ 1) กรกฎาคม, สิงหาคม, กันยายน พ.ศ.2510 วารสารราย 3 เดือน ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีพระนาม ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล บรรณาธิการ (ซึ่งจัดทำโดยนักศึกษาชุมนุมศึกษาวัฒนธรรม-โบราณคดี ปกรูปทับหลังปราสาทหิน พิมาย โดยพิบูล ศุภกิจวิเลขการ เป็นอาจารย์สอนวิชาถ่ายรูป)

 

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ