bg-single

A ROCKING ROAD TO THE MOON การสะท้อนความเหลื่อมล้ำย่ำอยู่กับที่ ของเศรษฐกิจไทยผ่านศิลปะภาพถ่าย

01.06.2025

A ROCKING ROAD TO THE MOON

การสะท้อนความเหลื่อมล้ำย่ำอยู่กับที่

ของเศรษฐกิจไทยผ่านศิลปะภาพถ่าย

 

ในยุคศตวรรษที่ 19 ด้วยวิวัฒนาการทางสังคมที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทั้งทางด้านสังคม, การเมือง, เทคโนโลยี, อุตสาหกรรม ทําให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างกล้องถ่ายภาพ ที่ทําหน้าที่บันทึกความเป็นจริงแทนที่งานจิตรกรรมแต่ดั้งเดิม

ภาพถ่ายยังทำหน้าที่ในการบอกเล่าเรื่องราว หรือนำเสนอประเด็นต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง, สงคราม, ความรุนแรง ไปจนถึงเรื่องราวรอบตัวทั่วไป อย่างเรื่องธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม หรือวิถีชีวิตของผู้คน ในขณะเดียวกัน ภาพถ่ายก็ยังถูกนำเสนอในแง่มุมของงานศิลปะได้ด้วยเช่นกัน

ดังเช่นผลงานภาพถ่ายของ ธาดา เฮงทรัพย์กูล ศิลปินภาพถ่ายผู้ใช้ความเป็นศิลปะของภาพถ่ายเป็นสื่อในการแสดงออกเพื่อสะท้อนถึงสภาวะทางสังคมการเมืองได้อย่างน่าสนใจ ดังที่ปรากฏในนิทรรศการครั้งล่าสุดของเขาอย่าง A ROCKING ROAD TO THE MOON – ยืนบนถนนคนสู้เพื่อฝัน…

นิทรรศการภาพถ่ายที่พลิกขนบของนิทรรศการภาพถ่ายแบบเดิมๆ ด้วยการนำเสนอผลงานภาพถ่ายในรูปแบบอันแปลกใหม่ของงานศิลปะจัดวางนั่นเอง

นิทรรศการครั้งนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ โดยธาดาใช้เส้นทางการไปสู่ดวงจันทร์ (ROAD TO THE MOON) เป็นอุปมาเปรียบเปรยถึงความฝัน (สลาย) ในการไปสู่จุดสุดยอดของเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยได้แรงบันดาลใจจากการที่เขาขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน และได้พบกับถนนหนทางที่ชำรุดทรุดโทรม ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ สิ่งเหล่านี้รบกวนจิตใจของเขา และกลายเป็นภาพแทนเชิงนามธรรมของชีวิตอันไม่ราบรื่น ยากลำบากของคนในสังคม อันเกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสร้างถนน ไปจนถึงระดับโครงสร้างของการใช้ชีวิตในเมืองไทย ทั้งเหตุการณ์ตึกถล่มจากแผ่นดินไหว อุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างบนท้องถนน ที่ทำให้ชีวิตประจำวันของประชาชนเต็มไปด้วยความเหนื่อยยาก

ภายใต้รัฐที่ทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาและไร้การตรวจสอบ เขาจึงต้องการอธิบายความรู้สึกเหล่านี้ผ่านการทำงานศิลปะ ด้วยการใช้กระบวนการหล่อหลุมบ่อขรุขระของท้องถนนบนถนนสายมิตรภาพ เส้นทางกลับบ้านสู่จังหวัดนครราชสีมาของเขา ด้วยปูนปลาสเตอร์ และนำมาทำเป็นแม่พิมม์ของร่องรอยหลุมบ่อบนท้องถนน แล้วสร้างออกมาเป็นประติมากรรมเรซิ่น ที่เก็บรอยพิมพ์ของหลุมบ่อเหล่านั้นออกมาเป็นรูปธรรม โดยฉาบผิวหน้าของก้อนหลุมบ่อจำลองด้วยภาพถ่ายที่พิมพ์ด้วยเทคนิคการพิมพ์ยูวี ให้เป็นเหมือนภาพเงาสะท้อนจากน้ำขังในหลุมบ่อบนท้องถนน ที่สะท้อนเงาอันบิดเบี้ยวไม่ชัดเจนของสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าอลังการที่สร้างโดยภาครัฐอย่างอาคารศูนย์ราชการ, อาคารสำนักงบประมาณ, โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษพระราม 2 (ที่ไม่รู้จะเสร็จในชาติไหน!)

หรือแม้แต่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่อันทรงเกียรติ

ธาดายังตั้งชื่อภาพถ่ายบนหลุมบ่อเหล่านี้โดยหยิบยืม (แกมเสียดสี) คำโฆษณาชวนเชื่อ หรือพาดหัวข่าวของอภิมหาโครงการของภาครัฐในสื่อต่างๆ อย่างเช่น The Largest and Most Impartial Court of Justice (2025) (ศาลยุติธรรมที่ใหญ่โตและสำคัญที่สุด), The Bureau of the Budget Serves as a Key Mechanism in Driving the Policies of the Thai Government. Its Role Is to Ensure That Budget Planning Is Efficient and Transparent, Allowing Public Funds to Be Channeled Into the Thai Economy Effectively-Ultimately Aiming to Enhance the Quality of Life and Increase the Happiness of the Thai People (2025) (สำนักงบประมาณที่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไทย โดยมีบทบาทในการวางแผนงบประมาณให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส เพื่อให้สามารถจัดสรรเงินงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มความสุขให้กับประชาชนชาวไทย), The Most Refined and Luxurious Government Complex (2025) (อาคารศูนย์ราชการที่หรูหราและประณีตที่สุด), The Largest Parliament Building in the World (2025) (อาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลก), Bangkok Became Home to Southeast Asia’s Largest Train Station (2025) (กรุงเทพฯ กลายเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้), A Masterpiece in Progress – Over 2,500 Construction-Related Accidents on Our Roads in Just Seven Years. Safety, Under Construction, (2025) (ผลงานชิ้นเอกที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์-อุบัติเหตุจากการก่อสร้างบนท้องถนนกว่า 2,500 ครั้งในระยะเวลาเพียงเจ็ดปี ความปลอดภัย : กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง)

ซึ่งถ้อยคำเหล่านี้ฟังดูช่างย้อนแย้งและสวนทางกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศนี้เสียเหลือเกิน (ยกเว้นอันสุดท้ายอะนะ!)

ธาดามองว่าการสร้างโครงการสถาปัตยกรรมเหล่านี้นี่เอง ที่เบียดบังงบประมาณของแผ่นดินที่ควรจะใช้ในการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบขนส่งสาธารณะ ถนนหนทางที่ดี หรือแม้แต่คุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ

เขาต้องการตีแผ่ถึงโครงสร้างความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย ด้วยภาพสะท้อนของโครงสร้างสถาปัตยกรรมเหล่านี้ที่เป็นเหมือนโครงสร้างขนาดมหึมาที่กำลังกดทับผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้อยู่

ภาพถ่ายบนหลุมบ่อเหล่านี้ยังถูกพยุงด้วยโครงสร้างเหล็กเส้นบางๆ ที่ทำให้เราอดนึกไปถึงโครงสร้างเหล็กเส้น (อันไร้คุณภาพ) ของอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหลังใหม่ ที่เพิ่งถล่มไปไม่นานมานี้ไม่ได้เลย

รายรอบภาพถ่ายบนหลุมบ่อเหล่านี้ยังรายล้อมด้วยประติมากรรมจัดวางรูปเศษชิ้นส่วนแตกหักของพื้นถนนยางมะตอย ที่ธาดาจำลองมาจากถนนหลวงจริงๆ อย่างแทบจะไม่ผิดเพี้ยน

ประติมากรรมและหลุมบ่อเหล่านี้ สร้างบรรยากาศให้ผู้ชมอย่างเราๆ มีความรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่บนถนนหลวงในประเทศไทยอันชำรุดทรุดโทรม เต็มไปด้วยหลุมบ่อจริงๆ อยู่ไม่หยอก

หน้าผนังด้านหนึ่งของห้องแสดงงาน ประกอบด้วยผลงานสามชิ้นอย่าง Economic Cycle I, II, III (2025) ประติมากรรมจัดวางที่จำลองแผงกั้นถนน หรือ แบริเออร์คอนกรีต ที่เราพบเห็นกันจนชินตาตามท้องถนนหรือทางหลวงต่างๆ หากแต่เขาดัดแปลงให้แบริเออร์คอนกรีตมีลักษณะที่เคลื่อนไหวโยกเยกคล้ายตุ๊กตาล้มลุกด้วยกลไกอัตโนมัติบางอย่าง

ด้านบนของแบริเออร์คอนกรีต ยังมีโครงเหล็กที่ขึงผ้าใบไวนีลพิมพ์ลวดลายคล้ายกับป้ายโฆษณาขายโครงการชวนฝันของภาครัฐ หากแต่ธาดาแทนที่ภาพโฆษณาเหล่านั้นด้วยภาพถ่ายภูมิทัศน์ย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ทั้งสีลม สยามสแควร์ ฯลฯ เพื่อเป็นอุปมาที่สื่อสะท้อนถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่โยกเยกหมุนวนเป็นวงจรอุบาทว์ ไม่เติบโตไปถึงไหน

หนำซ้ำความเจริญยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แค่เพียงไม่กี่ส่วนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ในอดีต เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ประเทศไทยเคยมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จนถูกเปรียบเปรยว่าประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นเสือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย เคียงข้างประเทศอย่าง ฮ่องกง, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ไต้หวัน แต่กลับกลายเป็นว่าประเทศไทยมีความถดถอยอย่างมาก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและความเจริญของประเทศ

เปรียบเหมือนเรากำลังเกือบจะเดินทางไปแตะดวงจันทร์ได้ หากไปไม่ถึง ร่วงหล่นลงมาเสียก่อน แถมพอเศรษฐกิจกำลังจะกระเตื้องหน่อย ก็ดันเกิดเหตุการณ์รัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำแล้ว เหมือนคนกำลังเดินย่ำอยู่กับที่ ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาล้มลุกที่โยกเยกไปมา แต่ไปไม่ถึงไหนเสียที

บนผนังด้านในสุดของห้องแสดงงาน ยังฉายผลงานวิดีโอ Mittraphap Road Has Never Changed (2025) ที่ธาดาได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์สารคดีโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับถนนมิตรภาพ หรือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ทางหลวงสายสระบุรี-สะพานมิตรภาพจังหวัดหนองคาย (เขตแดนไทย/ลาว) ที่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางสหรัฐในด้านงบประมาณและเทคนิคในการก่อสร้าง ไม่ต่างอะไรกับของขวัญแห่งมิตรภาพชิ้นสำคัญที่ประเทศไทยได้รับจากสหรัฐอเมริกาในยุคสงครามเย็น

ธาดาล้อเลียนการนำเสนอภาพโฆษณาชวนเชื่อของถนนแห่งสายสัมพันธ์เส้นนี้ ที่ถูกผลิตซ้ำวนเวียนไปมาภายใต้กรอบวาทกรรมของการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ด้วยวิดีโอที่ธาดาบันทึกการเดินทางกลับบ้านของเขาบนถนนสายนี้ และดัดแปลงด้วยเทคนิค slit-scan ที่ขมวดรวมทุกห้วงเวลาของฟุตเทจภาพเคลื่อนไหวที่เขาบันทึกเอาไว้ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต มาหลอมรวมเอาไว้ในเวลาเดียวกัน เพื่อประกอบสร้างเป็นภูมิทัศน์อันบิดเบี้ยว ให้เป็นอุปมาถึงการมอมเมาผู้คนด้วยความฝันลมๆ แล้งๆ ของภาครัฐ ผ่านการแสดงภาพซ้ำซ้อนของถนนหนทางอันชำรุดทรุดโทรมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ปิดท้ายด้วยผลงาน A Dream to One Day Touch the Moon (2025) ภาพถ่ายของกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ ที่ใช้ปฏิบัติภารกิจในอวกาศขององค์การนาซ่า ที่ถูกปล่อยตัวสู่อวกาศ หากแต่เกิดอุบัติเหตุระเบิดหลังจากที่ปล่อยกระสวยสู่ท้องฟ้าได้ 73 วินาที ในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ.2529 ทำให้ลูกเรือทั้ง 7 คนในยานเสียชีวิตทั้งหมด

ธาดาใช้ภาพเหตุการณ์ภัยพิบัติช็อกโลกในอดีตครั้งนั้น มาใส่กรอบขรุขระที่หล่อจากหลุมบ่อบนถนนหลวง เพื่อเป็นอุปมาถึงความใฝ่ฝันในการไปสู่จุดสุดยอดของเป้าหมายทางเศรษฐกิจของประเทศเรา ที่ประสบความล้มเหลว ไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้นั่นเอง

นิทรรศการ A ROCKING ROAD TO THE MOON – ยืนบนถนนคนสู้เพื่อฝัน… โดย ธาดา เฮงทรัพย์กูล และภัณฑารักษ์ สุระวิทย์ บุญจู จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม-13 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00-19.00 น. ที่ HOP PHOTO GALLERY, ชั้น 2 MMAD, มันมัน ศรีนครินทร์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]

ขอบคุณภาพจาก HOP PHOTO GALLERY ภาพถ่ายโดย Preecha Pattara •

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ