“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS)
นายอนุทิน กล่าวว่า การหารือเป็นการติดตามสถานการณ์ในภาพรวม รวมถึงการเตรียมความพร้อมของฝ่ายไทยในการแต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมกระบวนการตามกรอบ UNCLOS ซึ่งคาดว่านายสีหศักดิ์จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก เนื่องจากกำกับดูแลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรง
ทั้งนี้ การแต่งตั้งผู้แทนถือเป็นขั้นตอนปกติของกระบวนการ UNCLOS ที่แต่ละประเทศจะคัดเลือกบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาดำเนินการ โดยรัฐบาลไทยมั่นใจว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านอธิปไตย สิทธิทางทะเล และผลประโยชน์แห่งชาติที่มีอยู่เดิม
เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อผลการเจรจา นายอนุทินระบุว่า กระบวนการดังกล่าวยังมีอีกหลายขั้นตอน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและสนธิสัญญาระหว่างประเทศซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
นายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีความกังวลต่อกระบวนการดังกล่าว เพราะประเทศไทยมีทั้งความชอบธรรม อธิปไตย และศักยภาพในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
“โดยหลักแล้ว คนที่ต้องเคลื่อนไหววิ่งไปมาหลายเวที มักเป็นฝ่ายที่กำลังแสวงหาความชอบธรรม หากต้องวิ่งหาความชอบธรรมอยู่ตลอด ก็ย่อมสะท้อนว่ามีคำถามเรื่องความชอบธรรมอยู่ในตัวเอง แต่ประเทศไทยมั่นใจในความชอบธรรมของเรา ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาการยอมรับจากที่ใด เพราะสามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้กับทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนของเราเอง” นายอนุทินกล่าว
ส่วนกรณีที่กัมพูชาคัดค้านการยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล หรือ MOU 44 นายอนุทินเห็นว่า หากไม่ยอมรับกลไก UNCLOS ก็จะไม่สามารถเดินหน้ากระบวนการใดต่อได้ แต่เมื่อกัมพูชาเป็นผู้เสนอให้ใช้แนวทาง UNCLOS และทั้งสองประเทศต่างเป็นภาคีของอนุสัญญาดังกล่าว ก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบเดียวกันต่อไป
นายอนุทินย้ำว่า การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้หมายความว่าไทยปฏิเสธการเจรจา แต่เป็นเพราะกรอบดังกล่าวดำเนินมากว่า 25 ปีโดยไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนแนวทางการหารือให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ขณะที่ MOU 43 ยังไม่มีการยกเลิก เนื่องจากกระบวนการปักปันเขตแดนมีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่าร้อยละ 60 และยังสามารถเดินหน้าต่อได้
“จะบอกว่าไทยยกเลิกฝ่ายเดียวคงไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อกรอบเดิมไม่สามารถนำไปสู่ความคืบหน้าได้ ก็ต้องพิจารณาหาแนวทางใหม่ และเมื่อกัมพูชาเลือกใช้กระบวนการ UNCLOS จากนี้ไปก็จะเป็นช่องทางหลักในการพูดคุยกัน”
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ในเวลานี้รัฐบาลไทยยังไม่อยู่ในจุดที่จะหารือเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์หรือความร่วมมือด้านอื่นกับกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นกรอบ JBC, GBC หรือประเด็นความร่วมมือทวิภาคีต่าง ๆ
“เรื่องฟื้นความสัมพันธ์ยังไม่ต้องคุย เรื่องความร่วมมืออื่นยังไม่ต้องคุย และเรื่องเปิดด่าน ก็ยัง นี่คือจุดยืนของรัฐบาลไทยในเวลานี้” นายอนุทินกล่าว ///
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
