bg-single

ยาดีจากหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ สมุนไพรใกล้ตัวแก้พิษงู แก้พิษสัตว์กัดต่อย รักษาแผลน้ำกัดเท้ายามฝน

05.09.2026

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

ช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปี 2569 นี้ เป็นปีม้าไฟที่กำลังไหม้โลกเดือด (Global Boiling) ไม่ใช่แค่โลกร้อนธรรมดา (Global Warming) อีกต่อไป ส่งผลให้ประเทศไทยหลายพื้นที่มีสภาพร้อนระอุและชื้นแฉะจากฝนตกธรรมดา และ “เรนบอมบ์” (Rain Bomb) ซึ่งเป็นเสมือนสึนามิที่ถล่มลงมาจากฟากฟ้าก่อภัยพิบัติร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน รวมทั้งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่สภาพที่เรียกว่า “ภาวะอากาศสุดขั้ว” (Extreme Weather) ซึ่งเป็นสภาวะอากาศที่รุนแรงผิดปกติที่อยู่นอกเหนือจากสถิติค่าเฉลี่ยเดิมที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของพื้นที่นั้นๆ

เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น แต่สร้างความเสียหายรุนแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และระบบนิเวศ ยกตัวอย่างเช่น แม่น้ำน่านที่ถูกระเบิดฝนถล่มเมื่อเร็วๆ นี้ อาจทำให้แม่น้ำทั้งสายเปลี่ยนเส้นทางและเปลี่ยนระบบนิเวศในลุ่มน้ำนั้นได้เลย

ในช่วงที่ประชาชนผจญกับฝนกระหน่ำ โคลนถล่ม บรรดามด แมลง แมงป่อง ตะเข็บ ตะขาบ และงูเงี้ยวเขี้ยวขอก็พากันอพยพหนีน้ำท่วมมาอยู่อาศัยร่วมกับมนุษย์ด้วย เป็นเหตุให้ผู้คนได้รับอันตรายจากพิษสัตว์กัดต่อย

ในพื้นที่ชนบท หมอพื้นบ้านและชาวบ้านรู้จักสมุนไพรที่นำมาใช้เยียวยาพิษจากสัตว์อาคันตุกะที่ไม่ได้รับเชิญดังกล่าวด้วยสมุนไพรใกล้ตัว ในที่นี้ขอบอกตำรับยาดีของหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ 2 ท่าน

ท่านแรกคือ พ่อหมอเอียะ สายกระสุน หมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2565 จังหวัดสุรินทร์ เจ้าของตำรับยารักษางูพิษกัด ซึ่งเป็นทั้งยาฝนสำหรับดื่มและทา ประกอบด้วย (1) รากโลดทะนงแดง (2) เมล็ดหมากแห้ง (3) น้ำมะนาว

วิธีปรุงยา ฝนรากโลดทะนงแดงและหมากแห้งกับหินลับมีดจนกระทั่งน้ำเป็นสีขาวขุ่น ผสมน้ำครึ่งแก้ว กรณีใช้ในเด็กให้ลดปริมาณลง ส่วนการฝนยาสำหรับทา ให้บีบน้ำมะนาวก่อนสัก 2-3 หยดลงบนหินลับมีด จากนั้นฝนรากโลดทะนงแดง ฝนหมากแห้ง ให้ได้น้ำข้นค่อนข้างหนืด แล้วจึงทาลงบริเวณแผลที่ถูกงูกัด เคล็ดวิชารากโลดทะนงแดงและผลหมากแห้ง ทั้งสองอย่างต้องใช้ฝนคู่กันเสมอ ไม่สามารถแยกใช้ได้ ส่วนมะนาวจะช่วยดูดพิษงูออกมาที่ปากแผล หากไม่มีน้ำมะนาวสามารถใช้น้ำมะกรูดแทนได้เช่นกัน

โลดทะนงแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib และมีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์แก้พิษงูของสารสกัดจากรากโลดทะนงแดง พบว่า สารออกฤทธิ์เป็นสารกลุ่มเรดิโอไซด์ (Rediocides) ตามชื่อสปีชีส์ (Species หรือชนิด) ของโลดทะนงแดงนั่นเอง การศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่า การป้อนน้ำยาสมุนไพรโลดทะนงแดงที่ความเข้มข้น 50 กรัมต่อลิตร หลังจากหนูได้รับพิษงูเห่า โดยการฉีดพิษงู และทิ้งไว้เป็นเวลา 5 นาที สามารถยืดอายุการตายของหนูได้

ส่วนหมาก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Areca catechu L. เป็นสมุนไพรตัวช่วยเสริมฤทธิ์ สารสำคัญในเมล็ดหมาก คือสารอารีโคลีน (Arecoline) เป็นอัลคาลอยด์หลัก ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายตื่นตัวไม่ให้ง่วงหลับเมื่อถูกพิษงู

ตํารับยาดีท่านที่ 2 คือ พ่อหมอสมุทร สารุ หมอไทยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2569 เจ้าของตำรับยารักษาพิษแมลงสัตว์กัดต่อย และน้ำกัดเท้า ตัวยาประกอบด้วย (1) ใบฝรั่งสด 1 กำมือ (2) ใบสาบเสือสด 1 กำมือ (3) สารส้ม ขนาดเท่าหัวแม่มือ

วิธีปรุงยา ล้างใบฝรั่งและใบสาบเสือให้สะอาด โขลกตำเข้าด้วยกันให้ละเอียด จากนั้นบดสารส้มผสมลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ใช้ทาหรือพอกบริเวณที่สัตว์กัดต่อยหรือแผลน้ำกัดเท้า ทาซ้ำๆ อย่าให้ยาแห้งจนกว่าอาการจะทุเลาลง

ฝรั่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psidium guajava L. ในใบฝรั่งมีสารเควอซิทิน (Quercetin) ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบ บวมแดง ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ถอนพิษบาดแผล แก้พิษเรื้อรัง รักษาน้ำกัดเท้าได้ด้วย และยังมีสารแทนนินช่วยสมานบาดแผลและส่วนสำคัญในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

สาบเสือ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Chromolaena odoratum (L.) R.M. King & H. Rob. และมีชื่อสามัญว่า วัชพืชสยาม (Siam weed) ใบสาบเสือมีสารสำคัญที่ช่วยรักษาและสมานบาดแผลถอนพิษ ประกอบด้วย กรดอะนิสิก (Anisic acid), กลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) รวมถึงน้ำมันหอมระเหยที่มีสารยูพาทอล (Eupatol) และคูมาริน (Coumarin) สารส้มมีชื่อทางเคมีสามัญว่า โพแทสเซียมอะลัม (Potassium alum) หรือชื่อทางเคมีสากลคือ โพแทสเซียมอะลูมิเนียมซัลเฟต มีสรรพคุณช่วยสมานแผลและห้ามเลือด ช่วยให้แผลตื้นหรือแผลสดหายเร็วขึ้น

จะเห็นได้ว่า ทั้งพืชวัตถุ และธาตุวัตถุรวม 6 ชนิดที่ใช้ทำยาแก้พิษงู แก้พิษสัตว์กัดต่อย และรักษาแผลน้ำกัดเท้า ได้แก่ โลดทะนงแดง หมาก มะนาว ใบฝรั่ง ใบสาบเสือ และสารส้ม ล้วนเป็นสมุนไพรภูมิปัญญาชาวบ้านที่หาง่ายใกล้ตัว และมีประสบการณ์การใช้มายาวนานโดยมีชื่อหมอไทยดีเด่นแห่งชาติรับประกันคุณภาพ เตรียมไว้รับมือกับทุกๆ สถานการณ์ในโลกที่แปรปรวน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน