bg-single

ทรัมปิซึ่ม : คณาธิปไตยในอเมริกาและโลก (1)

26.02.2025

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

 

ทรัมปิซึ่ม

: คณาธิปไตยในอเมริกาและโลก (1)

 

ในคำปราศรัยอำลาตำแหน่งประธานาธิบดีของโจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครตต่อประชาชาติอเมริกันเมื่อวันที่ 15 มกราคมศกนี้ เขาได้เตือนให้ชาวอเมริกันตระหนักถึงภยันตรายร้ายแรงที่กำลังมาถึงว่า :

“…ในคำปราศรัยอำลาของผมคืนนี้ ผมใคร่ขอเตือนประเทศชาติถึงบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ผมห่วงกังวลอย่างใหญ่หลวง และนั่นก็คือการรวมอำนาจไปกระจุกไว้เข้มข้นในมือของผู้มั่งคั่งสุดยอดไม่กี่คนอย่างน่ากลัวอันตราย รวมทั้งภัยอันเป็นผลลัพธ์สืบเนื่องของมันถ้าหากการบิดเบือนฉวยใช้อำนาจของพวกเขาถูกปล่อยปละละเลยไปไม่ตรวจสอบ

“ทุกวันนี้ ระบอบคณาธิปไตย (an oligarchy) กำลังก่อรูปขึ้นในอเมริกา อันเป็นคณาธิปไตยของทรัพย์สิน อำนาจและอิทธิพลสุดโต่งซึ่งคุกคามระบอบประชาธิปไตยของเราทั้งหมด คุกคามสิทธิและเสรีภาพพื้นฐานของเรา รวมทั้งคุกคามโอกาสอันเป็นธรรมที่จะก้าวรุดหน้าไปสำหรับทุกคนอย่างนั้นจริงๆ…”

(แปลจาก https://bidenwhitehouse.archives.gov/briefing-room/speeches-remarks/2025/01/15/remarks-by-president-biden-in-a-farewell-address-to-the-nation/)

ประธานาธิบดีทรัมป์กับเศรษฐีซีอีโอผู้สนับสนุนบางคน : เจฟฟ์ เบซอส@Amazon, อีลอน มัสก์@Tesla, มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก@Meta, แซม อัลท์แมน@OpenAI, โจวโซ่วจือ@TikTok vs. อดีตประธานาธิบดีไบเดน

นับเป็นการโยนระเบิดทิ้งท้ายตูมใส่หน้าตักของทรัมป์ผู้มารับตำแหน่งประธานาธิบดีสืบต่อ อีกทั้งทำให้หวนนึกถึงคำปราศรัยอำลาตำแหน่งของประธานาธิบดี พล.อ.ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ แห่งพรรครีพับลิกัน (ครองตำแหน่งสองสมัยต่อกัน 1958-1961) เมื่อวันที่ 17 มกราคม หกสิบสี่ปีก่อน ซึ่งเขาก็ได้ร้องเตือนภัยการก่อตั้ง “ปมสัมพันธ์การทหาร-อุตสาหกรรม” (the military-industrial complex) ขึ้นมาในอเมริกาไว้เช่นกัน (https://www.archives.gov/milestone-documents/president-dwight-d-eisenhowers-farewell-address)

กรณีหลังนี้จึงอาจเรียกให้คล้องจองกันว่าไบเดนเตือนภัยใหม่ของ “คณาธิปไตยเทคโน-อุตสาหกรรม” ก็ได้

จะว่าไปนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว จำได้ว่าตั้งแต่เมื่อ 11 ปีก่อนก็ปรากฏข่าวฮือฮาเรื่องบทความรัฐศาสตร์ชิ้นสำคัญของศาสตราจารย์ Martin Gilens แห่งมหาวิทยาลัย Princeton กับศาสตราจารย์ Benjamin I. Page แห่งมหาวิทยาลัย North Western สหรัฐ ซึ่งสรุปสังเคราะห์ฐานข้อมูลการกำหนดนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลอเมริกัน 1,779 ประเด็น และพบว่าการเมืองอเมริกันนั้นตกอยู่ใต้การครอบงำของชนชั้นนำทางเศรษฐกิจและมีลักษณะพหุนิยมแบบลำเอียงเข้าข้างคนบางกลุ่ม (Economic-Elite Domination & Biased Pluralism ดู https://www.cambridge.org/core/journals/perspectives-on-politics/article/testing-theories-of-american-politics-elites-interest-groups-and-average-citizens/62327F513959D0A304D4893B382B992B

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือเอาเข้าจริงการเมืองอเมริกันเป็นระบอบคณาธิปไตยนั่นเอง หาใช่ประชาธิปไตยไม่! และเป็นมานานแล้วด้วย! (https://www.bbc.com/news/blogs-echochambers-27074746)

ฉะนั้น จะมาโยนบาปให้ประธานาธิบดีทรัมป์แห่งพรรครีพับลิกันรับไปทั้งหมดคนเดียวก็ดูกระไรอยู่

ปัญหาของไบเดนก็คือเขาไม่ยักจะได้ร้องโวยวายเตือนภัยการเลื่อนไถลไปสู่คณาธิปไตยทั้งในอเมริกาและในโลกเป็นการใหญ่มาก่อนหน้านี้

 

ในอเมริกาสมัยทศวรรษที่ 1930 ประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ แห่งพรรคเดโมแครต (ชนะเลือกตั้งครองตำแหน่งสี่สมัย 1933-1945) ก็วิตกกังวลกับแนวโน้มคณาธิปไตยทำนองนี้มาก ทว่า เขาไม่เพียงกล่าวเตือน หากแต่ยังกระตุ้นผลักดันชาวพรรคเดโมแครตให้ดำเนินนโยบายลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างจริงจัง เช่น ขึ้นอัตราภาษีต่อเศรษฐีอเมริกันผู้มีรายได้สูงสุดไปถึง 79-94% ของรายได้ที่สูงกว่าระดับซึ่งกฎหมายกำหนดจนถึงกลางศตวรรษที่แล้ว รวมทั้งทุ่มงบประมาณลงทุนด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน สาธารณสุขและการศึกษาขนานใหญ่

จนกระทั่งคริสต์ทศวรรษที่ 1980 นั่นแหละ ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน แห่งพรรครีพับลิกัน (1981-1989) อดีตดาราหนังฮอลลีวู้ดผู้เล่นกับกระแสชาตินิยมและความอยากกวดใกล้ไล่ทันประเทศทุนนิยมก้าวหน้าที่รุ่งขึ้นมาใหม่ทางเศรษฐกิจ อาทิ ญี่ปุ่น เยอรมนี อย่างช่ำชองก็หันมายุติแนวนโยบายสังคมประชาธิปไตยแบบนิวดีลของโรสเวลต์ลงสำเร็จและริเริ่มผลักดันนโยบายเสรีนิยมใหม่แทน (ดู Steve Fraser and Gary Gerstle, eds., The Rise and Fall of the New Deal Order, 1930-1980, Princeton University Press, 1989)

แต่กระนั้น ชาวพรรคเดโมแครตหลังจากนั้นก็หาได้พยายามปกป้องมรดกนโยบายนิวดีลไว้ไม่ แต่ไพล่ไปช่วยให้ความชอบธรรมและยืดการพลิกกลับนโยบายของเรแกนให้ยืนยาวออกไปเป็นการถาวรเสียฉิบ โดยเฉพาะในยุคประธานาธิบดีบิล คลินตัน (1993-2001) และแม้แต่ประธานาธิบดีผิวดำคนแรก บารัก โอบามา (2009-2017) ที่ฝ่ายหัวก้าวหน้าฝากความหวังไว้

(ดู Gary Gerstle, The Rise and Fall of the Neoliberal Order : America and the World in the Free Market Era, Oxford University Press, 2022)

 

ตัวไบเดนเองมักถูกโจษจันว่านิยมให้รัฐเข้าแทรกแซงเรื่องเศรษฐกิจยิ่งกว่าอดีตประธานาธิบดีคนก่อนๆ ซึ่งก็ไม่ผิดไปหมดเสียทีเดียว ยกเว้นในกรณีสำคัญสองกรณีไม่นานมานี้ กล่าวคือ :

– ไบเดนร่วมกับชาวพรรคเดโมแครตคนอื่นๆ ในสภาคองเกรสโหวตสนับสนุนกฎหมายปฏิรูปภาษีปี 1986 อันเป็นกฎหมายรากฐานของลัทธิเรแกนที่รื้อทิ้งแนวนโยบายการคลังหัวก้าวหน้าแบบโรสเวลต์ลงไปโดยลดเพดานอัตราภาษีรายได้สูงสุดลงมาเหลือแค่ 28% (https://www.investopedia.com/terms/t/taxreformact1986.asp)

แน่นอนว่าใครก็อาจพลั้งพลาดได้ในชีวิตการเมือง ทว่า ตัวไบเดนเองกลับไม่เคยอธิบายว่าที่โหวตไปหนนั้นเป็นความผิดพลาดหรือบัดนี้ได้เปลี่ยนใจไปแล้วแต่อย่างใดเลย

– โดยสืบเนื่องกัน เมื่อไม่ได้มีการเก็บภาษีมาเป็นรายรับแผ่นดินมากพอ แต่ยังคงตั้งงบประมาณรายจ่ายสูงอย่างต่อเนื่อง นั่นเท่ากับสภาคองเกรสป้อนเลี้ยงปัญหาเงินเฟ้ออเมริกันให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นเอง ไบเดนในฐานะสมาชิกสภาคองเกรสก็เงียบกริบไม่เคยแสดงความสำนึกเสียใจต่อเรื่องนี้เช่นกัน

 

นอกจากนี้ แผนกระตุ้นเศรษฐกิจอันโด่งดังของรัฐบาลไบเดนที่ตั้งชื่อแปลกๆ ว่า “กฎหมายว่าด้วยการลดภาวะเงินเฟ้อ” (Inflation Reduction Act ดู https://www.farmers.gov/sites/default/files/2022-10/farmersgov-fsa-ira-distressed-borrower-assistance-factsheet-thai.pdf) ซึ่งเหนืออื่นใดเป็นการแจกจ่ายเงินอุดหนุนสาธารณะไปเกื้อกูลการสะสมทุนของเอกชนในภาคส่วนเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น พลังงานหมุนเวียน, รถไฟฟ้าและหัตถอุตสาหกรรมในประเทศ เป็นต้น (ChatGPT. (2025, February 7). Analysis of the Inflation Reduction Act and Private Capital Accumulation. OpenAI.)

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารัฐบาลทรัมป์จะผลักดัน [พันธมิตรระหว่างรัฐบาลกลางกับกลุ่มผลประโยชน์เอกชน] ที่ไบเดนปูทางไว้นี้ไปสุดลิ่มทิ่มประตูอย่างไม่บันยะบันยังแน่ๆ

คำถามก็คือ ชาวพรรคเดโมแครตจะสามารถเปลี่ยนแนวทางไปจากเสรีนิยมใหม่ที่เคยเดินมานี้ได้ในอนาคตหรือไม่?

(ต่อสัปดาห์หน้า)

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ