MatiTalk นิติ ภวัครพันธุ์ มองการแปะป้ายพรรคประชาชนพม่า ไม่แฟร์ ไม่ยุติธรรม สร้างความเกลียดชังทั้ง ‘ไทย-ต่างชาติ’

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นิติ ภวัครพันธุ์ นักวิชาการสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มองประเด็นที่ร้อนแรงตอนนี้คือปัญหาแรงงานเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเรื่องแรงงานพม่าที่กลายเป็นปมการเมืองโจมตีกัน ว่าประเทศเราขาดแรงงานเพื่อนบ้านไม่ได้ พร้อมยกตัวอย่าง สมมุติวันนี้ทางการเราประกาศไล่แรงงานเพื่อนบ้านออกจากประเทศภายใน 30 วัน ร้านค้าทั้งหลาย-ิบหายแน่นอนนะ ลูกจ้างหายหมด คนงานก่อสร้าง
นี่คือความเป็นจริง เราอยู่กับเขา เขาอยู่กับเรา เราต้องยอมรับ
ส่วนเราจะปฏิบัติกับเขายังไงเป็นอีกเรื่อง จะบอกเขาไม่ใช่พลเมืองไทย แล้วตกลงเขาเป็นอะไร จะได้สิทธิ์รับรองไหม อย่างเช่น สุขภาพ ที่อยู่อาศัย ไล่ออกเหมือนหมูเหมือนหมามันไม่ได้ ผมคิดว่าเรื่องรายละเอียดต่างๆ ต้องคิดให้มันมากขึ้นแล้ว ต้องคิดไปถึง 10-20 ปี ไปข้างหน้า
ผมคิดว่าอันนี้ต่างหากที่สำคัญ
สำหรับปัญหาใหญ่ของเรื่องทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าที่จริงแล้ว เราไม่เคยกล้าพูดกันจริงๆ ว่าประเทศเรามีคอร์รัปชั่น (Corruption) เราอยู่กับปัญหาคอร์รัปชั่น มานานไม่รู้เท่าไหร่ คนที่คอร์รัปชั่น ก็คือคนในหน่วยงานของราชการ คนที่มีอิทธิพล จุดนี้ต่างหากที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ แต่เราไม่พูดกัน เรามีปัญหาเยอะมาก หลายอย่างก็มาจากคนที่มีอิทธิพลทั้งที่ถูกต้องโดยกฎหมายและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ผมรู้สึกว่าบ้านเรามันไม่ไปไหนเลย สิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรม ในสังคมไทยนับวันมันจะแย่ลง ความยุติธรรมไม่ต้องว่าคนต่างชาติ ความยุติธรรมต่อคนไทยก็มีปัญหามาโดยตลอด
ปัญหาใหญ่ของเรา คือความยุติธรรมเป็นสิ่งที่หายากมาก
ผมคิดว่าเราก็ต้องจัดระเบียบแรงงานเพื่อนบ้าน และจำกัดคนเข้ามา จุดนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องตั้งมาตรฐานระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องไปดูว่าภาคอุตสาหกรรมต้องการแรงงานเท่าไหร่ ภาคเกษตรกรรมต้องการเท่าไหร่ เราไม่ได้รับทั้งหมด เข้าทำงานที่ไหนก็ต้องมีบัตรทำงาน ส่วนกรณีหนีเข้ามาไม่ถูกกฎหมาย ตามชายแดนก็มีการตามจับอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปตามจับ เราก็ทำตลอด
ปัญหาคือทำไมเราไม่กลับไปคิดว่าเราปล่อยให้มีการเข้ามาอยู่เรื่อยๆ ไปเกี่ยวข้องกับใครที่มีอิทธิพล ที่ขนคนเข้ามา ที่ออกตามสื่อต่างๆ คนในเครื่องแบบ คนมีสีนำพาลอบเข้ามาจริงหรือเปล่า?
เราต้องแยกส่วน เรามีมาตรฐานอยู่แล้วรัฐบาลที่ผ่านมาก็ทำตามมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ส่วนที่เข้ามาโดยผิดกฎหมายอันนี้ต่างหากที่เราต้องมาแยกกันพูด มันไม่ใช่ว่าจะมาเหมาเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด
แน่นอนถ้าคุณกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเท่าไหร่ เรารับได้เท่าไหร่ ในขณะเดียวกัน เราเองก็ต้องคิดทุกอย่างไปสู่อนาคตเหมือนกัน สมมุติสังคมเรากำลังกังวลว่าบุคลากรในระบบสาธารณสุขเราไม่พอ เราจะมีการวางแผนยังไงเรื่องสาธารณสุข การขนส่งสาธารณะ เราต้องคิดแยกกันเป็นเรื่องๆ แต่ละกรณี แต่ทุกวันนี้เราเหมือนพูดทุกอย่างแล้วเอาปัญหามาใส่ครกตำๆ ผมว่ามันไม่ใช่
เรามัวแต่มองว่าเขาเป็นคนต่างชาติ มองเขาเหมือนกับเป็นปีศาจร้าย ซึ่งเขาก็คนเหมือนเรา
: ต้นเหตุที่คนไทยอคติต่อแรงงานเพื่อนบ้าน?
เราก็มักจะพูดกันแบบลอยๆ อคติเรื่องคนไทยกับพม่าที่มีมาตั้งแต่อยุธยา คนพม่าเผากรุงศรีอยุธยา ผมรู้สึกว่ามันนานมาก น่าจะจบได้แล้ว
ผมว่าเรารู้สึกมันมีอะไรบางอย่างที่เป็นการตอกย้ำเรื่องความเกลียดชัง ความโกรธแค้น ผลิตซ้ำ เรื่องพวกนี้จึงมีมาอยู่เรื่อยๆ
ผมเดาว่าน่าจะเป็นพวกสื่อ ซึ่งจะมีเป้าหมายบางอย่างหรือว่าไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานบางแห่งอะไร อันนี้ผมไม่ทราบ
แต่ผมรู้สึกว่ามีการคอยตอกย้ำเรื่องพม่าเป็นศัตรูเรา นี่มันศตวรรษที่ 21 แล้ว โลกเปลี่ยนไปเยอะแล้วนะ
: เพื่อนบ้านมาแย่งงานเราทำ หรือเราไม่ทำ?
มีงานเยอะเลยที่เราไม่ทำ ลูกหลานที่เรียนหนังสือมา จบมหาวิทยาลัย เขาก็อยากจะไปทำงานตามฝันเขา เด็กรุ่นใหม่มีความฝันของเขา มีวิธีการของเขาเลย ร้านค้าต่างๆ ท้าไปถามเลยว่าลูกหลานทำไหม ก็คงตอบว่าไม่ ใครจะมานั่งตื่นตั้งแต่ตี 4-5 วันหนึ่งกี่ชั่วโมง เขาไม่มานั่งตำส้มตำ ลวกก๋วยเตี๋ยว มันไม่ใช่แล้ว มันไม่มีใครทำ
ผมคิดว่าเราต้องมองไกลกว่านั้น ก็ร้านอาหารเราจะทำยังไง เรามีเรื่องต้องคิดเยอะ ต้องคิดให้ไกลด้วย ไม่ใช่จะไปต่อว่าไปโจมตี ไปด่าว่าใคร เราควรจะมีสายตาที่กว้างไกล
คนไทยเป็นคนมีน้ำใจแต่ทำไมเราไม่ช่วยคนข้างบ้าน ผมรู้สึกว่าเรามีอคติบางอย่างซึ่งมันฝังลึก พูดอย่างนี้น่าจะแรงไปเพราะยังไม่มีข้อมูลวิชาการที่จะมา Backup ได้เต็มที่ แต่ผมรู้สึกว่าคนไทยมีอคติต่อเพื่อนบ้าน เราดูแคลน ดูถูกเขา เราไปกดให้เขาต่ำ ผมก็ไม่ทราบว่าทำไม เหมือนกับทฤษฎีทางจิตวิทยาอันหนึ่งที่บอกว่า เวลาเรากดคนอื่นต่ำ เพื่อให้เรารู้สึกว่าตัวเราเองสูงกว่า
แต่ถ้าสมมุติอันนี้เป็นจริงผมรู้สึกว่าคนไทยมีปัญหาตามการตีความทางจิตวิทยา ทำไมคุณต้องไปกดเขา ทำไมคุณไม่คิดว่าเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน ที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะผมคิดว่าอันหนึ่งที่เวลาเราดูโลกสมัยใหม่ในประเทศตะวันตก หลายประเทศเลยเขาพยายามรณรงค์เรื่องมนุษย์เท่ากัน
เขาคงไม่ได้มาแย่งอะไรเราหรอก เพราะการศึกษาเขาแย่กว่าเรา เงินทองไม่ต้องพูด การศึกษาเราหางานทำในเมืองไทยที่ไหนผมคิดว่าคุณก็หาได้ เขาไม่มีโอกาสอะไรที่จะมาแข่งกับเราเลย
ถ้าบอกว่าเขาด้อยกว่านะ เขาไม่ได้ด้อยกว่าในความเป็นมนุษย์นะ แต่เขาด้อยกว่าในความไร้ฝีมือ การศึกษา อันนี้ต่างหาก ซึ่งเราสามารถที่จะไปเทรนเขาได้
สมัยนี้เราพูดถึงความคิดที่ว่า “คนเราเท่าเทียมกัน” เป็นความคิดในระดับสากลแล้ว ถ้าเราบอกว่าเราอยากจะเป็นความอินเตอร์ เรากลายเป็นอินเตอร์ที่มีแต่เปลือก เพราะจริงๆ ความคิดเราไม่เห็นอินเตอร์ ผมคิดว่าโลกเราไปไกลขนาดที่ว่ายึดถือเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยรัฐบาลไทยยอมรับแล้ว เราบอกว่ายอมรับแต่ในทางปฏิบัติเราไม่ทำ!
แล้วต้องยอมรับว่าประเทศเราขาดแคลนแรงงาน คนไทยไม่ทำงานประเภทเงินน้อยๆ หรือเรียกแรงงาน 3D คือ งานสกปรก (dirty job) งานอันตราย (dangerous job) และงานยาก (demanding หรือ difficult job) เราก็ต้องอาศัยแรงงานจากเพื่อนบ้านมาทำ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงงานเราไม่พอ นี่ความเป็นจริง
เราต้องคิดเรื่องความเป็นจริงมากขึ้น แรงงานคนต่างชาติอยู่ในธุรกิจเล็กๆ โรงงานเล็กๆ หรือแม้กระทั่งร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ คนงานเขาอยู่จนเขาพูดภาษาไทยได้ จนเรารู้สึกแยกไม่ออกว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ
ต้องยอมรับความเป็นความจริงว่าคนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจไทย แล้วเอาเข้าจริงๆ ผมคิดว่าก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย เพราะคนพวกนี้ไม่ได้มาเพียงคนเดียว เขามาทั้งสามี-ภรรยา ลูก ซึ่งลูกก็เข้าโรงเรียนในไทย ครูก็ครูไทย เด็กโตมาก็พูดภาษาไทย มีเพื่อนก็เพื่อนคนไทย บางครั้งพ่อแม่ห่วงบอกว่าลูกตัวเองพูดภาษาพม่าไม่ได้ ซึ่งในอนาคตคนเหล่านี้จะกลายเป็นแรงงานที่มีฝีมือในไทย
คุณจะไปห่วงอะไร เหมือนตัวผม สมัยอากง-อาม่าก็คนจีนก็พูดภาษาจีน ซึ่งคนรุ่นผมไม่ใช่คนจีนแล้ว เราเป็นคนไทย สำนึกเราก็เป็นคนไทยวัฒนธรรมเราก็คนไทย ถ้าลองมองในมุมเปรียบเทียบ เราอย่าลืมว่าตัวเราอย่างผมเองเป็นลูกจีนหรือลูกอะไรก็แล้วแต่ มันเยอะมากในประเทศนี้
ถ้าเราบอกว่าเราใจดีประเทศไทยเปิดรับทุกคน เราควรจะบอกว่าเราโชคดี ทำไมเราไม่เอาโชคอันนี้ไปแบ่งให้คนอื่น
: การแปะป้ายพรรคการเมืองเป็นพรรคประเทศนั้นประเทศนี้ กลายเป็นเรื่องสร้างความเกลียดชังทางการเมือง ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่?
ผมคิดว่าเราไม่ควรจะไปแปะป้ายว่าพรรคไหนเป็นอะไร สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีมาตั้งนานแล้ว การโจมตีกันทางการเมืองไม่ต่างจากการแปะป้ายการเป็นคอมมิวนิสต์ในอดีต ผมไม่เข้าใจว่าเขาเอาหลักฐานจากไหน
เพราะว่าความเป็นจริงเราต้องการเขา ถ้ามีคนเถียงผมว่าโรงงานปิดเยอะแยะ คนไทยโดนลอยแพ ผมไม่เถียง แต่ผมคิดว่าคุณต้องแยก กรณีว่าคนงานโรงงานปิดคนงานไทยโดนลอยแพกับแรงงานบางอย่างที่เราต้องการ แต่คนงานไทยไม่ทำ อย่างเช่น แรงงานไทยทำงานอยู่โรงงานทำรถยนต์ คุณจะให้เขามาดูแลแต่เป็นแรงงานคนละกลุ่มฝีมือ
ต่อกรณีมี #พรรคประชาชนพม่า นั้นควรจะเลิกได้แล้ว ในการสร้างความเกลียดชัง ไม่ใช่แค่ต่อคนต่างชาติ แต่ต่อคนไทยด้วยกัน คิดต่างปุ๊บเกลียดชังกล่าวหาว่าจะมาล้มล้างอะไรต่างๆ คุณไม่เคยเปิดใจกว้างบ้างหรือ คนเราคิดต่างกันได้ หรือในสังคมไทยเราพูดว่าสังคมเราหลากหลาย แต่เราชอบมาโจมตีกันในเรื่องแบบนี้ ผมรู้สึกว่ามันไม่แฟร์ ไม่ยุติธรรม
ผมคิดว่าเรื่องหนึ่ง ที่เราไม่ค่อยคิดกันคือ “ความมั่นคงของมนุษย์ Human Security” หมายถึง มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการดูแล มีอาหารกิน ไม่โดนทำร้าย เมื่อมนุษย์เรามี Human Security มีความมั่นคง มีคุณภาพมันจะมี Human Capital มนุษย์ที่มีทุน คือ มีความสามารถ มีทักษะ มีความรู้มีทุกอย่างที่สามารถไปเปลี่ยนให้เป็นประโยชน์กับสังคม เศรษฐกิจกับบ้านเมือง
ที่สำคัญเราควรจะพัฒนาคน คนที่มาทำประโยชน์ในบ้านเราก็แรงงานที่มีประโยชน์ต่างๆ อันนี้ด้วย ให้เขามีความมั่นคงของมนุษย์ มีทุกอย่างที่ชีวิตพึงมี ถ้าเราพัฒนาตรงนี้ขึ้นมาแล้วเขาจะกลายเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า Human Capital เป็นสิ่งที่จะกลายเป็นประโยชน์กับสังคมกับทุกอย่าง
เราต้องคิดแบบนี้ ในสภาพความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน ผมเชื่อว่าถ้าเรามีความมั่นคงของมนุษย์ สังคมก็มีความมั่นคง ชาติบ้านเมืองก็มีความมั่นคง คนรักสังคม รักชาติบ้านเมืองแน่นอน
นักวิชาการหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยิ่งกว่านั้นคือระบบการศึกษา ต้องทำงานอย่างหนักในการใช้กรอบคิด “ความเป็นอื่น” ต้องเปลี่ยนใหม่ ต้องเทรนครูใหม่ ให้มองเห็นตรงนี้ ต้องมองไกลกว่าความเป็นคนไทย ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของมนุษย์
ถ้าเราสร้างตรงนี้ได้ความเป็นอื่นก็จะไม่มี เพราะทุกคนกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Human Security
ชมคลิป
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
