เพราะการอ่านควรเป็นเรื่องผ่อนคลาย | คุยกับ Tuna Dunn ศิลปินสาวมากความสามารถ กับคอนเซ็ปต์งาน ‘Read Every Day’

เพราะการอ่านควรเป็นเรื่องผ่อนคลาย
คุยกับ Tuna Dunn ศิลปินสาวมากความสามารถ
กับคอนเซ็ปต์งาน ‘Read Every Day’
กลับมาอีกครั้งกับงานใหญ่ที่นักอ่านรอคอย มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 10-20 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โดยในปีนี้ สำนักพิมพ์มติชนได้ชักชวน คุณตุลยา ตุลย์วัฒนจิต หรือ “TUNA Dunn” ศิลปินเจ้าของลายเส้นเรียบง่าย แต่ความหมายลึกซึ้ง มาเป็นผู้ออกแบบศิลป์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Read Every Day” ให้กับบูธสำนักพิมพ์มติชน J02
ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวการอ่านให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน

: ตัวตนและหนังสือเล่มโปรด
ชื่อจริงคือ ตุลยา ตุลวัฒนจิตต์ ชื่อเล่น ตุลย์ ค่ะ แต่จะเป็นที่รู้จักในชื่อ Tuna Dunn
ทำงานเป็น Illustrator กับ Visual Designer โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเยอะ แต่เน้นดูภาพ ถ้าอ่านก็จะเป็นหนังสือที่เน้นภาพ หรือเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับ Art ต่างๆ
มีหนังสือเล่มโปรดคือหนังสือภาพ Ricochet – David Bowie 1983: An Intimate Portrait ของ Denis O’Regan ที่เป็น Photobook ของ เดวิด โบวี่ ที่เขามาออกทัวร์ยุค 80 เหมือนช่างภาพคนนี้เขาก็ตามเก็บถ่ายรูปเบื้องหลังตลอดทั้งทัวร์ ภาพในหนังสือมันสวยมาก แล้วเราเองก็ชื่นชอบศิลปินคนนี้อยู่แล้ว ก็เลยเป็นอะไรที่เปิดดูได้ตลอด แล้วเราก็ใช้เขาเป็นแรงบันดาลใจในหลายๆ งานเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น การที่เราได้ดูภาพเบื้องหลังพวกนี้ เหมือนกับเป็นอะไรที่ช่วยเติมเต็มได้ประมาณหนึ่ง
เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วอ่านอะไรก็ได้ อ่านอีบุ๊กก็ได้ อ่านหนังสือเล่มก็ได้ แม้จะมีความคิดที่ว่า นิตยสารใหญ่โตมากมายได้ปิดไป แต่สุดท้ายแล้วการอ่านก็อยู่ในทุกที่อยู่ดี มันมาในรูปแบบอื่นๆ ด้วย
เทรนด์แบบ Self-Publish Book ที่นักเขียน นักวาด ผลิตเอง ก็มีมากเหมือนกัน
เลยรู้สึกว่าต่อให้มันมีอะไรที่เปลี่ยนไป มันก็มีอะไรที่เกิดขึ้นมาใหม่เหมือนกัน
และการอ่านก็ไม่ได้ถูกจำกัดรูปแบบแล้ว เลยคิดว่ามันน่าจะไปในทางที่หลากหลายมากขึ้น

: งานศิลปะกับการอ่านหนังสือเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
เราเองเป็นคนที่เขียนหนังสือมาก่อน แต่เป็น Graphic Novel
เคยเป็นคนที่ใช้ text กับภาพคู่กันมาตลอดในการเล่าเรื่อง เลยรู้สึกว่าเป็น 2 อย่างที่อยู่ร่วมกันได้ text ก็ผสมภาพ ภาพก็ผสม text เหมือนกับว่า text ก็เป็นอะไรที่เป็นตัวต้นไอเดียของเราเหมือนกัน ส่วนภาพก็เป็นอะไรที่ตอบสนองต่อ text นั้นๆ ก็เลยเป็นอะไรที่รู้สึกว่ามัน support กันได้
แต่ถ้าพูดถึงลึกเข้าไปถึงเรื่องอ่านไหม เราอาจไม่แน่ใจขนาดนั้น เพราะเราไม่ได้อ่านลึกมาก
แต่ว่าจริงๆ มันก็จะมีมุมของการรีเสิร์ชนิดหนึ่งเหมือนกันว่า เราอ่านเยอะ รีเสิร์ชเยอะ งานของเราก็อาจมีมวลมากขึ้น มีเรื่องราวมากขึ้น
ส่วนความสุขผ่านการทำงานศิลปะนั้น มันเหมือนกับว่าเรามีอะไรบางอย่างที่ต้องระบายออกมา โดยที่เราอาจมีวิธีอื่นไม่ได้ มันก็เลยต้องผ่านงานศิลปะแทน แล้วมันก็จะมีการเหมือนเป็นการบำบัดประมาณหนึ่ง
การทำงานศิลปะเป็นการใช้เวลากับตัวเอง ที่คาดหวังกับงานอื่นไม่ได้

: ความประทับใจในการออกแบบธีม Read Every Day กับทางมติชน
เป็นเกียรติมากที่มติชนสนใจงานของเรา เหมือนเราเองก็เป็น Illustrator แต่ไม่ได้ทำงานกับสิ่งพิมพ์เยอะ ต่อให้เราเคยเขียนหนังสือมาก่อนก็ตาม แต่เราก็ไม่ค่อยจะได้ร่วมงานกับสำนักพิมพ์บ่อยขนาดนั้น
ก็เลยรู้สึกว่าสนุกดีที่ได้กลับมาทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานหนังสือ หรือเกี่ยวข้องกับสิ่งพิมพ์อีก
Read Every Day เป็นคอนเซ็ปต์ที่ทางมติชนให้โจทย์เรามา เลยจับมาตีความให้เป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลาย เพราะไม่ต้องการทำให้การอ่านเป็นเรื่องซีเรียส เพราะการอ่านมันเป็นอะไรที่เรียบง่าย อยู่ในชีวิตประจำวัน
เราก็เลยพยายามตีความออกมาในรูปแบบที่เป็นแคแร็กเตอร์คนต่างๆ ที่ใช้ชีวิตประจำวันปกติ แต่ว่ามีหนังสืออยู่ในชีวิตนั้น มีการอ่านอยู่ในนั้น แล้วก็มีท่าทีหรือลูกเล่นที่มันอาจจะแซวคนอ่านนิดหนึ่งเพื่อให้คนอ่าน relate ด้วย ให้มีความขี้เล่น
เราอยากให้เห็นแล้วรู้สึกสบายใจ รู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกสนุก
คือยังไงก็ได้ อ่านแบบไหนก็ได้ ก็เลยพยายามตีความออกมาในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน

: ความท้าทายหรืออุปสรรคในการทำงานครั้งนี้
แม้ตอนที่ตีความโปรเจ็กต์รู้สึกว่าไม่ยากมากและเข้าทางเราดี
แต่จะยากตรงที่วิธีการของเราในการทำงานคอนเซ็ปต์นี้ เราก็จะวาดออกมาในหลากหลายรูปแบบมากๆ เหมือนกับสเกตช์ภาพออกมาให้เยอะๆ ก่อน
ความยากก็คือในขั้นตอนการ Edit ว่าอันไหนที่เหมาะสมในการนำไปขยายออกมาเป็นชิ้นงานต่างๆ ที่จะเข้ากันกับทางมติชนด้วย
ความยากเลยอยู่ที่การ Edit และการเลือกชิ้นงานที่จะนำมาทำต่อมากกว่า

: ช่วยอธิบายแต่ละโปสเตอร์หน่อยได้ไหมว่าสื่อถึงอะไร
กลุ่มเพื่อนที่ยืนเรียงกันสามคน : คอนเซ็ปต์มาจากว่า ถ้ามีคนหนึ่งยืนอ่านหนังสือ แล้วเราแอบไปเห็นเขาอ่านแล้วเนื้อหาสนุกมาจนเราอยากแอบอ่านด้วย เราก็เลยเรียงมาเป็น อาจจะเป็นเพื่อนหรือไม่ใช่เพื่อนก็ได้ ที่ชำเลืองเห็นว่าหนังสือเล่มนี้น่าอ่านมาก ขอแอบอ่านหน่อย อาจจะเห็นจากดีเทลได้ว่าทุกคนอาจจะมีหนังสือของตัวเองด้วยซ้ำ แต่ถึงขนาดต้องวางหนังสือของตัวเองเลย เพราะหนังสือที่กำลังแอบอ่านมันน่าสนุกเกินไป จนต้องขอแอบอ่านหน่อย ขอดูหน่อยดิว่าอ่านอะไรอยู่

คนตัวใหญ่อ่านหนังสือเล่มเล็ก คนตัวเล็กอ่านหนังสือเล่มใหญ่ : คอนเซ็ปต์มาจากว่า เราพยายามตีความมาจากคำว่า Don’t judge a book by its cover. แต่นี่จะแปลงเป็น Don’t judge a readers by their books. อยากจะเล่นกับการที่บางคนอ่านหนังสือดูเหมือนไม่ตรงกับบุคลิกเลย หรือการได้เซอร์ไพรส์ที่คนนี้อ่านหนังสือแบบนี้
แต่ว่าเราต้องตีความด้วยภาพที่ต้องออกมาใน visual ที่มัน simple มากๆ เราก็ contrast แคแร็กเตอร์ด้วยความใหญ่ความเล็กแทน เป็นเหมือนกำลังรอรถอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แล้วแบบแคแร็กเตอร์มัน contrast กับหนังสือที่อ่านมากเลยเพื่อให้มีความสนุกมากขึ้น

ส่วนอันสุดท้ายก็จะเป็นการแซวโดยตรงเลยกับคนที่ชอบงานหนังสือ ซื้อหนังสือเยอะ แต่ว่าดองหนังสือ เพราะรู้สึกว่าเป็นทุกคน เราก็เป็น ก็เลยเป็นภาพของคนที่ซื้อหนังสือมาเพิ่มอีกแล้ว แต่หนังสือมันเยอะมากจนมันจะถล่มมาทับอีกคนแล้ว เป็นลูกเล่นที่มีความเหนือจริงเข้ามาอีกนิดหนึ่ง
เป็นการแซวว่าหนังสือเยอะแล้วนะ อ่านบ้าง มันเยอะจนจะถล่มลงมาทับอีกคนแล้ว

: ฝากบอกอะไรถึงคนที่มาเยี่ยมชมผลงานในบูธมติชน
ทางมติชนได้เตรียมของไว้หลากหลายมาก ก็หวังว่าตัวละครต่างๆ ที่เราวาดลงไปมันจะทำให้รู้สึกอยากอ่านหนังสือมากขึ้น หรือช่วยสร้างความน่ารักให้กับบรรยากาศการอ่านของแต่ละคน
และที่บูธมติชนมีหลายอย่างให้เลือกดูนะคะ รวมถึงหนังสือของมติชนด้วย
ยังไงก็ฝากผลงานด้วยนะคะ ชอบชิ้นไหนก็ซื้อชิ้นนั้น ชอบอันไหนก็ดูอันนั้น ไม่กดดันกันเนอะ
แล้วก็ขอฝากผลงาน กดติดตามเราได้ใน Instagram @tuna.dunn ค่ะ •
รายงานพิเศษ | กรกฤษณ์ พรอินทร์
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
