
ย้อนกลับไปสู่เช้าวันที่ 11 กันยายน 2001 ที่นิวยอร์ก คุณสุชาติ รัตนประยูร ส่งลูกสาว ด.ญ.ณัฐชยา รัตนประยูร ขึ้นรถบัสโรงเรียนจากที่พักหน้าคอนโดฯ ที่ Rector St, Batter park City ริมแม่น้ำฮัตสัน บริเวณนี้คือที่ลงเรือไปเที่ยวเทพีสันติภาพ
เธอนั่งรถบัสโรงเรียนไปยังโรงเรียน P.S. 234 (Public School 234) เธอเรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียน P.S. 234 อยู่ห่างจากที่พัก 3 บล็อก และอยู่ตรงข้ามอาคารตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
คุณสุชาติเดินกลับเข้าในคอนโดฯ เห็นข่าวทีวี เครื่องบินบินชนตึกเวิลด์เทรด 2 จึงเดินออกมาดูหน้าคอนโดฯ จ้องไปยังด้าน World Finance ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 8 โมงครึ่ง
มีผู้คนบริเวณนั้นร่วมยืนมองดูอยู่ราว 100 กว่าคน
ที่มองเห็นคือจุดลูกไฟดวงเล็กปรากฏอยู่ตรงค่อนบนประมาณชั้นที่ 100 ของตึกเวิลด์เทรด 2 ตึกนี้มี 105 ชั้น
ความเข้าใจ ณ ขณะนั้นคือเครื่องบินเล็กบินชนตึกเวิลด์เทรด 2
ยืนมองกันอยู่ราวหนึ่งชั่วโมง ประมาณ 8 โมงครึ่ง เครื่องบินลำที่ 2 บินชนตึก World Trade 1 บริเวณกลางตึก
คุณสุชาติเห็นเครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด 1 กับตา
ในตึกเวิลด์เทรด 1 มีสำนักงานของหน่วยงานรัฐบาลไทยอยู่ที่ชั้น 17 รวมกัน 3 หน่วยงาน คือ สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) สาขานิวยอร์ก, สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สาขานิวยอร์ก และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก
คุณเบญจวรรณ รัตนประยูร ภรรยาคุณสุชาติเป็นผู้อำนายการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก ขณะนั้น
นาทีที่เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด 1 มีข้าราชการไทยอยู่ในสำนักงาน 1 คน คือ คุณกิตตินันท์ เจริญยิ่ง ตำแหน่งขณะนั้นคือผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
คุณกิตตินันท์มาถึงสำนักงานแต่เช้าเพราะบ้านพักอยู่ไกลถึงนิวเจอร์ซีย์จึงต้องเดินทางมาแต่เช้า นาทีที่เครื่องบินชนตึก คุณกิตตินันท์ไม่เห็นเครื่องบิน เห็นแต่เศษกระจกแตกกระจายลงมา
คุณกิตตินันท์หนีลงมาทางบันไดหนีไฟที่เคยมีการฝึกอบรมไว้ตามระบบ ผู้คนเบียดเสียดลงมาตามบันไดหนีไฟ ขณะเดียวกันก็มีการขอทางให้หน่วยกู้ภัยลำเลียงคนเจ็บที่ถูกไฟลวกจนหนังล่อนออกเป็นแผ่นให้ได้ลงบันไดไปก่อน
คุณกิตตินันท์รอดออกมาได้ก่อนตึกจะถล่ม ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ปัจจุบันคุณกิตตินันท์เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพาณิชย์
ที่หน้าลิฟต์ชั้นล่างสุดนาทีที่เครื่องบินชน มีข้าราชการไทย 2 คนยืนรอขึ้นลิฟต์ คือผู้อำนวยการสำนักงาน BOI และผู้ช่วยผู้อำนวยการส่งเสริมการท่องเที่ยว (ททท.)
ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมลูกไฟดวงมหึมาทะลักแผดเผาไหม้คนที่ยืนรอหน้าลิฟต์ โชคดีที่ทั้งสองคนยืนต่อคิวอยู่ท้ายแถว จึงถูกไฟลวกเพียงเล็กน้อย
ทีวีรายงานข่าวว่า มีผู้หญิงไทยคนหนึ่งยืนอยู่หน้าลิฟต์ ถูกไฟลวกอาการสาหัส ช่วงนั้นมีรถ Ambulance วิ่งรับคนเจ็บจากตึกเวิลด์เทรด 2 แล้ว จึงมารับคนเจ็บที่ตึกเวิลด์เทรด 1 ด้วย
เจ้าหน้าที่คนไทยนั่งรถไฟจาก Queen จะเข้ามาทำงานที่ตึกเวิลด์เทรด เล่าว่าพอเกิดเหตุ รถไฟวิ่งถอยหลังกลับทันที
ในเหตุถล่มตึกเวิลด์เทรด 1 มีผู้หญิงไทยเสียชีวิต 2 คน คนแรกเป็นแคชเชียร์ของร้าน Window on the World ชั้นบนสุดของตึก (ชั้น 106 และ 107) คนที่สองทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในตึกนี้
สุภาพสตรีไทยทั้งสองคนได้รับการจารึกชื่อบนอนุสรณ์สถาน 9/11 ที่สร้างขึ้นบริเวณตึก World Trade เก่า
พนักงานเสิร์ฟส่วนมากบนร้าน Window on the World เป็นคนไทย ถ้าการถล่มตึกเกิดในช่วงสายกว่านี้ จะมีคนไทยเสียชีวิตอีกหลายคน
คุณสุชาติกลับเข้าบ้าน เห็นภาพทีวี ตึกเวิลด์เทรด 1 ถล่มลงมา จึงตัดสินใจออกจากคอนโดฯ เดินออกมาข้างหน้าอาคาร ตำรวจมาไล่ให้วิ่งขึ้นเหนือ เพื่อให้ห่างจากตึกเกิดเหตุไปเรื่อยๆ
แต่คุณสุชาติตัดสินใจหันกลับ เดินย้อนมาเพื่อไปรับลูกสาวที่โรงเรียนที่อยู่ห่างออกไป 2-3 บล็อก โรงเรียน 234 อยู่ตรงข้ามตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
ครูนำเด็กนักเรียนทั้งหมดลงไปหลบในชั้นใต้ดิน คุณสุชาติแสดงตัวว่าเป็นผู้ปกครองรับ ด.ญ.ณัฐชยากลับบ้าน
สองคนพ่อลูกเดินแกมวิ่งมาตามถนนที่ผู้คนกรีดร้องสับสน ฝุ่นละอองจากตึกถล่มฟุ้งไปหมด วิ่งไปบน West St ขึ้นเหนือ วิ่งไปได้ 2-3 นาที รถตำรวจวิ่งมาประกาศว่ามีก๊าซรั่วขอให้รีบหนีออกจากบริเวณนี้เร็วที่สุด
คุณชาติและลูกสาววิ่งสุดชีวิต – run for your life วิ่งไปประมาณ 1 กิโลเมตรก็เห็นตึกเวิลด์เทรด 2 ถล่มลงมากับตา (เป็นตึกแรกที่โดนเครื่องบินชนท่อนบน ส่วนตึกเวิลด์เทรด 1 ที่โดนเครื่องบินชนกลางตึกนั้นถล่มลงไปก่อนหน้านั้น หลังจากโดนชนไม่นานนัก)
แล้วพ่อลูกจะพากันไปที่ไหนดี
ลูกสาวบ่นหิวข้าว จึงพากันเดินไปไชน่าทาว์น ยังพอหาร้านกินข้าวได้
จากนั้นเดินกลับมาที่บ้าน ตำรวจเอาเชือกมาขึงกั้นไว้ไม่ให้เข้าอาคาร แต่พอเจรจากับตำรวจจนกลับเข้ามาในห้องพักได้
ในห้องไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ เพียงแต่มีน้ำเหลือคาก๊อกอยู่บ้าง นั่นทำให้พอพักอาศัยนอนผ่านคืนอันหฤโหดไปได้
ลูกสาวคนโตของคุณสุชาติพักอยูที่หอพักของ State University of New York ติดต่อพ่อไม่ได้ การสื่อสาร คมนาคมทุกอย่างระงับหมด
คุณเบญจวรรณ รัตนประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก ภรรยาของคุณชาติ เพิ่งเดินทางกลับมาที่กรุงเทพฯ ตอนช่วงวันหยุดก่อน 9/11
คุณเบญจวรรณอยู่ในงานเลี้ยงขณะที่รู้ข่าวตึกสำนักงานในนิวยอร์กคโดนถล่ม ติดต่อคุณสุชาติสามีและลูกสาวไม่ได้ สถานกงสุลไทย ณ นครนิวยอร์กแจ้งว่าติดต่อคุณชาติไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุ ข้าราชการไทยต่างพากันไปรวมตัวที่สถานกงสุลที่ Mid town แต่ไม่มีคุณชาติอยู่ในจำนวนนั้น
การบินไทยแจ้งว่า จะให้คุณเบญจวรรณบินด้วยเที่ยวบินแรกสู่แอลเอเมื่อน่านฟ้าอเมริกาเปิด แล้วบินต่อด้วยสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์สู่ JFK
ขณะเกิดเหตุ ผมอยู่เมืองไทย จำได้ว่าตอนประมาณสองทุ่ม ทีวีช่อง 9 รายงานข่าวนำภาพจาก CNN ฉายให้เห็นเครื่องบินพุ่งชนตึก ไฟลุกพุ่งควันโขมงมาให้ดู ผมโทร.ทางไกลข้ามประเทศส่งข่าวถึงคนข้างกายที่ขณะนั้นเพิ่งเข้างานตอนเช้าที่โรงพยาบาล St. Joseph’s Reading รัฐเพนซิลเวเนีย ยังไม่รู้ข่าวนี้
เธอรีบเปิดโทรทัศน์ที่มีอยู่เครื่องเดียวในห้องพักเธอ พยาบาลมาล้อมดูเต็มไปหมด พากันร้องไห้ระงม โทรทัศน์ในห้องคนไข้ถูกล็อกไว้ไม่ให้รู้ข่าวนี้
เครื่องบิน 2 ลำบินชนตึกสูงเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 ตึกถล่มลงมา พาให้กลุ่มอาคารตึกเวิลด์เทรดที่มีตึกเล็กอีก 4 ตึกถล่มลงไปด้วยกันทั้งหมด เพราะทั้ง 6 อาคารมีโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงกัน
การถล่มของตึกทั้ง 6 หลัง ดึงให้ตึกเก่าฝั่งตรงข้ามถนนถล่มลงมาด้วย แถมด้วยโบสถ์ฝั่งตรงข้ามก็ถล่มราบตามมา ฝุ่นควันและเศษวัสดุฟุ้งกระจายไปทั่ว
เช้าวันรุ่งขึ้น คุณสุชาติพาลูกสาวข้ามแม่น้ำฮัดสันไปหลบภัยที่บ้านพักข้าราชการไทยในนิวเจอร์ซีย์ที่สนิทกัน ช่วงนั้นเรือโดยสารข้ามฟากงดให้บริการทั้งหมด แต่เรือตำรวจช่วยพาคุณสุชาติและลูกสาวข้ามแม่น้ำฮัดสันไปส่งยังฝั่งนิวเจอร์ซีย์
ท่าเรือนิวเจอร์ซีย์กลายเป็นท่าเรือร้าง คุณสุชาติกับลูกสาวโดนตำรวจนิวเจอร์ซีย์กักตัว เขาไม่รับฟังเรื่องใดทั้งสิ้น ถึงแม้คุณสุชาติจะแสดงพาสปอร์ตทูตก็ไม่สนใจ (บางครั้งตำรวจอเมริกันก็งี่เง่ากับคนต่างชาติ)
สองคนพ่อลูกโดนกักตัวนาน 3 ชั่วโมงจนลูกสาวร้องไห้ด้วยความหิวข้าว ตำรวจจึงยอมพาไปส่งที่บ้านพักคนไทย คุณสุชาติแสดงตัว เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ ตำรวจจึงยอมปล่อยตัว
คุณสุชาติและลูกสาวพักที่บ้านพักข้าราชการไทย จนอีก 3 วันการสื่อสารเริ่มกลับคืน จึงโทรศัพท์แจ้งสถานกงสุลไทย ณ นครนิวยอร์ก
สถานกงสุลไทยส่งข่าวแจ้งการพบตัวคุณสุชาติและลูกสาวมายังคุณเบณจวรรณในกรุงเทพฯ
ยุติความห่วงหาอันมืดมนมิรู้ดีหรือร้ายเพียงนี้
หลังเหตุการณ์ 9/11 น.ส.พ. The New York Times ฉบับ 23 กันยายน 2001 ทำสกู๊ปเรื่อง In the Shadow of Tragedy : ‘ My World God Shut Down ‘ ได้จัดให้นักเรียนประถมในนิวยอร์กเขียนระบายความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลายคนเขียนบรรยายจากภาพข่าวทีวี แต่บางคนเขียนจากเหตุการณ์ที่ประสบจริง มีโรงเรียนประถมในนิวยอร์ก 5 โรง สามโรงเรียนอยู่ใกล้ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ หนึ่งในจำนวนนั้นคือโรงเรียนประถม 234 ที่เด็กหญิงณัฐชยาเรียนอยู่
บทความของ Natschja Ratanaprayul Grade 5 ได้รับการตีพิมพ์ เธอเขียนว่า
“ฉันไม่เคยรู้ว่าวันนั้นจะมาถึง ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์โดนถล่มลงพังพาบ ไม่มีอะไรเหลือ มีเพียงฝุ่นและเศษวัสดุ
วันนั้นฉันพูดว่า นี่คือวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตฉันอย่างแท้จริง ฉันเคยพูดไว้อย่างนั้น และเดี๋ยวนี้ฉันก็พบว่ามันเป็นวันที่เลวร้ายจริงๆ
แม่ฉันคิดว่าฉันตายไปแล้ว เพราะไม่สามารถติดต่อฉันหรือพ่อฉันในช่วง 24 ช.ม.นั้นได้
ฉันเห็นตึกเวิลด์เทรด 1 ถล่ม ฉันต้องวิ่งขึ้นไปบนถนนเวสต์ ขณะมีก๊าซรั่วออกมา เราต้องวิ่งให้ได้เร็วที่สุด
จากนั้นเราถึงบ้าน บ้านที่ไม่มีไฟฟ้า และมีน้ำเหลือนิดเดียว พอประทังชีวิตได้”
นั่นคือบทความของเด็กหญิงวัย 9 ขวบที่เขียนบรรยายภาพเหตุการณ์ 9/11 ได้สุดวิเศษ กลั่นจากหัวใจโดยแท้
พ่อแม่ส่งเด็กหญิงณัฐชยา รัตนประยูร กลับมาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ 3 ปี เพิ่อรักษาจิตใจที่บอบช้ำจากเหตุการณ์ 9/11
เมื่อณัฐชยากลับไปเยือนอนุสรณ์สถาน 9/11 ที่สร้างบริเวณตึกเวิลด์เทรดเดิม เธอถึงกับร้องไห้โฮด้วยความสะเทือนใจ
ณัฐชยา รัตนประยูร กลับไปเรียนต่อจนจบไฮลกูลที่ Branford High School เมือง Branford รัฐ Connecticut เมืองที่คุณพ่อสุชาติทำงานกับบริษัท International Distributor ที่นั่น
ณัฐชยาเข้าเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ University of California, Berkeley จบแล้วกลับมาทำงานที่เมืองไทย 3 ปี
จากนั้น ณัฐชยากลับไปเรียนปริญญาโทสาธารณสุขศาสตร์ที่ John Hopkins University รัฐแมรี่แลนด์
จบจาก John Hopkins ณัฐชยาได้งานที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ทันที เธอเคยปฏิบัติงานในทวีปแอฟริการะยะหนึ่ง
ขณะนี้เด็กหญิงจากเหตุการณ์ 9/11 ปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ WHO ในเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์
คุณเบญจวรรณ รัตนประยูร เป็นผู้อำนวยการสำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ นิวยอร์ก ปี 1995-2001 กลับมาเป็นรองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เกษียณที่ตำแหน่งที่ปรึกษาการพาณิชย์ (ระดับ 10) สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
9/11 ความทรงจำที่ปวดร้าวของมนุษยชาติ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
