bg-single

สิ้นสุดการรอคอยตั๋ว อลป. ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย หัวใจพวกเธอมันสุดยอด!

02.09.2026

เขย่าสนาม | เงาปีศาจ

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 คือวันประวัติศาสตร์ที่วงการกีฬาเมืองไทยต้องบันทึกไว้หลังจากทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 สร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ได้เป็นครั้งแรก…

ค่ำวันนั้นเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศต่างไชโย โห่ร้อง น้ำตาไหลด้วยความตื้นตันยินดีกับทีมลูกยางสาวไทยด้วยการเอาชนะทีมแกร่งอย่างสาวหมวยใหญ่ จีน ทีมเบอร์ 6 โลก ในฐานะเจ้าภาพ 3-2 เซ็ต 25-20, 11-25, 23-25, 25-18 และ 15-10

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การครองแชมป์เอเชีย แต่มันคือ “ตั๋วโอลิมปิก” ที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยรอคอยมายาวนาน…

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเราต้องยกย่องบรรดานักกีฬาไทยทั้ง 14 คน ได้แก่ พรพรรณ เกิดปราชญ์ (กัปตันทีม), ณัฏฐณิชา ใจแสน, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, อัจฉราพร คงยศ, ทัดดาว นึกแจ้ง, วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์, กัญญารัตน์ ขุนเมือง, แก้วกัลยา กมุลทะลา, ชัชชุอร โมกศรี, ศศิภาพร จันทวิสูตร, วริศรา สีทาเลิศ, จิดาภา นาหัวหนอง, ปิยะนุช แป้นน้อย และกัลยรัตน์ คำวงษ์

ที่ลืมไม่ได้เลยคือ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร และทีมงานสตาฟฟ์ทุกคน รวมไปถึงการบริหารที่ยอดเยี่ยมของสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมฯ รวมถึงผู้สนับสนุนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการผลักดัน พัฒนาทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยให้ก้าวมาถึงจุดสร้างความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ

โค้ชอ๊อตเริ่มต้นทำทีมวอลเลย์บอลทีมชาติไทยชุดเล็ก ที่ถูกเรียกว่า “ยุคดรีมทีม” เมื่อปี 2544 มีเป้าหมายในการสร้างสายเลือดใหม่ ขึ้นมาทดแทนชุดใหญ่ในยุคนั้นที่กำลังโรยรา

ยุคนั้นการเก็บตัวฝึกซ้อมต้องอยู่ในแคมป์ที่ จ.ยะลา ภายใต้การดูแลแบบเข้มข้น ใช้ชีวิต กิน นอน ฝึกซ้อม ด้วยนักกีฬาวัย 15-17 ปี ภายใต้แนวคิดความสามัคคี ร่วมกันรับผิดชอบกับผลงาน

ถ้าใครสักคนในทีมวิ่งไม่ผ่านเกณฑ์ ทุกคนต้องวิ่งใหม่ทั้งหมด หรือความอดทนไม่กลัวเหนื่อย ที่โค้ชอ๊อตปลูกฝังให้กับทุกคน

จนเกิดนักวอลเลย์บอลที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง อย่าง “7 เซียน”

3 คนที่มาจากยะลา “หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว, “นา” วรรณา บัวแก้ว, “แจ๊ค” อำพร หญ้าผา และอีก 4 คนที่ถูกเรียกตัวมาเสริมทีม “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ, “อร” อรอุมา สิทธิรักษ์ และ “ปู” มลิกา กันทอง

ความสำเร็จจาก 7 เซียน ทั้งการคว้าแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 15 เมื่อปี 2552 การจบอันดับ 4 เวิลด์กรังด์ปรีซ์ ในปี 2555 ต่อยอดไปถึงการเป็นแชมป์เอเชียอีกครั้ง ในปี 2556 การผูกขาดเหรียญทองซีเกมส์ การได้เหรียญเอเชี่ยนเกมส์เป็นครั้งแรก โดยเป็นเหรียญทองแดง ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2557

แต่ถ้าใครจำกันได้ยุค “7 เซียน” เราเคยเกือบจะคว้าโควต้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว

แต่เราพลาดไปหลายครั้ง…

ย้อนกลับไปในการคัดเลือกโอลิมปิก 2012 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทีมสาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยหนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการเอาชนะ เซอร์เบีย 3-0 เซ็ต ทั้งที่ในเวลานั้นเซอร์เบียเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของโลก

ก่อนเข้าสู่เกมสุดท้าย ไทยเอาชนะคิวบา 3-1 เซ็ต เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนน และขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตาราง แต่การจะได้ตั๋วไปโอลิมปิกลอนดอนยังไม่อยู่ในมือของพวกเธอ

ไทยต้องทำได้เพียงอย่างเดียว…คือ นั่งลุ้นผลของ ญี่ปุ่น หากญี่ปุ่นสามารถเอาชนะเซอร์เบียได้ หรือแพ้ในสกอร์ที่ไม่ใช่ 2-3 โอกาสของไทยจะยังเปิดกว้าง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นฝันร้าย ญี่ปุ่นแพ้เซอร์เบีย 2-3 เซ็ต 25-18, 21-25, 25-19, 21-25 และ 9-15 ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้ไทยจบอันดับ 5

และพลาดโอลิมปิก 2012 ไปอย่างเฉียดฉิว

โอลิมปิก 2016 สถานการณ์ยิ่งบีบหัวใจ เพราะคู่แข่งสำคัญคือ ญี่ปุ่น เจ้าภาพ และเป็นทีมที่เคยเกี่ยวข้องกับความฝันที่ดับลงของไทยเมื่อ 4 ปีก่อน

ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 กลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่แฟนวอลเลย์บอลไทยจดจำ ไทยสู้กับญี่ปุ่นแบบสุดชีวิต ก่อนพ่ายไปอย่างหวุดหวิด 2-3 เซ็ต 25-20, 23-25, 25-23, 23-25 และ 13-15

แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ถูกพูดถึงไปทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะ หากเป็นเหตุการณ์ช่วงท้ายเกม โดยเฉพาะปัญหาจากระบบ FIVB Tablet ที่ใช้สำหรับการเปลี่ยนตัวและการขอชาเลนจ์ รวมถึงจังหวะที่ทีมไทยพยายามประท้วงการทำงานของระบบ ก่อนที่ “โค้ชอ๊อต” จะถูกใบแดงถึง 2 ครั้ง และญี่ปุ่นได้คะแนนสำคัญในช่วงตัดสิน

เกมนั้นกลายเป็นหนึ่งในแมตช์ที่สร้างคำถามมากที่สุดในประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลไทย

จาก “ความเจ็บปวด” สู่การสร้างทีมรุ่นใหม่ จากรุ่นของ “7 เซียน” สู่การผลัดใบของนักกีฬารุ่นใหม่

ทีมชุดนี้ สมาคมฯ ลองผิดลองถูกมาหลายรอบ โอเคว่าในระดับซีเกมส์ เรายังยืนหนึ่งอยู่แล้วไม่มีใครต่อกรได้ ระดับเอเชี่ยนเกมส์ ยังเป็นคำถามอยู่แม้ว่าทีมวอลเลย์บอลสาวไทยจะไประดับโลกแล้วจริงๆ

แต่ในทวีปเอเชียยังมีกระดูกเบอร์ใหญ่อย่าง จีน และญี่ปุ่น คอยเป็นขวากหนามของเราอยู่เรื่อยไป

การเข้ามาของ “โค้ชอ๊อต” ถือว่า สมาคมฯ เลือกได้ถูกต้อง “โค้ชอ๊อต” เป็นพ่อครัวผสมผสานปรุงรสชาติออกมาแล้วกลมกล่อมที่สุด ทุกอย่างมันลงตัวในช่วงเวลาที่ถูกต้อง เรียกได้ว่า “ถูกที่ถูกเวลา”

ความฟิต ทีมเวิร์ก การรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นอีกจุดแข็งของทีมชุดนี้นำพาพวกเธอไปโอลิมปิกเกมส์ 2028

อีก 1 เดือนทีมวอลเลย์บอลสาวไทยยังมีภารกิจบันทึกอีกหน้าประวัติศาสต์นั่นคือ ไปให้ถึงบัลลังก์แชมป์เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งแน่นอนว่า เราต้องวัดกับสาวจีน และสาวญี่ปุ่น อีกรอบ

หากไทยเราจะยืนแป้นเบอร์ 1 เอเชียอย่างแท้จริงเราต้องกำราบทีมพวกนี้ให้อยู่หมัด แล้วเราจะมีโอกาสไปโอลิมปิกเกมส์ทุกๆ ครั้งนับจากนี้ไป

ปีหน้า 2027 ภารกิจใหญ่ของสาวไทยโฟกัสกันที่ศึกชิงแชมป์โลก 2027 ต่อจากนั้นปี 2028 โอลิมปิก แอลเอ ที่คนไทยทุกคนรอคอยก็จะมาถึง

เมื่อนักกีฬาสาวไทยไม่ยอมเหน็ดเหนื่อยที่จะสร้างความสุขให้คนไทย เรากองเชียร์ก็พร้อมสนับสนุนพวกเธอ…ตลอดไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สิ้นสุดการรอคอยตั๋ว อลป. ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย หัวใจพวกเธอมันสุดยอด!
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์