bg-single

ภารกิจเติมความซกมก ให้นักบินอวกาศ!

13.03.2025

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

 

ภารกิจเติมความซกมก

ให้นักบินอวกาศ!

 

คุณเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านบ่อยแค่ไหน?! สัปดาห์ละครั้ง? เดือนละครั้ง? ปีละครั้ง? หรือว่าตามฤกษ์สะดวก?

สำหรับคนที่ขี้เกียจเก็บกวาด หรือหาข้ออ้างที่จะพักทำงานบ้าน ต้องลองอ่านงานวิจัยใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาในวารสาร Cell โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก (University of California San Diego) ดู

เพราะงานนี้อาจจะทำให้คุณเจอข้ออ้างดีๆ ที่จะซกมก

เพราะแม้ว่าจะอาศัยอยู่ในสถานีอวกาศที่สะอาดเอี่ยมในแทบทุกอณู นักบินอวกาศในสถานีก็ยังมีปัญหาสุขภาพกันอยู่ตลอด ทั้งผื่นขึ้น ลมพิษ อักเสบ บางคนอาจถึงขั้นระบบภูมิคุ้มกันมีปัญหา

แน่นอนว่าปัญหาพวกนี้บางส่วนอาจจะเกิดจากความเครียด การที่ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด แรงโน้มถ่วงก็ต่ำ ทำอะไรก็ไม่สะดวก

แต่ โรดอล์โฟ ซาลิโอ เบนีตซ์ (Rodolfo Salido Benitez) วิศวกรชีวภาพจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก เชื่อว่าปัญหาพวกนี้ไม่น่าจะมีต้นตอหลักมาจากความเครียด แต่น่าจะเป็นจากจุลินทรีย์ หรือไม่ก็สารเคมีที่พวกเขาต้องแตะต้องข้องแวะกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในสถานีมากกว่า…

เรื่องนี้น่าสนใจ คำถามคือสถานีอวกาศที่ว่าสะอาดนั้น สะอาดจริงหรือ?

แล้วถ้าสะอาดจริง ทำไมพวกนักบินอวกาศถึงยังประสบปัญหาสุขภาพ?

พวกเขาทำความสะอาดกันบ่อยแค่ไหน และเป็นไปได้มั้ย ที่บนนั้นจะมีเชื้ออะไรแปลกๆ ที่ไม่พบอยู่บนโลก?

คําตอบคือ โอกาสจะเจอเชื้อแปลกๆ นั้นมี แต่คงเป็นไปได้ยากที่จะเป็นเชื้อที่ไม่มีบนโลก

และถ้าพูดเรื่องความสะอาด ความเนี้ยบ สถานีอวกาศมีตารางทำความสะอาดที่ชัดเจน

สำหรับค่ายยุโรป (European Space Agency, ESA) พวกเขามี big cleaning กันสัปดาห์ละครั้ง ในเช้าวันเสาร์…ที่ทุกคนในสถานีจะมาช่วยกันเช็ดล้าง ดูดฝุ่น ทำความสะอาดที่อยู่และห้องแล็บของพวกเขากันจนสะอาดเอี่ยมอ่อง (และถ้าใครอยากเห็นภารกิจทำความสะอาดบ้านประจำสัปดาห์ในสภาพไร้น้ำหนัก สามารถไปตามส่องกันได้ครับ

ทิม พีก (Tim Peake) อดีตนักบินอวกาศในภารกิจพรินซิเพีย (Principia) เคยอัดคลิปโชว์เอาไว้ในช่อง YouTube ของ European Space Agency, ESA ตั้งแต่ปี 2016 ชื่อคลิป Saturday Cleaning Day on Space Station)

ภารกิจนี้สำคัญ เพราะเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของนักบินอวกาศ สภาพแวดล้อมทุกอย่างจะต้องเพอร์เฟ็กต์ แม้แต่อากาศที่ไหลเวียนอยู่ในสถานีก็ยังถูกกรองผ่านตัวกรองมาแล้วเป็นอย่างดี

พวกเขาเช็ดแล้ว เช็ดอีก เช็ดซ้ำจนมั่นใจ เรียกได้ว่าทุกซอกทุกมุมในสถานีถูกปัดกวาดทำความสะอาดจนหมดจด ไม่มีที่ติ

ถ้าทำถึงขนาดนี้ แล้วจะยังมีอะไรกันแน่ที่หลงเหลือเป็นต้นตอของปัญหา?

เพื่อค้นหาตัวการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสุขภาพของเหล่านักบินอวกาศ โรดอล์โฟและทีมตัดสินใจเริ่มโครงการปฏิบัติการสำรวจพื้นผิวสถานี หาสังคมจุลินทรีย์และสารเคมีที่พวกนักบินอวกาศต้องเจอในแต่ละพื้นที่ในแต่ละวันในสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station, ISS)

และเพื่อให้รู้ว่าพวกนักบินต้องเจออะไรบ้างในการทำงาน (และการดำรงชีวิต) ในแต่ละวัน พวกเขาขอให้นักบินอวกาศที่ปฏิบัติงานอยู่ใน ISS ช่วยกันสว็อป (swab) พื้นผิวในพื้นที่ที่พวกเขาสัมผัส ทั้งในห้องครัว ในห้องน้ำ ห้องทำงานและในพื้นที่อื่นๆ แพ็กใส่ถุงส่งกลับมาให้เขาที่พื้นโลก (เว้นก็แต่พื้นที่พักส่วนตัวของพวกเขา (crew quarter))

เพื่อที่จะได้ศึกษาได้ว่ามีสารเคมีและจุลินทรีย์อะไรบ้างในสถานีอวกาศนานาชาติ ที่พวกนักบินจะต้องประสบพบเจอ

กล้าขอ ก็กล้าจัดให้ คำขอของโรดอล์โฟ ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีจากทีมนักบินอวกาศที่ ISS แค่เพียงไม่ช้าไม่นาน ทีมวิจัยก็ได้ตัวอย่างกลับมามากมายถึง 803 ตัวอย่างกลับมาจากสถานี ISS ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บตัวอย่างจากสถานีอวกาศที่มโหฬารที่สุดที่เคยมีมา

ซึ่งจากตัวอย่างมากมายที่ได้มา โรดอล์โฟและทีมเริ่มวิเคราะห์ตัวอย่างสังคมจุลินทรีย์และสารเคมีที่พบ และเทียบกับสถานที่ต่างๆ บนโลก ทั้งจากในบ้าน ในออฟฟิศ และในโรงพยาบาล

ในแง่ของสารเคมี ผลที่ได้นั้นก็ไม่ได้มีอะไรน่าแปลกใจ ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่สารเคมีทำความสะอาดทั่วไป

แต่ในแง่ของสังคมจุลินทรีย์ ผลที่ได้ก็ทำให้หลายคนต้องประหลาดใจ…เพราะตัวอย่างที่มาจากอวกาศนั้น กลับสะอาดสะอ้านกว่าที่คิด

“สปีชีส์ของจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ที่พบนั้นมาจากร่างกายมนุษย์และวัสดุสำหรับก่อสร้าง จุลินทรีย์ที่พบมาจากสิ่งแวดล้อมในธรรมชาตินั้นน้อยมาก” ฮ่าวฉี นินา จ้าว (Haoqi Nina Zhao) หนึ่งในทีมวิจัยจากซานดิเอโกกล่าว ที่ใกล้เคียงที่สุด “ก็คือบ้านหรือห้องหอที่สะอาดในช่วงกักตัวของการระบาดใหญ่โควิด-19”

ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่คาดคิดมาก

 

แต่ถ้ามองในมุมของไมโครไบโอมกลับน่าตื่นเต้น เพราะในร่างกายของมนุษย์นั้นมีจุลินทรีย์อยุ่มากมาย ที่จริงแล้ว มากเสียยิ่งกว่าเซลล์ของมนุษย์เสียอีก และความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่อยู่ร่วมกับมนุษย์เหล่านี้ส่งผลทางตรงกับสุขภาพของคนที่เป็นเจ้าของพวกมัน

จินตนาการว่าจุลินทรีย์แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป บางชนิดสามารถสร้างสารออกฤทธิ์ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ส่งเสริมเมตาโบลิซึ่มในร่างกาย เพิ่มความแข็งเกร่งให้ระบบภูมิคุ้มกัน หรือแม้แต่ปรับสมดุลของสารเคมีในร่างกาย

ในขณะที่บางชนิดอาจจะช่วยสร้างสารที่ช่วยควบคุมและยับยั้งการเจริญของเชื้อก่อโรคที่ส่งผลกระทบกับร่างกายมนุษย์ได้โดยตรงเลยก็มี

นั่นหมายความว่า ถ้าความหลากหลายทางสังคมของจุลินทรีย์ในร่างกายมากขึ้น โอกาสที่ไมโครไบโอมของร่างกายจะมีจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติใหม่ๆ ที่พึงประสงค์ก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ถ้าเปรียบเป็นเกม ได้จุลินทรีย์ใหม่ ก็เหมือนได้ไอเทมใหม่ ที่อาจจะทำให้คนคนนั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตมากยิ่งขึ้น

คำถามคือ แล้วเราจะเพิ่มความหลากหลายของสังคมจุลินทรีย์ในตัวของเราได้อย่างไร

คำตอบก็คือ ต้องได้เสริมจากธรรมชาติ แหล่งจุลินทรีย์หลักที่ได้ส่วนใหญ่ก็มาจากดิน อาหารที่เรากินเข้าไป และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

 

ในปี 2016 งานวิจัยนำโดยแอนน์ สเปอร์ลิง (Anne Sperling) จากมหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago) และห้องปฏิบัติการแห่งชาติอาร์กอนน์ (Argonne National Laboratory) รายงานออกมาในวารสาร New England Journal of Medicine ว่ากลุ่มชนอามิช (Amish) ที่ปฏิเสธเทคโนโลยีและยังอาศัยอยู่กับวัฒนธรรมดั้งเดิม ทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ทำการเกษตรนั้นมีความเสี่ยงเป็นโรคหอบหืดน้อยกว่าคนที่อยู่ในสังคมเมืองอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งอาจจะมาจากการที่พวกเขามีโอกาสได้รับสังคมจุลินทรีย์ที่อุดมสมบูรณ์มาจากสัตว์ที่เขาเลี้ยง ดินที่เพาะปลูก อาหารการกินและวิถีชีวิตที่อิงธรรมชาติของพวกเขา

เห็นได้ชัดว่าสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อสุขภาพ และในมุมของความหลากหลายของจุลินทรีย์ การได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและ ธรรมชาติที่อุดม ก็น่าที่จะทำให้เรามีโอกาสไปสัมผัสและโอบรับสังคมจุลินทรีย์ที่ดีเข้ามาในร่างกายของเราด้วย

งานวิจัยนี้ทำให้ผมเริ่มมองย้อนกลับไปถึงไอเดีย One Health หรือ “สุขภาพองค์รวม” ที่ลอนนี่ คิง (Lonnie King) อดีตผู้บริหารของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (Center for Disease Control and Prevention) หรือ CDC เคยนำเสนอออกมา และได้รับการพัฒนาต่อจนเป็นแคมเปญใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) และสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (United States Agency for International Development, USAID) “สุขภาพคนจะดีได้ สิ่งแวดล้อมต้องดี และสัตว์ต้องแข็งแรง”

เพราะสุขภาพคน (Human Health) สุขภาพสัตว์ (Animal Health) และสุขภาวะสิ่งแวดล้อม (Environmental Health) นั้นสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกันอย่างแยกไม่ออก

ซึ่งก็สอดคล้องกับไอเดียนี้ เพราะเมื่อนักบินอวกาศอยู่ทำภารกิจในอวกาศเป็นเวลานาน ไม่มีการออกไปสัมผัสสังคมจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ทั้งจากดิน จากป่า จากต้นไม้ หรือว่าสัตว์บ้าง ความหลากหลายของสังคมจุลินทรีย์ในร่างกายนั้นก็จะค่อยๆ ลดลง

“มนุษย์เราร่วมวิวัฒนาการมากับจุลินทรีย์ในสภาพแวดล้อมมานานนับเป็นล้านๆ ปีแล้ว การสัมผัสกับจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสุขอนามัย” ร็อบ ไนต์ (Rob Knight) นักวิศวกรรมชีวภาพชื่อดัง หัวหน้าทีมวิจัยซานดิเอโกเผยก่อนจะย้ำต่อว่า “สภาพแวดล้อมที่ปลอดเชื้อนั้นไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย”

เพราะบางทีปัญหาอาจจะเป็นเพราะว่าสถานีอวกาศนั้นสะอาดเกินไป…ถ้าเติมความซกมกเข้าไปได้บ้างแบบพอดีๆ น่าจะดีกว่าสำหรับสุขภาพ…(เย้ย!)

 

ว่าแต่เราจะเติมเข้าไปยังไง อันนี้ยังเป็นเรื่องที่น่าคิด “บางทีเราอาจจะเติมเข้าไปผ่านทางอาหารหมักดองที่มีสังคมจุลินทรีย์ดีๆ อยู่ข้างใน หรือจะนำเสนอให้หนีบเอาสัตว์ขึ้นไปบนสถานีอวกาศด้วยก็อาจจะทำได้” ปีเตอร์ ดอร์เรสไตน์ (Pieter Dorrestein) อีกหนึ่งนักวิจัยจากทีมซานดิเอโกเสนอ

“แต่ที่สำคัญที่เราต้องคำนึงถึงจริงๆ ก็คือไม่ใช่แค่ดูว่ามีอะไรเหลืออยู่ แต่ต้องรู้ให้ชัดว่ามีอะไรที่หายไปบ้าง”

เพราะถ้ามองตามความเป็นจริง เอาขึ้นไปเติมช่วยเสริมสุขภาพนักบินก็เรื่องดี แต่ความยากอยู่ที่เอาขึ้นไปแล้ว จะรักษาความหลากหลายของสังคมจุลินทรีย์ที่เอาขึ้นไปนั้นได้อย่างไร…

เพราะถ้าไม่ได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม พวกจุลินทรีย์ที่เอาขึ้นไปก็จะค่อยๆ ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ และในท้ายที่สุด ความหลากหลายก็จะลดลงจนไม่เหลือหรออยู่ดี

นี่อาจจะเป็นโอกาสที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคตื่นทองของการสำรวจอวกาศอย่างเช่นตอนนี้ เพราะถ้าใครหาวิธีเติมความซกมกแบบยั่งยืนให้สถานีอวกาศได้ คนนั้นอาจจะเป็นฮีโร่ที่ทำให้คุณภาพชีวิตของนักบินอวกาศนั้นดีขึ้นเป็นกอง

โครงการเติมความซกมกในสภาพไร้น้ำหนักต้องมาแล้ว!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ