bg-single

การทรงกลดครั้งสำคัญ ในประวัติศาสตร์โลก สัปตสุริยา (อาทิตย์ 7 ดวง) เหนือฟ้ากรุงโรม

28.08.2024

Multiverse | บัญชา ธนบุญสมบัติ

www.facebook.com/buncha2509

 

การทรงกลดครั้งสำคัญ

ในประวัติศาสตร์โลก

สัปตสุริยา (อาทิตย์ 7 ดวง) เหนือฟ้ากรุงโรม

 

เมื่อวันที่ 24 มกราคม ค.ศ.1630 เหนือกรุงโรม มีปรากฏการณ์น่าตื่นเต้น เพราะมี “ดวงอาทิตย์” ถึง 7 ดวง บนท้องฟ้า ฝรั่งเรียกว่า The 1630 Rome halo display หรือ The seven suns of Rome ซึ่งผมขอเรียกว่า สัปตสุริยาเหนือฟ้ากรุงโรม

ข้อมูลแทบทั้งหมดเกี่ยวกับสัปตสุริยาเหนือฟ้ากรุงโรมมาจากจดหมายซึ่งคริสทอฟ ไชเนอร์ (Christoph Scheiner) เขียนถึงปีแยร์ กาซองดี (Pierre Gassendi) ในจดหมายซึ่งเขียนด้วยภาษาละติน ลงวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ.1631 คริสทอฟ ไชเนอร์ เป็นนักบวชเยสุอิตซึ่งสนใจศึกษาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ ส่วนปิแยร์ กาซองดี เป็นนักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่สนใจปรากฏการณ์นี้

ตัวอย่างข้อความที่น่าสนใจ เช่น

“ดวงอาทิตย์อยู่สูงจากขอบฟ้า 28 องศา 30 ลิปดา” ข้อมูลตำแหน่งดวงอาทิตย์นี้นำไปใช้ในการจำลองเหตุการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์ได้

“ผมไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเส้นวงกลมสีขาวน้ำนมซึ่งขนานไปกับขอบฟ้านั้นค่อนข้างหนากว่าเส้นโค้งอื่นๆ” ข้อความนี้กล่าวถึงการทรงกลดที่เรียกว่าวงกลมพาร์ฮีลิก (parhelic circle) ในปัจจุบัน

แผนภาพการทรงกลดสัปตสุริยาเมื่อปี ค.ศ.1630 วาดโดยฮอยเกนส์ในปี ค.ศ.1660

ข้อความระบุว่า ‘พาร์ฮีเลีย (parhelia)’ อันได้แก่ M, N, O, P, Q และ R คือ บริเวณสว่างจ้าราวกับว่าเป็นดวงอาทิตย์ และ G คือตำแหน่งดวงอาทิตย์จริง ดังนั้น เมื่อนับรวมก็เปรียบเสมือนว่ามีดวงอาทิตย์ 7 ดวง บนท้องฟ้า หรือสัปตสุริยานั่นเอง

ไชเนอร์ได้แนบสำเนาภาพการทรงกลดอาทิตย์ 7 ดวง นี้ไปกับจดหมายที่ส่งไปหากาซองดีด้วย นอกจากนี้ สำเนาภาพและข้อความอธิบายการทรงกลดของไชเนอร์ยังถูกส่งต่อๆ ไปให้อีกหลายคน

คนสำคัญคนหนึ่งที่ได้รับข้อมูลการทรงกลดสัปตสุริยา ได้แก่ เรอเน เดการ์ต (Ren? Descartes) นักคณิตศาสตร์และนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส

เดการ์ตรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง จนหันมาสนใจการทรงกลด รุ้ง และปรากฏการณ์อื่นๆ ในบรรยากาศ

ต่อมาเดการ์ตได้เสนอแนวคิดว่าการทรงกลดวงกลม 22 องศา เกิดจากผลึกหิมะที่มีรูปร่างเหมาะสม แต่ในปัจจุบันเราไม่พบหลักฐานที่แสดงการคำนวณของเขา

แผนภาพการทรงกลดสัปตสุริยาที่ค้นพบใหม่เมื่อปี ค.ศ.2011

ในปี ค.ศ.1658 คริสตีอาน ฮอยเกนส์ (Christiaan Huygens) นักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ชาวดัตช์สนศึกษาการทรงกลดปัญจสุริยา (ปี ค.ศ.1929) และสัปตสุริยา (ปี ค.ศ.1930) ในกรณีปัญจสุริยา ฮอยเกนส์ศึกษาจากหนังสือที่เขียนโดยกาซองดีและสำเนาแผนภาพการทรงกลดที่มีอยู่

แต่กรณีสัปตสุริยามีปัญหา เพราะแผนภาพที่ไชเนอร์อ้างถึงได้สูญหายไป จะมีก็แต่ข้อความบรรยายที่ไชเนอร์เขียนไว้

ฮอยเกนส์รอจนถึงเดือนกันยายน ค.ศ.1660 แต่ก็ยังหาแผนภาพดังกล่าวไม่ได้ เขาจึงลงมือวาดแผนภาพเองโดยใช้คำบรรยายของไชเนอร์เป็นแนวทาง

แผนภาพที่วาดโดยฮอยเกนส์ถูกนำไปใช้อ้างอิงว่าเป็นแผนภาพการทรงกลดสัปตสุริยาเป็นเวลานานกว่า 230 ปี จนกระทั่งมีผู้พบแผนภาพของไชเนอร์ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยมิวนิกในราวทศวรรษที่ 1890 แต่โชคร้ายที่เอกสารดังกล่าวถูกทำลายเมื่อห้องสมุดถูกทิ้งระเบิดในคืนวันที่ 9 ต่อกับเช้ามืดวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ.1943 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่ในที่สุดวงการวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ก็มีข่าวดีอีกครั้ง เพราะในช่วงต้นปี ค.ศ.2011 อีฟา ไซเดินฟาเดิน (Eva Seidenfaden) บรรณารักษ์แห่งห้องสมุด Stadtbibliothek Trier ในเยอรมนี ได้ค้นพบเอกสารดิจิทัลที่เชื่อว่าสแกนมาจากแผนภาพของไชเนอร์!

เอกสารนี้อยู่ใน Herzog August Library โดยไฟล์เอกสารได้รับการนำไปใส่ไว้ในฐานข้อมูลของ Herzog Anton Urlrich Museum เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ.2009 อย่างไรก็ดี ยังไม่ทราบว่าต้นฉบับที่นำมาสแกนมาจากไหนกันแน่

ภาพจากคอมพิวเตอร์จำลองการทรงกลดสัปตสุริยาเหนือฟ้ากรุงโรม
ภาพ : บัญชา ธนบุญสมบัติ

บรรณารักษ์ผู้ช่างสังเกตและโชคดีได้แจ้งข่าวการค้นพบนี้ให้กับวอลเทอร์ เทป (Walter Tape) นักคณิตศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านปรากฏการณ์ทรงกลด เทปกล่าวว่าการค้นพบนี้ “น่าประหลาดใจและน่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง”

อีฟา ไซเดินฟาเดิน ยังได้รายงานให้วงการวิทยาศาสตร์รับทราบโดยเขียนบทความชื่อ Found : a diagram of the 1630 Rome halo display ตีพิมพ์ในวารสาร Applied Optics ในเดือนกันยายน ค.ศ.2011 อีกด้วย

ผมใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ HaloPoint 2.0 เพื่อจำลองการทรงกลดสัปตสุริยา โดยใช้ข้อมูลคำบรรยายและแผนภาพที่มีอยู่เป็นแนวทาง ได้ผลดังนี้

 

เมื่อเปรียบเทียบภาพการทรงกลดจำลอง (มุมมองสมัยใหม่) กับแผนภาพและข้อมูล (มุมมองในอดีต) พบว่ามีทั้งส่วนที่คล้ายกัน ส่วนที่ต่างกันอยู่บ้าง

ส่วนที่คล้ายกัน เช่น วงกลมพาร์ฮีลิก (parhelic circle) และตำแหน่งของซันด็อก (sundogs) และส่วนที่ต่างกัน เช่น เส้นสัมผัสบน (upper tangent arc)

การทรงกลดสัปตสุริยาเหนือฟ้ากรุงโรมเมื่อปี ค.ศ.1630 จัดได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่โดดเด่น เนื่องจากมีบันทึกทั้งที่เป็นภาพวาดและข้อความในจดหมาย และที่สำคัญก็คือ การทรงกลดครั้งนี้มีส่วนจุดประกายให้นักคิดในยุคนั้น และยุคต่อๆ เริ่มพัฒนาทฤษฎีอธิบายปรากฏการณ์ทรงกลดในแนวทางของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่นั่นเอง

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สูตรแคร์ : บทเรียนสิบปีของบอร์ดที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อใคร
ส่องลึกอิหร่าน: 11) ชนชาติส่วนน้อยกลุ่มต่างๆ ในอิหร่าน
ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว
ซีซาร์สลัดอะโวคาโดไส้กรอก
พาส่อง JAECOO 6T REEV เอสยูวี ราคาต่ำล้าน-เด่นที่ขุมพลัง
เจาะลึกผลงาน ‘ตบสาวไทย’ เปลี่ยนผ่านคืนสู่ทีมชั้นนำโลก?
Cash is King
ราตรีสีทอง
ฟีฟ่ากับแนวทางฟุตบอลโลก 64 ทีม ให้โอกาสหรือเพิ่มรายได้?
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2569
E-DUANG | กรณี TH-AI PASSPORT คือ เทคโนโลยี ผสาน การเมือง
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 1 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”