bg-single

หอศิลป์เมืองฝาง ชุมทางศิลปะหลากแขนง แรงบันดาลใจร่วมสมัย

26.02.2025

รายงานพิเศษ | สุชาติ สุขประสิทธิ์

 

หอศิลป์เมืองฝาง

ชุมทางศิลปะหลากแขนง

แรงบันดาลใจร่วมสมัย

 

ฝาง อำเภอศูนย์กลางของจังหวัดเชียงใหม่ทางด้านทิศเหนือตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม ตลอดจนการท่องเที่ยว เป็นชีวิตชีวาแก่ผู้คนที่ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่น และยังเป็นความสุขในหลายมิติของนักท่องเที่ยวคนเดินทาง

ที่สำคัญ เมืองฝางไม่ใช่ดินแดนใหม่ หรือเพิ่งมีผู้คนบุกเบิกเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา เพราะแท้จริงเมืองเก่าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,500 ปี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำกุกนที หรือแม่น้ำกก นับเป็นแขนงหนึ่งของแม่น้ำโขง ทั้งยังเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าไท-ยวน ตลอดจนมีการค้นพบซากเมืองโบราณถึง 12 แห่ง

เหล่านี้มากพอให้เมืองฝางรุ่มรวยวัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนศิลปะแขนงต่างๆ เป็นผืนดินอันอุดมให้ก่อเกิดศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ทั้งที่ออกไปสร้างชื่อเสียงยังต่างถิ่นต่างแดน ทั้งที่ปักหลักสร้างงานอยู่ ณ ถิ่นฐานบ้านเกิด ต่างเป็นแรงขับเคลื่อนและผลักดัน

กระทั่งวันหนึ่งบ้านเกิดเมืองนอนมีหอศิลป์ เป็นที่จัดแสดงผลงานของศิลปินเมืองฝาง และศิลปินรับเชิญทั่วสารทิศ

¡R

“ตอนแรกที่นี่เป็นอาคารแสดงสินค้าและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองฝาง ส่วนตรงกลางที่เป็นล็อกๆ เคยเป็นศูนย์อาหาร เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ส่วนศูนย์โอท็อปก็เริ่มจางหายไป จะให้พิพิธภัณฑ์อยู่อย่างเดียวก็ไม่ค่อยไหวเลยต้องปิดทำการไปช่วงหนึ่ง ประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว จนล่าสุดได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาว่าจะทำอย่างไรดีให้อาคารแห่งนี้ได้ใช้ประโยชน์ขึ้นมา”

สโรชินี ชื่นใจ นักประชาสัมพันธ์จากเทศบาลตำบลเวียงฝาง ให้ข้อมูลอย่างเห็นภาพครอบคลุม ในฐานะตัวแทนเทศบาล ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ และจากความคิดที่ก่อตัวว่า พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เมืองฝางและศูนย์โอท็อปที่ยังต้องดำรงอยู่ขนาบสองปีกขวาซ้าย ส่วนบริเวณโถงกลางและห้องย่อยๆ ด้านหลังจะสามารถทำประโยชน์ใดได้บ้าง ต่อมาเริ่มมีศิลปิน-จิตรกรเมืองฝางเข้ามาหารือเรื่องการจัดสร้างหอศิลป์กับนายกเทศมนตรีและคณะผู้บริหาร แต่ก็ยังไม่ลงตัวในวาระแรกๆ

กระทั่งทางคณะผู้บริหารเทศบาล มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกับประติมากรเมืองฝาง ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับประเทศและสากล นั่นคือ อาจารย์กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น เดือนแล้วเดือนเล่ากับการสื่อสารกันโดยมีปลายทางให้เกิดหอศิลป์ในถิ่นเกิด จนถึงเดือนที่หกอาจารย์กิตติพงษ์จึงตกปากรับคำ รับตำแหน่งประธานหอศิลป์เมืองฝาง

“เล็งการณ์ไกลว่าถ้าที่อำเภอฝางมีหอศิลป์ ประโยชน์จะเกิดกับคนในท้องถิ่น อาจมีเด็กๆ หรือบุคคลทั่วไปที่ชอบศิลปะได้มีเวทีที่จัดแสดง เกิดการรวมตัวกันขึ้นมา สิ่งไหนไม่รู้ก็ถามกัน อย่างเช่น การมีศิลปินรับเชิญในนิทรรศการศิลปะ ไม่ใช่คนฝางด้วย ทำไมต้องมี คือในทางสากลศิลปินรับเชิญต้องเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ ระดับนานาชาติ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างสรรค์งานมาอย่างสม่ำเสมอ” อาจารย์กิตติพงษ์เปิดใจ พร้อมอธิบายรายละเอียดบางมุมของการจัดนิทรรศการศิลปะในความหมายสากล

ขณะที่การปรับปรุงตกแต่งภายในและทาสีอาคารร้างดำเนินไป ห้องที่เป็นล็อกๆ ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ปัจจุบันคือ ห้องนิทรรศการ 16 ห้อง เช่น หมู่บ้านแผ่นดินทองแผ่นดินธรรม ข้อมูลนายอำเภอ ข้อมูลข่าวสารสถานที่ท่องเที่ยว กลุ่มประกอบการท่องเที่ยวดอยปู่หมื่น ดอยผ้าห่มปก เป็นต้น ใช้ระยะเวลาส่วนนี้ 1-2 เดือนจนเป็นนิทรรศการ 16 ห้อง โดยมีนักประชาสัมพันธ์สาวคนเก่งเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ

ส่วนห้องโถงใหญ่ อดีตศูนย์อาหารที่เลิกราไป ก็พร้อมแล้วสำหรับการเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และนั่นคือ ‘สีสันในม่านหมอก’ ปฐมบทนิทรรศการศิลปะ ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จัดแสดงเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2567-31 มกราคม 2568ที่ผ่านมา

ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากคนในชุมชน พื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

สําหรับศิลปิน ทั้งจิตรกร ประติมากรที่นำผลงานมาร่วมจัดแสดงครั้งนั้น ได้แก่ กิตติพงษ์ สุริยทองชื่น ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ ทรงเดช ทิพย์ทอง เสงี่ยม ยารังษี สุวิทย์ ใจป้อม พรชัย ใจมา อุทัย เขนย อานันท์ ราชวังอินทร์ พ.ต.ท.สนั่น แก้วตา ประเทือง ก่ำพัด ถนอม กองจันทร์ เสน่ห์ นกแก้ว สล่าสนอง ป้อสีลา สุทัศน์ เตจา นิตยา ตามวงค์ อัญเชิญ โกฏแก้ว ฯลฯ

และที่เป็นความสำคัญอย่างตรงเป้าหมาย คือการได้สื่อสารกับกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาที่มาเป็นหมู่คณะ โดยการนำของครูอาจารย์ เช่น ช่วงท้ายของนิทรรศการ ในวันที่ 30 มกราคม มีคณะนักเรียนจากโรงเรียนเทศบาลเวียงฝาง ชั้น ป.2/1 และครูรวม 25 คน เข้าชมในเวลา 09.30 น. โดยน้องๆ หนูๆ มีโอกาสได้ระบายสีไม้ สีชอล์กบนภาพหมูเด้ง ที่ออกแบบโดยอาจารย์กิตติพงษ์ และนำกลับไปเป็นที่ระลึกทุกคน

จากนั้นในเวลา 10.30 น. นักศึกษาชั้น ปวช.1 จากวิทยาลัยนอร์ทฝาง พร้อมคณะอาจารย์ได้เข้าชมงานนิทรรศการ ซึ่งทั้งสองคณะนักเรียน-นักศึกษาที่เข้าชม มีอาจารย์กิตติพงษ์นำชมพร้อมบรรยายทุกชิ้นงานที่จัดแสดงอย่างเป็นความรู้ ได้แลกเปลี่ยนระหว่างกัน และที่เป็นความพิเศษคือ การเปิดโอกาสให้ศิลปินเลือดใหม่เมืองฝางได้นำเสนอชิ้นงานของตน นัยว่าเป็นแรงบันดาลใจระหว่างกัน ทั้งยังเป็นความประทับใจกับทุกคนในวันนั้น ว่าศิลปะอยู่ในชีวิตประจำวันของเรานี่เอง

ขณะที่ศิลปินตัวจริง ประเทือง ก่ำพัด ซึ่งแวะเวียนมาในวันท้ายๆ ของนิทรรศการศิลปะสีสันในม่านหมอก ได้เปิดใจถึงความประทับใจต่อนิทรรศการครั้งนี้ และการได้รับเกียรติร่วมจัดแสดงว่า

“ถึงเป็นครั้งแรกที่จัด แต่เหมือนทำมาหลายปี มีความพร้อม มีการต้อนรับ มีการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่มากสมศักดิ์ศรีอำเภอฝาง ผมรู้สึกว่าอยากมาอีก ครั้งต่อไปคิดว่าคงดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ และปีต่อไปคงจะดีขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ผู้คนมาอำเภอฝางให้แวะมาชมได้ คุ้มค่า คุ้มเวลา”

พิเศษสุด ศิลปินจากเมืองเชียงใหม่ยังได้เล่าที่มาที่ไปของชิ้นงานที่นำมาร่วมจัดแสดง ผ่านน้ำเสียงเรียบลึก แต่กินความอย่างครบถ้วน

“เป็นภาพควาย แต่สื่อว่าเป็นวิถีชีวิตโบราณ ทุกวันมันค่อยๆ หดหายไป มีความเจริญศิวิไลซ์เข้ามา จนวิถีโบราณค่อยๆ เลือนหายไป งานชิ้นนี้ผมตั้งชื่อว่า ‘ร่มเงาสุดท้าย’ คือร่มเงาที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยได้ พึ่งพาได้ อยากให้ช่วยกันหันมาตระหนักว่า จะเอาศิวิไลซ์อย่างเดียวโดยทิ้งความเป็นวิถีธรรมชาติโบราณไปหรือ เพราะมันดีทั้งคู่ จึงควรอนุรักษ์เก่าแล้วก็ปรับปรุงวิธีการสมัยใหม่ให้เข้ามาสอดคล้อง”

 

จากสีสันในม่านหมอก นิทรรศการศิลปะครั้งที่ 1 ของหอศิลป์เมืองฝาง ด้วยการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบของกลุ่มศิลปิน ผสานด้วยวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหารเทศบาล จึงมีนิทรรศการงานแสดงศิลปะร่วมสมัย ครั้งที่ 2 ‘รอยศิลป์ สีสันสู่ใจคน’ โดย 3 สล่าคิ่น ถิ่นเมืองฝาง ได้แก่ ดร.อัญเชิญ โกฏแก้ว ผอ.เสน่ห์ นกแก้ว และสล่าสนอง ป้อสีลา เริ่มจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์-30 เมษายน 2568

แน่นอนว่า ในครั้งต่อไป และต่อไปตลอดทั้งปี 2568 มีแผนการจัดแสดงรองรับอยู่แล้ว โดยเน้นให้ศิลปินเมืองฝางมีพื้นที่แสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ พร้อมเชื่อมโยงไปยังศิลปะแขนงอื่นอย่างยังประโยชน์แก่ชุมชน โดยบุคคลที่ให้ข้อมูลได้ชัดเจนเห็นภาพที่สุดย่อมไม่ใช่ใครอื่น คืออาจารย์กิตติพงษ์นั่นเอง

“เราวางแผนให้มีนิทรรศการศิลปะตลอดทั้งปี และในอนาคตอาจมีกิจกรรม หลังเลิกเรียน หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ให้นักเรียนมาดูงานศิลปะ มาฝึกวาดรูป แล้วทำรายงานส่งครู อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ หรือทำเป็นคอร์ส มีการประกวดวาดภาพ หรือต่อไปอาจเชิญนักเขียนมาสัก 5 ท่าน มาเที่ยวฝาง มาเขียนเรื่องราวไว้เป็นบันทึก ว่าได้มีศิลปินสาขาวรรณศิลป์มาเยี่ยมชมหอศิลป์ฯ เราจะเริ่มคิดจากสิ่งง่ายๆ และเป็นไปได้ก่อน แล้วทำโครงการเสนอทางเทศบาล”

แนวคิดของอาจารย์กิตติพงษ์ นอกจากนำเสนอหอศิลป์เมืองฝางผ่านการจัดนิทรรศการศิลปะแล้ว ยังมุ่งเน้นสร้างเยาวชนผ่านงานศิลปะไปควบคู่กัน มากกว่านั้น ยังเล็งไปถึงการผสานศิลปะแขนงอื่นเข้ามาสัมพันธ์กัน ในเบื้องต้นอาจเป็นงานเขียน (วรรณกรรม) ส่วนต่อไปถ้าจะมีดนตรี (คีตกรรม) หรือแม้แต่การแสดง (นาฏกรรม) ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน ด้วยศิลปะทุกแขนงต่างส่องทางกัน

หากมีโอกาส เมืองฝางเหมาะเป็นเป้าหมายสำหรับทุกคน เพราะครบพร้อมด้วยสิ่งรองรับ ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน ไม่น้อยหน้าเมืองอื่น ยิ่งมีหอศิลป์ฯ เพิ่มเข้ามาด้วยแล้ว เมืองนี้จึงมีเสน่ห์เปี่ยมล้นจนต้องไปเยือน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี