bg-single

‘FEED Music: Green Fest’ ดนตรี, พื้นที่, เวลา ที่น่าประทับใจ

15.12.2024

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับกิจกรรมดนตรีในสวน “FEED Music : Green Fest” ที่จัดขึ้นในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 7-8 ธันวาคม บริเวณลานสนามหญ้าด้านหน้ามิวเซียมสยาม

ในฐานะคนที่ไปร่วมชมดนตรีตลอดทั้งสองวันของการจัดงาน จึงขออนุญาตบันทึกประสบการณ์บางเรื่องที่ได้สัมผัสพบเห็น มาถ่ายทอดต่อ ดังนี้

ข้อดีในภาพรวมของกิจกรรมทำนองนี้ ก็คือ การนำพื้นที่สาธารณะของเมือง พื้นที่สีเขียวของเมือง กรณีนี้คือพื้นที่เมืองเก่า ซึ่งมักมีหน้าที่หลักอีกแบบหนึ่ง มาปรับประยุกต์ดัดแปลงเป็นพื้นที่แห่งการสร้างความบันเทิง พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับสาธารณชน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรับชม

เอาเข้าจริงๆ นี่ควรเป็นภาระ-พันธกิจของหน่วยงานภาครัฐ มากกว่าภาคเอกชนด้วยซ้ำไป

ด้วยบริบทดังกล่าว กิจกรรมทั้งสองวันจึงมีสถานภาพเป็น “กาลเทศะแห่งความสุข” ที่แบ่งปันความเพลิดเพลินใจให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ซึ่งอยู่ในระดับหรืออยู่บนระนาบเดียวกัน อย่างเท่าเทียมเสมอภาคกัน

เมื่อนักดนตรี ที่ปราศจากเวที แทบจะร้องเล่นบทเพลงของตนเอง โดยไม่มีระยะห่างจากกลุ่มคนดู

ขณะที่คนดูเกือบทั้งหมดก็นั่งชมดนตรีกันบนพื้นหญ้าพื้นดิน โดยพกพาเสื่อมาปูบ้าง มีเก้าอี้สนามเป็นตัวช่วยบ้าง แต่ไม่มีใคร “มีความสูงส่งพิเศษ” กว่าคนอื่นๆ

ศิลปินที่มาร่วมแสดงในงานครั้งนี้มีทั้งสิ้น 3 วง บวก 1 คน ซึ่งล้วนได้รับการสนับสนุนอย่างยอดเยี่ยมจากทีมงานผู้ดูแลระบบเสียงของงาน ตลอดจน “ซาวด์เอ็นจิเนียร์” ส่วนตัวของศิลปินแต่ละราย ที่รับผิดชอบงานหลักสำคัญของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นส่วนใหญ่

วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม เปิดประเดิมงานด้วย “YONLAPA” วงดนตรีอินดี้ของคนหนุ่มสาวฝีมือดีจากเชียงใหม่ ซึ่งมีทั้งสุ้มเสียงอันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะ และกลุ่มแฟนเพลงขาประจำ (ทั้งไทยและต่างชาติ) ของตนเอง

พวกเธอและเขานำเอาบทเพลงสนุกๆ และบทเพลงที่มีท่วงทำนองไพเราะชวนฝัน จากอีพีชุดแรก จนถึงอัลบั้มเต็มชุดล่าสุด มาบรรเลงขับกล่อมผู้คน ผ่านทีมเวิร์กที่สอดประสานกันได้อย่างหนักแน่นลงตัว

ระหว่าง “ยลภา เพียรพนัสสัก” (ร้องนำ-กีตาร์) “นาวิน รักในศิล” (เบส) “ชลันธร สุนทรพิทักษ์” (กลอง) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อานุภาพ เฟยลุง” มือโซโล่กีตาร์ที่มีฝีมือจัดจ้านซับซ้อนน่าจับตามองมากๆ

แฟนเพลงขาประจำของวง (ซึ่งพากันต่อคิวขอถ่ายรูปกับศิลปินกลุ่มโปรดหลังการแสดงจบลง แถมยังมีแฟนเพลงชาวญี่ปุ่นที่เดินเข้าไปทักทาย YONLAPA ถึงในห้องพักนักดนตรี) น่าจะรู้สึกแฮปปี้กับโชว์นี้แน่ๆ

แต่คนฟังกลุ่มอื่นๆ ก็คล้ายจะถูกตรึงด้วยการแสดงสดที่มีคุณภาพสูงของคนดนตรีรุ่นใหม่วงนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแฟนเพลงที่มารอชมวงนั่งเล่น ซึ่งจำนวนมากอาจไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติขาจร ที่มีไม่น้อยเลย ซึ่งตัดสินใจหยุดยืนดู YONLAPA อยู่พักใหญ่ และบางคน/บางคู่ก็ถึงกับเลือกจะนั่งชมโชว์ยาวๆ

ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเพลงเกือบทั้งหมดของหนุ่มสาวชาวเชียงใหม่คณะนี้มีคำร้องเป็นภาษาอังกฤษ อีกส่วนน่าจะเป็นเพราะท่วงทำนอง การเรียบเรียงประสาน ทักษะการร้องบรรเลง ซึ่งมัดรวมออกมาเป็น “มนต์เสน่ห์ทางด้านดนตรี” ของ YONLAPA นั้น มีความเป็นสากลสูงมาก

อีกหนึ่งวงที่มาเล่นในช่วงค่ำวันเสาร์ ก็คือ “วงนั่งเล่น” ซึ่งชื่อเสียงของสมาชิกแต่ละคนนั้นรับประกันคุณภาพเบื้องต้นได้อยู่แล้ว

วันนั้น พี่ๆ วงนั่งเล่น ไม่ได้มาโชว์พาว โชว์ลูกเล่น โชว์ทักษะทางดนตรีขั้นสูงอะไรมากมาย แต่พวกเขาพยายามขับเน้นความผสมผสานกลมกลืนระหว่างบทเพลง เสียงร้อง ท่วงทำนอง และการเรียบเรียงดนตรี ให้ออกมารองรับคลอเคลียไปกับบรรยากาศความรื่นรมย์แบบดนตรีในสวนได้อย่างกลมกล่อม พอดีๆ และยังคงเปี่ยมไปด้วยความไพเราะ

นี่คือประสบการณ์ที่ตกตะกอนแล้วของเหล่าคนดนตรีรุ่นเก๋า ที่ผ่านงานเบื้องหลังในอุตสาหกรรมเพลงไทยมาอย่างโชกโชนหลายทศวรรษ ซึ่งยังคงมีคุณค่ามาตราบถึงปัจจุบัน พิสูจน์ได้ด้วยจำนวนผู้ชม/แฟนๆ วงนั่งเล่น ที่ออแน่นอยู่ตรงบริเวณพื้นที่การแสดง

ยิ่งกว่านั้น เมื่อการแสดงดนตรีทั้งหมดยุติลงในเวลาประมาณ 20.30 น. พี่ๆ วงนั่งเล่นยังได้ถ่ายภาพร่วมกับน้องๆ YONLAPA เป็นที่ระลึก

ย้อนไปตอนที่ YONLAPA เพิ่งเล่นจบ และวงนั่งเล่นกำลังจะขึ้นแสดง ส่วนตัวมีโอกาสเข้าไปสวัสดีทักทาย “พี่ตุ่น-พนเทพ สุวรรณะบุณย์” ซึ่งแม้แต่โปรดิวเซอร์อาวุโสผู้นี้ก็ยังแสดงความรู้สึกชื่นชมต่อฝีไม้ลายมือของน้องๆ จากเชียงใหม่

ขณะที่พอถ่ายรูปหมู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ยิน “พี่ตู๋-ปิติ ลิ้มเจริญ” นักแต่งเพลงฝีมือดี สอบถามน้องๆ ว่า ถ้าตอนนี้อยากจะไปฟังการแสดงดนตรีสดของศิลปินรุ่นใหม่ๆ ที่เชียงใหม่ ควรจะไปฟังที่ย่านหรือร้านไหนดี

ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม กิจกรรมดนตรีเริ่มต้นอย่างคึกคักเร่าร้อนทรงพลังตั้งแต่หกโมงเย็น กับโชว์ของ “Street Funk Rollers” วงร็อกสามชิ้นที่พาผู้ชมย้อนกลับไปสัมผัสดนตรีที่มีกลิ่นอายแบบยุค 60-80

สตรีตฟังก์ฯ เตรียมตัวมาได้ดีในทั้งสองแนวทางที่พวกตนถนัด คือ แนวบู๊ดุเดือดกับเพลงอย่าง “โลกคู่ขนาน” “บนฟากฟ้า” “โอ ลา ลา ลา” เป็นต้น และแนวหวานซึ้งฟังสบาย เช่น “ง่ายดาย” “แค่เธอ” “แชร์หัวใจ” และ “ในความเป็นจริง”

ที่พิเศษสุดสำหรับงานนี้ ก็คือ “โอ๊ต-อรรถพงศ์ บุญเสริมทรัพย์” นักร้องนำและมือกีตาร์ของสตรีตฟังก์ฯ ได้ฝากท่อนโซโล่กีตาร์ยาวๆ (มาก) เพราะๆ เอาไว้ในช่วงท้ายเพลงง่ายดายและในความเป็นจริง อย่างสะใจแฟนพันธุ์แท้ของวง และยิ่งมีฉากหลังเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์อันเก่าแก่ ลีลาการบรรเลงดนตรีเก๋าๆ แบบนี้ ก็ยิ่งดูคลาสสิคขึ้นไปอีก

ขณะเดียวกัน “ธนวิตร พงษ์เจริญ” (เบส) และ “ชิตพันธุ์ อัตตนาถกุล” (กลอง) ก็ช่วยประคับประคองโครงสร้างหลักของวงเอาไว้ได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะชิตพันธุ์ที่ตีกลองได้อย่างเมามันสุดสุด

ปิดท้ายงานปีนี้ด้วย “ปราโมทย์ วิเลปะนะ” และทีมนักดนตรีสนับสนุนของเขา ซึ่งมาในฟีล “เล่นดนตรีตามรีเควสต์ในผับ” ท่ามกลางบรรยากาศแบบ “ดนตรีในสวน” จนสามารถเอนเตอร์เทนคนดู (โดยเฉพาะประชาชนที่เดินผ่านไปมา) ได้เป็นอย่างดี

แน่นอนว่า โมเมนต์น่าประทับใจที่สุด ย่อมต้องเป็นช่วงที่ปราโมทย์นำ “เพลงเอก” ของตนเองมาขับร้อง ไม่ว่าจะเป็น “แค่บอกว่ารักเธอ” “แค่คนอีกคน” “ไม่เป็นอะไร” “คืนที่ดาวเต็มฟ้า” รวมถึงเพลงลูกทุ่งเพลงเดียวที่เขาเคยร้องและแต่งอย่าง “คนต้นเหตุ”

น่าเสียดาย ที่ ณ ปัจจุบัน เขาดูจะมีความภาคภูมิใจในผลงานแท้ๆ ของตัวเอง โดยเฉพาะเพลงที่ตัวเองแต่งเอง น้อยไปหน่อย ทั้งๆ ที่ “ปราโมทย์ วิเลปะนะ” คือชื่อของนักร้อง-นักแต่งเพลงที่มีความสามารถสูงคนหนึ่งของวงการ และถ้าเขาจัดผลงานของตนมาขับร้องอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่านี้ โชว์ที่ออกมาก็น่าจะมีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น

กระนั้นก็ดี งาน FEED Music ครั้งล่าสุด ยังถือเป็นความพยายามในการเปิดพื้นที่และห้วงเวลาแห่งกิจกรรมนันทนาการที่น่าสนใจ

โดยมีผลลัพธ์เป็นบรรยากาศมวลรวมที่น่าประทับใจ คุณภาพการแสดง คุณภาพบทเพลง คุณภาพระบบเสียง สี เสียง ที่เข้าขั้นยอดเยี่ยมในหลายโชว์ แม้บางโชว์จะมีจุดขาดตกบกพร่องบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับผิดพลาดจนน่าเกลียด

และเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งคนที่ไปร่วมงานแบบยาวๆ น่าจะสัมผัสได้ต้องตรงกัน ก็คือ บรรดาผู้ชมดูจะมีความสุขกับการชมดนตรีในช่วงสองวันนี้กันอย่างถ้วนหน้า •

 

| คนมองหนัง

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’