bg-single

เชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไร ทำคอนเทนต์ไว้ก่อน

05.09.2026

ณิชา พิทยาพงศกร

ผู้เขียนเพิ่งได้ชมสารคดีเรื่อง Inside the Manosphere ของหลุยส์ เธอโรซ์ (Louis Theroux) นักสารคดีมือรางวัลชาวอังกฤษ

หลุยส์พาผู้ชมเข้าไปสำรวจโลกของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชายหรือที่เรียกว่า “แมนฟลูเอนเซอร์” (manfluencer) ที่โด่งดังในหมู่วัยรุ่นผู้ชายฝั่งตะวันตก จากการนำเสนอเนื้อหาที่ผสมผสานระหว่างการปลุกเร้าแรงบันดาลใจ คำแนะนำด้านฟิตเนส การเหยียดเพศ เหยียดศาสนา และการใช้ความรุนแรง

หากมีการจัดลำดับเหล่าอินฟลูฯ ชายเป็นพิษเหล่านี้ คนที่อยู่บนยอดพีระมิดคงจะเป็น Andrew Tate อินฟลูเอนเซอร์ชาวอังกฤษ ที่ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าเกลียดผู้หญิง (misogynist) และเผยแพร่แนวคิดนี้อย่างเต็มตัว จนถูกหลายแพลตฟอร์ม (ยกเว้น X) แบนไปแล้ว

ปัจจุบันเขาถูกจับกุมดำเนินคดีจากข้อกล่าวหาข่มขืน ค้ามนุษย์ หนีภาษี และทำธุรกิจบนฐานของการเอารัดเอาเปรียบผู้หญิง

แต่ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจตัวพ่อให้กับเหล่าแมนฟลูเอนเซอร์ที่เธอโรซ์ไปถ่ายทำในสารคดีนี้

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในสารคดีเรื่องนี้ คือความไม่ลงรอยกันของตัวตนแมนฟลูเอนเซอร์ที่อยู่หน้ากล้องและตัวตนในชีวิตจริง ที่ถูกเผยออกมาเมื่อคนที่ถือกล้องและกำหนดการเล่าเรื่องไม่ใช่ตัวอินฟลูเอนเซอร์เอง

ตัวอย่างหนึ่งก็คือ อินฟลูฯ ชายทุกคนในสารคดีมักโอ้อวดความสามารถทางเพศของตัวเองออกสื่อ เล่าให้ผู้ติดตามฟังว่าได้หลับนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า และหากจะมีครอบครัวแล้ว ก็จะมีความสัมพันธ์แบบ “รักเดียวใจเดียวฝั่งเดียว” (one-sided monogamy) ที่แปลว่า พวกเขาจะคบกับผู้หญิงกี่คนก็ได้ แต่ผู้หญิงที่คบหาด้วย จะต้องคบเขาแค่คนเดียว

แต่เมื่อเธอโรซ์หันกล้องไปที่พวกเขากับแฟนคนปัจจุบัน แล้วถามว่า “คุณโอเคด้วยไหมกับความสัมพันธ์แบบนี้”

เรากลับเห็นความกระอักกระอ่วนใจของทั้งคู่ ความมั่นใจที่หายวับและท่าทีแบบหมาหงอยของอินฟลูฯ ชายออกมาเต็มหน้าจอ

อินฟลูฯ อีกคนหนึ่งโอ้อวดว่า เขามีสาวๆ ในสังกัดที่ทำงานให้เขาผ่านการสร้างเนื้อหาโป๊เปลือยบนแพลตฟอร์ม OnlyFans และเขายังหาเงินได้มากมายจากการทำกรุ๊ปปิดที่ผู้ติดตามต้องจ่ายเงินเป็นสมาชิกเพื่อเข้าถึงสาวๆ เหล่านั้น

เมื่อเธอโรซ์ถามว่า คุณเองก็มีลูกสาวใช่ไหม แล้วถ้าลูกสาวคุณจะทำงานแบบนั้นบ้าง คุณจะโอเคไหม

อินฟลูฯ คนนี้ก็รีบบอกทันทีว่า เขาไม่ให้ลูกสาวเขาทำเรื่องสกปรกเหล่านั้นหรอก ถ้าทำจริง เขาจะตัดพ่อตัดลูกด้วย

หรืออินฟลูฯ อีกคนที่ป่าวประกาศซ้ำๆ ต่อหน้าแฟนคลับว่า ผู้หญิงนั้นโง่กว่าผู้ชาย ต้องอยู่ใต้การนำของผู้ชาย กลับขอให้แม่ของเขา (ที่เขาเคยบอกว่า เป็นเฟมินิสต์และไม่ชอบที่เขาทำเนื้อหาเหยียดเกย์ เหยียดเชื้อชาติ) มาช่วยฟาดฝีปากกับเธอโรซ์

พูดง่ายๆ ว่ายังใช้แม่เป็นเกราะกำบัง

นารา สมิธ

การถ่ายทอดภาพความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าชายเกลียดหญิงกับผู้หญิงในชีวิตจริงของเขา ทำให้เราเห็นความเป็นมนุษย์ของผู้ชายเหล่านี้มากขึ้น พวกเขาก็มีความไม่มั่นใจ มีความเป็นห่วง มีความกลัวแม่ เกรงใจภรรยา กลัวลูกสาวเสียคน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการนำเสนอต่อผู้ติดตามแม้แต่น้อย

ยิ่งมีแฟนคลับที่เข้ามาเพราะติดใจเนื้อหาเหยียดเพศ เหล่าอินฟลูฯ ชายก็ยิ่งต้องนำเสนอภาพลักษณ์ “ชายแทร่” ของตัวเองให้เข้มข้นขึ้นไปอีก

และมีความเสี่ยงว่าการเผยตัวตนด้านอื่นๆ ที่ไม่ได้เกลียดผู้หญิงขนาดนั้นออกมาหน้ากล้อง อาจทำให้ยอดฟอลหายไป

แมนฟลูเอนเซอร์เหล่านี้จึงไม่ต่างอะไรจากหนูปั่นจักรที่ต้องผลิตเนื้อหาชายเป็นพิษไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเนื้อหานั้นจะสอดคล้องกับตัวตนหรือความรู้สึกภายในของเขาหรือไม่ก็ตาม

ที่น่ากังวลคือ ผู้ติดตามของอินฟลูฯ เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 13 ปีที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยว กำลังตามหาตัวเอง และมีความกังวลเรื่องภาพลักษณ์

เยาวชนเหล่านี้กลายเป็นแหล่งรายได้ของอินฟลูฯ ชายที่เสนอขายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ไว้ใจนัก เช่น ระบบสมาชิกเพื่อเข้าถึงเนื้อหาเฉพาะ ชวนเข้าแพลตฟอร์มการลงทุน ฯลฯ

เลวร้ายไปกว่านั้นคือ วัยรุ่นกำลังใช้เวลามหาศาลอยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆ ที่อัลกอริทึมถูกออกแบบมาให้แนวคิดรุนแรงสุดโต่งแพร่ได้ไวและไกลขึ้น

งานวิจัยของ University College London ในปี 2024 พบว่า วัยรุ่นที่คลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาแนวพัฒนาตนเองสำหรับผู้ชาย มักจะถูกแพลตฟอร์มนำเสนอเนื้อหาเหยียดเพศสุดโต่งให้ดูเพิ่มขึ้น 4 เท่าภายในเวลา 5 วัน

และความรุนแรงนี้ก็ไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอ บางโรงเรียนพบว่า เยาวชนชายเริ่มมีพฤติกรรมรุนแรงในห้องเรียนอย่างเจาะจงกับครูผู้หญิงและเพื่อนร่วมชั้นผู้หญิงมากขึ้น

ในฝั่งของผู้หญิงเอง ก็มีกระแสไวรัลอีกแบบที่เรียกว่า tradwife ผันมาจากคำว่า traditional wife

กระแสนี้เกิดจากกลุ่มอินฟลูฯ หญิงในโลกตะวันตกที่ทำคอนเทนต์เสนอภาพตัวเองในฐานะศรีภรรยาที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน คอยทำอาหารประดิดประดอย จัดบ้านให้เรียบร้อย เลี้ยงลูกเป็นพรวน และให้บริการสามี

เนื้อหาเหล่านี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่านำเสนอภาพไลฟ์สไตล์ที่สวยงามเกินจริงของการเป็นแม่บ้าน และผลักผู้หญิงให้กลับไปอยู่ในบทบาทดั้งเดิมในครัวเรือนบนความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ว่าพวกเธอจะอยู่ได้เองหรือไม่หากวันหนึ่งสามีไม่เลี้ยงดู

หลายคนมองว่า คอนเทนต์พวกนี้เหมือนตบหน้าขบวนการสิทธิสตรีที่ต่อสู้เรียกร้องสิทธิให้ผู้หญิงมายาวนาน

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นหญิงหยุดเสพและถูกหล่อหลอมโดยเนื้อหาเหล่านี้ จนเป้าหมายในชีวิตของเด็กสาวทุกวันนี้เริ่มเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนที่มองหาความสำเร็จนอกบ้าน

การสำรวจของ EduBirdie ในวัยรุ่นหญิงเจน Z จำนวน 2,000 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่า 47% ตอบว่า เส้นทางความฝันของพวกเธอคือการเป็น tradwife ที่ใช้ชีวิตง่ายๆ สบายๆ ทำงานบ้าน ดูแลลูก และมีสามีเป็นผู้หาเลี้ยงหลัก

ในขณะที่อีกงานวิจัยหนึ่งในออสเตรเลีย พบว่า ในปี 2010 วัยรุ่นหญิงในรุ่นนั้น 57% ไม่เห็นด้วยกับความเชื่อของบทบาทตามเพศ (gendered role) เช่น ผู้ชายเหมาะจะทำงานหาเงินนอกบ้านและผู้หญิงควรดูแลบ้านดูแลลูก แต่ในปี 2024 ตัวเลขนี้ลดลงเป็น 43%

ที่สนุกไปกว่านั้นคือ ในขณะที่ผู้ติดตามของเหล่า tradwife อยากดำเนินรอยตามเป็น tradwife แต่อินฟลูฯ ตัวแม่ของวงการ tradwife นารา สมิธ (Nara Smith) เจ้าของคลิปไวรัลแม่บ้านที่ทำอาหารในชุดเดรสแบบโอตกูตูร์และหน้าผมจัดเต็ม เพิ่งออกมาเปิดเผยเสียเองว่า เธอไม่ใช่ tradwife นะ

จริงๆ แล้วเธอเป็นนางแบบและนักธุรกิจที่ผลิตเนื้อหาเหล่านี้ออกมาอย่างตั้งใจ

เธอตั้งกล้องถ่ายและตัดต่อคลิปวันละหลายชั่วโมง ในขณะที่มีพี่เลี้ยงช่วยดูแลลูก เธอเป็นคนหารายได้เข้าบ้านเมื่อคลิปเธอไวรัลจนได้ดีลกับแบรนด์ต่างๆ จนเป็นธุรกิจใหญ่โต ส่วนงานบ้านก็แบ่งกันทำกับสามีอย่างแฟร์ๆ

จะเห็นได้ว่า ชีวิตจริงของเธอห่างไกลจากการเป็น tradwife อย่างที่ผู้ติดตามของเธอ (และคนที่เกลียดเธอ) เชื่อไปแล้ว แต่ในเมื่อคอนเทนต์เหล่านั้นยังทำเงินได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องเลิกทำ

จนถึงตอนนี้ ผู้เขียนยังไม่แน่ใจเลยว่า อินฟลูฯ ชายแท้เป็นพิษหรืออินฟลูฯ หญิง tradwife เหล่านี้เชื่อในอุดมการณ์แนวคิดที่พวกเขานำเสนอจริงๆ หรือไม่

พวกเขาอาจจะไม่ได้เชื่อ หรือไม่ได้มีอุดมการณ์อะไรชัดเจน

หรือต่อให้เชื่อจริง พวกเขาก็น่าจะเป็นแค่ตัวแทนของคนกลุ่มเล็กมากๆ ในสังคมที่มีความคิดสุดโต่ง (ผู้เขียนยังเชื่อแบบคนที่มองโลกในแง่ดีว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้สุดโต่งแบบนั้น)

แต่ที่อันตรายคือ เนื้อหาที่พวกเขาป้อนให้กับคนหลายล้านคนทั่วโลกตลอดเวลา โดยเฉพาะวัยรุ่นที่อยู่ในวัยประกอบสร้างตัวตนที่อาจยึดแนวคิดเหล่านี้เป็นเป้าหมายชีวิต ในขณะที่คนสร้างเนื้อหามีเป้าหมายเดียวคือการ monetize สร้างรายได้จากฐานแฟนคลับ

และเราทุกคนก็กำลังเวียนวนอยู่ในวัฏจักรของการปลุกปั่นด้วยเนื้อหาสุดโต่งไม่มีสิ้นสุด โดยมีความโลภของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์บางจำพวกและอัลกอริทึมที่ไร้ความรับผิดชอบเป็นเชื้อเพลิง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก