ผู้นำธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กับฉากตอนที่สำคัญ มีสีสันอีกช่วงหนึ่ง คาบเกี่ยวก่อนและหลังวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ

จากหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งมีขึ้นในช่วงนั้น (“อำนาจธุรกิจใหม่” โดย วิรัตน์ แสงทองคำ ปี 2541) นำเสนอภาพผู้คนสำคัญ และทรงอิทธิพลในสังคมธุรกิจไทยเวลานั้น โดยเฉพาะความเป็นไป “สังคมการเงิน” ถือเป็นแกนกลางก็ว่าได้

ในลิสต์นั้น มีถึง 5 คนมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ และอีก 2 คน แม้ไม่ได้มาจากที่นั่นโดยตรง แต่ในเวลาต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ

อยู่ในบริบททศวรรษแห่งการเฟื่องฟู (2530-2539) เศรษฐกิจไทย มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.3% โดยเฉพาะในปี 2538 ทำสถิติสูงที่สุดถึง 13.3%

ขณะบทบาทตลาดหุ้นไทยมีมากขึ้น จากปี 2529 แม้มีปัญหาจากแรงกระเพื่อมภายนอก-กรณีตลาดหุ้นฮ่องกง และผลพวงภายในจากความเคลื่อนไหวอันครึกโครมเกินตัวในธุรกิจการเงินโดย พอล สิทธิอำนวย เป็นตัวชูโรง

แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ดูไม่มากนัก

 

ต่อจากนั้น มีเหตุการณ์สำคัญควรบันทึกไว้ การเปิดกิจการวิเทศธนกิจขึ้น ยุค วิจิตร สุพินิจ เป็นผู้ว่าการ ธปท. คนที่ 13 ( 1ตุลาคม 2533-1 กรกฎาคม 2539) ในฐานะนักเรียนทุน ธปท.คนแรก และ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นรัฐมนตรีคลัง กับวาทะที่เขากล่าวไว้เป็นตำนาน สะท้อนความเชื่อมั่นอย่างสูง

“เศรษฐกิจของไทยในช่วงต่อไปในทศวรรษ 1990 นี้ จะเติบโต แข็งแรง และยืดหยุ่นมากพอที่จะรับมือกับสิ่งท้าทายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และการเมืองภายในประเทศ ภายในภูมิภาค หรือในระดับนานาชาติ” (ปาฐกถาในหัวข้อ “ภาพรวมเศรษฐกิจในทศวรรษ 1990″ ในงานสัมมนา “ประเทศไทย : อนาคตสำหรับการเติบโตและการลงทุน” จัดโดยนิตยสารยูโรมันนี่ 30 มีนาคม 2536)

ภาพหนึ่งในช่วงคาบเกี่ยวนั้น คือบทบาทอันโดดเด่นของบรรดานักเรียนทุน ธปท. (ริเริ่มในยุค ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์) รุ่นราวคราวเดียวกัน ขยายวงออกจากวังบางขุนพรหม (ที่อยู่เดิม ของที่ทำการ ธปท.ปัจจุบัน)

คนสำคัญๆ ได้แก่ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ (ประสบการณ์ใน ธปท.2517-2529) ออกไปโลดแล่นทางการเมือง ประเดิมตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (2529-2531)

ดร.โอฬาร ไชยประวัติ (ประสบการณ์ ธปท.2513-2525) ออกจาก ธปท.ค่อนข้างเร็ว ต่อมาเป็นผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ในช่วงนั้น (2535-2542)

เอกกมล คีรีวัฒน์ ขณะเป็นรองผู้ว่าการ (2533-2538) ได้ไปบุกเบิกหน่วยงานกำกับตลาดหุ้น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเป็นเลขาธิการ กลต.คนแรก (2535-2538)

อีกคนหนึ่ง-ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม จากประสบการณ์ใน ธปท. 17 ปี (2520-2537) ออกไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ (2537-2540)

ว่ากันว่า บรรดานักเรียนทุน ธปท.ดังกล่าว ถือเป็นทรัพยากรบุคคลซึ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษ ไม่เพียงเพราะเป็น “พวกหัวกะทิ” มีโปรไฟล์การศึกษายอดเยี่ยมจากสถาบันชั้นนำระดับโลก หากได้ผ่านบททดสอบที่ยากๆ มาแล้ว

 

หนังสือ “ชีวิตที่คุ้มค่า” ของ นุกูล ประจวบเหมาะ ผู้ว่าการคนที่ 10 (1 พฤศจิกายน 2522-13 กันยายน 2527) ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับเผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งแรกในยุคใหม่ จนมีการลดค่าเงินบาท และขอความช่วยเหลือจาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ขณะปัญหาบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์และธนาคาร (บางแห่ง) รุมเร้า

เขาให้เครดิตผู้คนที่เกี่ยวข้องไว้… วิจิตร สุพินิจ และ ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ มีบทบาทในการติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงิน และมีความเห็นให้รัฐบาลไทยลดค่าเงินบาทในปี 2524

โดยระบุว่า ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ เป็นคนร่างบันทึกเสนอกระทรวงการคลังในครั้งนั้น ส่วน เอกกมล คีรีวัฒน์ มีส่วนเสนอให้กู้เงินธนาคารต่างประเทศ เพื่อเพิ่มเงินสำรองที่กำลังลดลงอย่างมาก อันเป็นที่มาของการขอรับความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟครั้งแรก รวมทั้ง โอฬาร ไชยประวัติ และ เริงชัย มะระกานนท์ มีบทบาทในการแก้วิกฤตสถาบันการเงินที่ยืดเยื้อ

แต่แล้วภาวการณ์พลิกผันเป็นไปอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อช่วงเผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ซึ่งเปิดฉากขึ้นในปี 2540 ธปท.กลับแสดงบทบาทได้ไม่ดีนัก ทั้งๆ อยู่ในช่วงผู้ว่าการ ผู้มาจากนักเรียนทุน มาจากบุคคลสำคัญๆ ผู้มีเครดิตซึ่งอ้างไว้ข้างต้นเสียด้วย ถือเป็นยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ นักเรียนทุน ธปท.ในฐานะ “ลูกหม้อ” เป็นผู้ว่าการต่อเนื่องกัน

ผู้ว่าการ ธปท.ในช่วงต่อเนื่องนั้น ต่อจาก วิจิตร สุพินิจ อยู่ในภาวะสั่นไหวอย่างยิ่ง จะว่าไปตามภาวะเศรษฐกิจด้วยก็คงได้ ทั้งสองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวต่อในวาระช่วงสั้นๆ จาก เริงชัย มะระกานนท์ ผู้ว่าการคนที่ 14 (13 กรกฎาคม 2539-28 กรกฎาคม 2540) ถึง ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ผู้ว่าการคนที่ 15 (31 กรกฎาคม 2540-4 พฤษภาคม 2541)

เรื่องราวจากนั้นมีความซับซ้อน สับสนอย่างต่อเนื่อง จะว่าเป็นช่วงภาพพจน์ ธปท.ตกต่ำที่สุดก็ว่าได้ ขอไม่ขยายความไปมากกว่านี้

 

ขอตัดฉากมายังอีกยุค ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นผู้ว่าการคนที่ 20 (ดำรงตำแหน่ง 31 พฤษภาคม 2544-6 ตุลาคม 2549) จะว่าเป็นช่วงทอดเวลาให้ภาพลักษณ์ ธปท.ฟื้นฟูขึ้นก็คงได้ เขาเป็นผู้ว่าการผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ด้วยอยู่ในตำแหน่งเกิน 5 ปี เป็นคนแรก ตั้งแต่ช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่เป็นต้นมา ทั้งนี้ ยังต่อเนื่องด้วยเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง (8 ตุลาคม 2549-28 กุมภาพันธ์ 2550)

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นผู้ว่าการคนแรก มีประสบการณ์เชี่ยวกรำจากระบบธนาคารพาณิชย์ไทย และราวทศวรรษกับบทบาททางการเมืองในฐานะรัฐมนตรี รวมทั้งบุกเบิกสถาบันการเงินในภารกิจใหม่ ในภาวะการเมืองอันสับสน เขาจึงสามารถปรับตัว แสดงบทบาทได้

เป็นช่วงเวลาที่มีแผนการใหม่ แผนการใหญ่อย่างสำคัญ “แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินไทย” ในจังหวะ ระบบธนาคารพาพณิชย์ไทยกลับมาตั้งหลักได้ในปี 2544 จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ ธปท.มีบทบาท เปิดช่องให้มีจัดตั้งธนาคารใหม่ระลอกใหญ่ ห่างจากระลอกแรกกว่าครึ่งศตวรรษ ในครั้งนั้น ธปท.เพิ่งตั้งขึ้น ไม่มีบทบาทโดยตรง

ช่วงปี 2547-2550 มีการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ใหม่ 4 แห่ง เป็นไปตามแบบแผน-ธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) และอีก 2 แห่ง เป็น ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย (ธย.) ต่อมา ธย.เหลือเพียงแห่งเดียว ด้วยอีกแห่งยกระดับขึ้นเป็น ธพ.

ส่วน ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการคนที่ 24 คนปัจจุบัน ผู้มีโปรไฟล์คล้ายๆ ผู้ว่าการราวครึ่งหนึ่งของทำเนียบทั้งหมด 24 คน โดยผ่านการศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นช่วงค่อนข้างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ดร.เสนาะ อูนากูล ผู้ว่าการคนที่ 9 (24 พฤษภาคม 2518-31 ตุลาคม 2522) ถือกันว่าอยู่ยุคอิทธิพลสหรัฐ ช่วงปลายสงครามเวียดนาม

 

ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของผู้ว่าการคนปัจจุบัน เข้ากับยุคสมัยและน่าสนใจไม่น้อย ยุคดิจิทัล ปัจเจกชนเกี่ยวข้อง และเข้าถึงระบบการเงินในวงกว้างขึ้นกว่าที่ผ่านมาๆ นั่นคือ-แผนการอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) โดยไทม์ไลน์ตั้งต้นตั้งแต่ต้นปี 2566

“เพื่อเปิดให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การให้บริการดิจิทัล และการใช้ข้อมูลที่หลากหลาย เข้ามาให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้บริการรายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)” ถ้อยแถลงของ ธปท.สรุปความ เกี่ยวกับธนาคารไร้สาขาไว้ (อ้างอิงจากข่าว ธปท. 5 มีนาคม 2567)

ถ้าว่ากันตามไทม์ไลน์อย่างเคร่งครัด โฉมหน้าธนาคารไร้สาขาในไทย จะปรากฏขึ้นอย่างเป็นทางการ (19 กันยายน 2568) ไม่กี่วันก่อนวาระดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน จะสิ้นสุดลง

ทั้งนี้ ธนาคารไร้สาขา จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้น จะอยู่ในยุคผู้ว่าการคนต่อไป •

 

วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

ผู้ว่าการแบงก์ชาติ (1)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จริงลวง จริงแท้ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไทยใหม่ ศรีกรุง
สงครามตลอดกาล! ปัญหาสงครามไทย-กัมพูชา
3 คนไทย ในบอลโลก
นับถอยหลัง เข้าสู่โลกยุคไร้แผ่นเกม
E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก