เปิดสเป๊ก ‘OMODA C5 EV’ MY2025 SUV ไฟฟ้าออปชั่นเต็ม-ราคา (ใหม่) น่าคบ

ยังไม่จบง่ายๆ กับศึกหั่นราคาของกลุ่มรถไฟฟ้าจากจีน
เพราะในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ก็จัดหนักไปแล้วรอบหนึ่ง
ล่าสุดมาอีกค่ายโอโมดา แอนด์ เจคู ที่ประกาศลดราคารุ่น “OMODA C5 EV” ลงอีก 250,000 บาท
พร้อมเปลี่ยนชื่อเรียกรุ่นย่อยใหม่ จาก Plus เป็น “Dynamic” และรุ่นท็อป Ultimate เป็น “Max”
ที่เจ๋งและยั่วน้ำลายสุดสุด ไม่พ้นแม้ปรับราคาลงแต่ยังคงของแถมและสิทธิประโยชน์อื่นๆ เหมือนเดิม
ไม่ว่าจะเป็นฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 5 ปี
โฮมชาร์จเจอร์พร้อมติดตั้ง (เฉพาะรุ่น Max)
รับประกันครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
เล่นหนักเสียขนาดนี้ มารู้จักกับรถรุ่นนี้กันเผื่อเป็นทางเลือก สำหรับคนที่กำลังมองหารถไฟฟ้าไว้ใช้งาน

“OMODA C5 EV” MY2025 จัดอยู่ในกลุ่มเอสยูวี B-Segment นำเข้า
มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
แต่ดูจากสเปคแล้ว ตัวท็อปรุ่น “Max” แพงกว่า 50,000 บาท แต่จัดออปชั่นชุดใหญ่ไฟกะพริบ
เรียกว่าตั้งราคามาให้ลูกค้าเดินไปเลือกรุ่นท็อปเป็นหลักก็ว่าได้
ใช้สไตล์การออกแบบ “Light of Movement” เน้นความสปอร์ตและล้ำยุค
กระจังหน้าแบบปิดทึบ ไฟหน้าแยกส่วนไฟต่ำ-สูงหลักด้านล่างพร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

ไฟ DRL LED วางแนวนอน
ด้านข้างเน้นความโฉบเฉี่ยวพร้อมเส้น Character Line คมชัดตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านท้ายรถ
ตกแต่งด้วยสีดำเงา Piano Black ส่วนมือจับประตูแบบ Pop-up
หลังคา Panoramic Sunroof ลักษณะลาดแบบ Coupe พร้อมสปอยเลอร์ท้าย
ไฟท้ายแบบ X-STYLE LED ไฟเลี้ยวด้านหลังเป็นแบบ Sequential
เปิดฝากระโปรงท้ายไฟฟ้า พร้อม Kick Sensor (เฉพาะรุ่น Max)
เสาอากาศแบบ ครีบฉลาม
ล้ออัลลอย 18 นิ้วลายสปอร์ต

ภายในออกแบบล้ำสมัย แฝงความหรูหรา และเรียบง่าย
มีให้เลือกทั้งโทนสีดำ และสีน้ำเงิน-ขาว
คอนโซลกลางออกแบบลอยตัว พร้อมช่องเก็บของใต้คอนโซล
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอคู่ขนาดรวม 24.6 นิ้วรวมจอวัดผลการขับขี่ และจอ Infotainment เข้าด้วยกัน
มีระบบสัมผัสและรองรับภาษาไทย
หน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้า (เฉพาะรุ่น Max)
ระบบความบันเทิงรเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto
มีระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
ระบบเสียงรอบทิศทาง SONY ลำโพง 8 ตำแหน่ง
ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) กำลังชาร์จ 50 วัตต์ (เฉพาะรุ่น Max)
ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) 256 เฉดสี (เฉพาะรุ่น Max) มีไฟสร้างบรรยากาศ 64 สีในพื้นที่ด้านหลัง
มีช่องเชื่อมต่อ USB Type A และ Type C

ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมระบบกรองฝุ่นละออง PM 2.5
มีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
พร้อมระบบกรองฝุ่นละออง PM 2.5
เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ ด้านคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง
ผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง
มีฟังก์ชั่นระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งคู่หน้า (เฉพาะรุ่น Max)
เบาะนั่งด้านหลังสามารถแยกพับอิสระแบบ 60:40 มีที่เท้าแขนกลางสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ขุมพลังยกระดับขึ้นจากรุ่นเดิมเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้ามีพละกำลังเพิ่มขึ้นจาก 204 เป็น 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 340 นิวตัน-เมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 7.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด 172 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ใช้แบตเตอรี่ขนาด 61 kWh
วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 505 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
รองรับหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo
การชาร์จกระแสสลับ (AC) 9.9 kW
ชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge) สูงสุด 80 kW จาก 30-80% ภายใน 28 นาที
พร้อมระบบจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอก ขนาด 3,300 วัตต์
ขนาดตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,830 x 4,400 x 1,588 ม.ม.
ฐานล้อ 2,630 ม.ม.
ถือว่าพอฟัดฟอเหวี่ยงกับคู่แข่งทั้ง BYD Atto 3 และ MG ZS EV

ความปลอดภัยและตัวช่วยการขับขี่ ไม่แพ้ใครในเซ็กเมนต์เดียวกัน
โครงสร้างตัวถังทำจากเหล็ก High-strength steel ถุงลมนิรภัยจำนวน 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า, ด้านข้าง และม่านนิรภัย)
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS)
อาทิ เตือนการชนด้านหน้า เตือนการชนด้านหลัง เตือนการออกนอกเลน เตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง เตือนเมื่อเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ช่วยเบรกขณะถอยหลัง ช่วยเหลือเพื่อเปลี่ยนเลน
ระบบควบคุมรถเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ ช่วยเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ
ระบบหน่วงพวงมาลัยกลับเข้าช่องทาง
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน

ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ
มีระบบตัดการจ่ายไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
กล้องมองหลังและกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
ส่วนอื่นๆ เป็นระบบทั่วไปมีครบ เช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรก ระบบลดกำลังขับเคลื่อนเพื่อช่วยเบรก
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ระบบป้องกันรถไหลเมื่อขึ้นทางลาดชัน ฯลฯ
OMODA C5 EV Long range Dynamic ราคา 649,000 บาท (เดิม 899,000 บาท)
OMODA C5 EV Long range Max ราคา 699,000 บาท (เดิม 949,000 บาท) •
ยานยนต์ สุดสัปดาห์ | สันติ จิรพรพนิต
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
