bg-single

โลกเดือด ‘ขย้ำ’ เศรษฐกิจ-สุขภาพ

01.06.2025

ภาวะโลกเดือดเป็นที่รู้กันว่าทำให้เกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง พายุร้าย ฝนเกรี้ยวกราด มีผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจและสุขภาพของผู้คน

จากผลวิจัยล่าสุดชี้ว่า ภาวะโลกเดือดมีผลต่อการขาดชำระหนี้และการยึดทรัพย์ของชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น และผลวิจัยทางการแพทย์พบว่าโลกเดือดมีผลทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับเพิ่มขึ้นอีกด้วย

บริษัทเฟิร์สต์ สตรีต ศึกษาวิจัยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรงที่มีการยึดทรัพย์สินของผู้กู้ที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางชี้ว่า ภายในปี 2578 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า หากภาวะโลกเดือดยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งพายุเฮอร์ริเคน พัดกระหน่ำพื้นที่ชายฝั่งของสหรัฐ ฝนถล่มอย่างหนักหน่วงจนเกิดน้ำท่วมรุนแรง หรือเกิดคลื่นความร้อนและไฟป่าเผาบ้านเรือนพังพินาศ คนอเมริกันจะถูกยึดทรัพย์มากขึ้นถึง 380 เปอร์เซ็นต์

“เฟิร์สต์ สตรีต” บอกว่า อเมริกันคนไหนมั่งคั่งร่ำรวยต้องดูที่คนคนนั้นมีทรัพย์สินโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์มากน้อยแค่ไหน และหากอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้พังพินาศ ความมั่งคั่งร่ำรวยก็หดหายไปด้วย

บ้านเรือนที่พังเสียหายเพราะน้ำท่วมหรือไฟป่า เจ้าของบ้านซึ่งส่วนใหญ่มักจะจำนองบ้านกับสถาบันการเงิน ต้องหาเงินมาซ่อมแซม ขณะที่ค่าประกันภัยเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี กลายเป็นภาระผูกพันที่หนักหนาสาหัสและทำให้เกิดปัญหาการชำระหนี้

 

ผู้กู้บางคนเจอภัยพิบัติซ้ำๆ ติดต่อกันจนไม่มีปัญญาหาเงินมาเจือจุนได้เพียงพอ “เฟิร์สต์ สตรีต” บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่มีเฉพาะคนกู้ยืมเท่านั้น แต่ผู้ให้กู้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้วย

ปีนี้ประเมินว่า ผู้ให้กู้ในสหรัฐจะสูญเงินราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4 หมื่นล้านบาท) เนื่องจากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ และอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้รับจำนองทรัพย์สินอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 5,400 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตัวแปรที่สำคัญทำให้ทิศทางการยึดทรัพย์สินในสหรัฐพุ่งสูงคือการปรับขึ้นราคาค่าประกันภัย การขึ้นค่าธรรมเนียมประกันภัยทุก 1% หมายถึงการยึดทรัพย์ทั่วสหรัฐจะเพิ่มขึ้นราวๆ 1% เช่นกัน

การประเมินความเสี่ยงจากภาวะโลกเดือดรวมกับประเมินความเสี่ยงจากการกู้เงิน จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ให้กู้ แต่สำหรับผู้กู้ ราคาบ้านก็จะแพงขึ้น ดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้นด้วย ผู้กู้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกยึดทรัพย์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นพื้นที่ที่มีชุมชนอยู่อย่างหนาแน่น แต่เจ้าของบ้านไม่ต้องการเสียค่าประกันภัยในราคาแพงหรือยอมเสี่ยงไม่จ่ายประกันภัยเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง

“เฟิร์สต์ สตรีต” ยกตัวอย่างเขตดูวัล เมืองแจ๊กสันวิลล์ อยู่มุมสุดทางตะวันออกของรัฐฟลอริดา เมืองนี้เจอสภาพอากาศเลวร้ายบ่อยครั้งโดยเฉพาะเหตุการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันเนื่องจากผลพวงของพายุเฮอร์ริเคน

ผู้กู้ยืมในเขตดูวัล ถูกยึดสังหาริมทรัพย์ 900 ครั้ง เพราะขาดการชำระหนี้รวมเป็นมูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐ “ดูวัล” จึงเป็นพื้นที่ 8 ใน 10 เขตที่ลูกค้าเบี้ยวหนี้สูงสุด เป็นการเบี้ยวหนี้ที่มาจากสภาพภูมิอากาศแปรปรวน

ปีนี้ ผู้คนที่จำนองบ้านเรือนในพื้นที่รัฐลุยเซียนา รัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐแถบทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ผิดชำระหนี้สูงเพราะเจอสภาพภูมิอากาศแปรปรวนรุนแรง ทั้งไฟป่าและพายุเฮอร์ริเคน น้ำท่วมหนัก คาดว่าลูกค้าในพื้นที่แถบนี้จะมีภาวะเสี่ยงสูงที่จะถูกยึดทรัพย์เพราะไม่ยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าประกันภัย

 

ตามข้อมูลของโครงการประกันภัยน้ำท่วมแห่งชาติสหรัฐระบุคนที่เอาบ้านไปจำนองอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วม ทำประกันภัยไว้เพียง 3.1 ล้านรายเท่านั้น ขณะที่ “เฟิร์สต์ สตรีต” บอกว่า ทั้งที่พื้นที่เสี่ยงดังกล่าวมีบ้านพักอาศัยมากถึง 18 ล้านหลัง

ไปดูงานวิจัยอีกชิ้นซึ่งมาการประชุมของสมาคมทรวงอกอเมริกัน (American Thoracic Society) ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเร็วๆ นี้เป็นงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกมีผลต่อผู้ป่วยด้วยโรคหยุดหายใจขณะหลับจากการหยุดกั้นหรือโอเอสเอ (obstructive sleep apnea) ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูง หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองและเสียชีวิต

ตามข้อมูลการแพทย์ โรคโอเอสเอหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับเริ่มจากการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน การหายใจเข้ามากขึ้นเพื่อเอาชนะทางเดินหายใจที่ตีบแคบ ความดันที่เป็นลบเพิ่มมากขึ้นระหว่างการหายใจเข้าช่องคอตีบแคบลงกว่าเดิม จึงทำให้ขาดจังหวะในการหายใจบ่อยครั้ง และแต่ละครั้งนานกว่าคนปกติ

ถ้าหยุดหายใจหลายครั้งในขณะนอนหลับจะส่งผลให้ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดลดน้อยลง สมองจะได้รับออกซิเจนน้อยลงไปด้วย เมื่อสมองขาดออกซิเจนก็จะต้องคอยปลุกให้ผู้ป่วยตื่นเพื่อเริ่มหายใจใหม่

เมื่อสมองได้รับออกซิเจนเพียงพอแล้ว ผู้ป่วยก็จะสามารถหลับลึกได้อีกครั้ง แต่การหายใจจะเริ่มติดขัดขึ้นอีก สมองก็ต้องปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นใหม่ วนเวียนเช่นนี้ตลอดคืน เป็นผลให้ผู้ป่วยนอนหลับได้ไม่เต็มที่

 

คนที่ป่วยเป็นโรคโอเอสเอจะมีผลต่อการทำงานเนื่องจากนอนหลับไม่เต็มที่ จะเกิดอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน และถ้าขับรถมีแนวโน้มจะเกิดอุบัติเหตุสูงเพราะอาจเกิดอาการหลับใน หรืออุบัติเหตุจากทำงานกับเครื่องจักร

นักวิจัยจากสถาบันวิจัยการแพทย์และสุขภาพ รัฐเซาธ์ออสเตรเลีย ซึ่งศึกษาเรื่องนี้ได้รวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ประมวลผลจากผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจขณะหลับจำนวน 125,295 รายใน 41 ประเทศ บันทึกข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม 2563-กันยายน 2566

เซ็นเซอร์ซุกไว้ใต้ที่นอนตรงกับหน้าอก บันทึกการเปลี่ยนแปลงระบบความดันอากาศ บันทึกการเคลื่อนไหวของร่างกาย ระบบทางเดินหายใจและการเคลื่อนไหวของหัวใจ จะเห็นข้อมูลหลากหลายทั้งระยะเวลาการนอน ระยะการนอนหลับ การตื่นขึ้นและช่วงเวลาหยุดหายใจขณะหลับ

นักวิจัยรวบรวมข้อมูลของแต่ละคนที่ใช้เซ็นเซอร์ 509 คืน นำไปเชื่อมโยงกับผลลัพธ์กับแบบจำลองอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง ปรากฏว่า ใน 29 ประเทศที่อยู่ในกลุ่มวิจัย ผู้ใช้เครื่องช่วยหายใจขณะหลับพบภาวะการหยุดหายใจที่สัมพันธ์กับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น

ผลศึกษายังพบอีกว่า เมื่อปี 2566 อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นมีผลทั้งต่อสุขภาพร่างกายและกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทำให้ผลผลิตลดลงคิดเป็นมูลค่า 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในทางการแพทย์พบว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงมีผลต่อผู้ป่วยด้วยโรคโอเอสเอมานานแล้ว แต่ข้อมูลการวิจัยล่าสุดเป็นเครื่องตอกย้ำให้เห็นว่า ภาวะโลกเดือดส่งผลกระทบกับระบบสุขภาพของผู้คนมากขึ้นและมีอัตราเพิ่มสูงมากนับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา อัตราเพิ่มขึ้น 50-100%

 

ปีที่แล้ว อุณหภูมิโลกเพิ่มทะลุข้าม 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ถ้าอุณหภูมิโลกพุ่งเป็น 2 องศาเซลเซียส ภายในปี 2643 ผู้ป่วยด้วยโรคโอเอสเอจะเพิ่มสูงเป็น 1.5-3 เท่า

อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากภาวะโลกเดือดที่เป็นผลของการปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศ ถ้าชาวโลกยังปล่อยก๊าซพิษ ยังใช้น้ำมัน ก๊าซและถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงเหมือนเช่นวันนี้ อนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้าชาวโลกจะเผชิญหายนภัยทั้งจากภัยแล้ง คลื่นความร้อน พายุร้าย และน้ำท่วมจะรุนแรงมากเป็นทวีคูณ

นักวิจัยของเบลเยียมคำนวณว่า เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา มีจำนวนครึ่งหนึ่งหรือราวๆ 62 ล้านคนจะใช้ชีวิตในท่ามกลางความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง

เด็กๆ ในทวีปแอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลางอาจจะเผชิญกับภาวะอดอยากเพราะพืชไร่เสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยแล้งที่เกิดขึ้นถี่บ่อย

ผลวิจัยยังชี้อีกว่า ถ้าไม่มีปรากฏการณ์โลกเดือด ชาวเบลเยียมที่เกิดในช่วงปี 2503 โอกาสที่คนคนนั้นซึ่งขณะนี้มีอายุ 65 ปีจะมีโอกาสเจอกับคลื่นความร้อนเพียงแค่ 1 ใน 10,000 เท่านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นงานวิจัยของต่างประเทศที่ชี้ให้เห็นว่าภาวะโลกเดือดคุกคามผู้คนทั่วโลกทั้งเศรษฐกิจ สังคมและสุขภาพอย่างไร •

 

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

[email protected]



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน