bg-single

KAWS-สงกรานต์ : จุดเริ่มใหม่สนามหลวง ในฐานะพื้นที่สาธารณะ?

29.05.2025

พื้นที่ระหว่างบรรทัด | ชาตรี ประกิตนนทการ

 

KAWS-สงกรานต์

: จุดเริ่มใหม่สนามหลวง

ในฐานะพื้นที่สาธารณะ?

 

“ไม่มีฉากหลังอื่น ที่เหมาะสมกว่านี้แล้วฤ นี่คือวัดพระศรีรัตนศาดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เชียวนะ ประติมากรรมสูงสะขนาดนั้น”

…”เข้าใจว่าเป็นงานศิลปะ แต่ควรรู้กาลเทศะด้วยว่า จัดอยู่ตรงไหน สนามหลวงเป็นสถานที่ทำพิธีสำคัญของชาติหลายวาระ หลายโอกาส ยิ่งฉากหลังเป็นวัดพระแก้วอีก คนจัดควรคิดให้รอบคอบ ถึงความเหมาะสมด้วยค่ะ”

…”ดูแล้วเหมือนโครงกระดูก กะโหลก ความตาย ไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย ไม่เหมาะกับโลเกชั่นที่ด้านหลังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของไทยอย่างนี้เลยค่ะ”

ตัวอย่างข้อความบางส่วนในโลกออนไลน์ที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรม KAWS : HOLIDAY THAILAND ซึ่งเป็นการติดตั้งประติมากรรม “Companion” ขนาดสูง 18 เมตร ผลงานของคุณ Brian Donnelly (KAWS) ในพื้นที่ฝั่งทิศใต้ของสนามหลวง

KAWS : HOLIDAY THAILAND สนามหลวง

แม้กระแสไม่เห็นด้วยจะมีอยู่ไม่มากนัก และไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเลยต่อการจัดงาน แต่ผมคิดว่ามีประเด็นที่น่าสนใจ

ยิ่งหากมองย้อนกลับไปเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ใหญ่ในพื้นที่สนามหลวง เราก็จะพบการแสดงความเห็นบางส่วนที่ไม่พอใจเช่นกัน โดยพวกเขามองว่า สนามหลวงเป็นพื้นที่สำหรับวัฒนธรรมไทยและใช้สำหรับงานพิธีที่แสดงออกถึงความเป็นไทยอย่างมาก การปล่อยให้จัดคอนเสิร์ต ดีเจมาเปิดเพลงเต้นเสียงดัง กิจกรรมสาดน้ำ และผู้คนแต่งตัวโป๊ ฯลฯ เป็นความไม่เหมาะสม

พวกที่มีทัศนะเช่นนี้ ส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าความคิดที่พวกเขามีต่อสนามหลวงนั้นเป็นเพียงความทรงจำที่เพิ่งถูกสร้างไม่นาน ย้อนกลับไปไม่ไกลเกิน พ.ศ.2554

และเป็นความทรงจำที่ถูกสร้างอย่างสัมพันธ์กับการเมือง ที่ต้องการเปลี่ยนสนามหลวงจากการเป็น “พื้นที่สาธารณะ” กลับไปเป็น “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” คล้ายสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์

งานสงกรานต์สนามหลวง พ.ศ.2568
ที่มา : เพจ ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 สนามหลวงจากที่เคยจำกัดการใช้งานเฉพาะพระราชพิธี พิธีทางศาสนา และกิจกรรมที่กษัตริย์ทรงเห็นชอบ ได้ปรับเปลี่ยนความหมายของพื้นที่มาสู่พื้นที่สาธารณะมากขึ้น

ภาพถ่ายเก่าเป็นจำนวนมากของเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เมรุสามัญชนแห่งแรกกลางสนามหลวงเพื่อเผาศพทหารตำรวจ 17 นายที่ตายจากการปราบกบฏบวรเดช, กิจกรรมฉลองรัฐธรรมนูญ, นักการเมืองไฮด์ปาร์ก, ตลาดนัดสนามหลวง, เล่นว่าว, ตะกร้อลอดห่วง, ขายอาหาร, ดูหมอ, จัดคอนเสิร์ต, ชุมนุมทางการเมือง ฯลฯ คือหลักฐานที่ยืนยันความเป็นพื้นที่สาธารณะของสนามหลวงอันยาวนานกว่า 80 ปี

สนามหลวงในช่วงดังกล่าวไม่เคยมีความหมายเดียว ไม่เคยทำหน้าที่อย่างแคบๆ เพียงจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมไทยประเพณี แต่เต็มไปด้วยกิจกรรมสมัยใหม่นานาประเภท

และที่สำคัญคือเปิดกว้างต่อคนทุกกลุ่มในสังคมอย่างแท้จริง

แต่เพียงไม่กี่เดือนภายหลังการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในปี 2553 ที่ตามมาด้วยโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ สนามหลวงถูกปิดเป็นเวลาประมาณ 1 ปีด้วยเหตุผลเรื่องการปรับปรุงบูรณะพื้นที่ และเมื่อมีการเปิดใช้งานอีกครั้งในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2554 ภาพที่ทุกคนเห็นคือ รั้วโลหะถูกสร้างขึ้นล้อมรอบสนามหลวงที่มาพร้อมกฎระเบียบการใช้งานอย่างเข้มงวด กิจกรรมเกือบทั้งหมดถูกห้าม คงเหลือไว้เพียงพระราชพิธี รัฐพิธี และกิจกรรมบางอย่างที่ผู้มีอำนาจเห็นชอบ

อาจกล่าวได้ว่า การสร้างรั้วล้อมสนามหลวงคือจุดเปลี่ยนในการหมุนย้อนเวลากลับไปสู่สนามหลวงในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นจุดเริ่มของการทำลายความเป็นพื้นที่สาธารณะของสนามหลวง และเป็นจุดตั้งต้นของการสร้างความทรงจำว่าด้วยสนามหลวงคือพื้นที่ที่ถูกใช้เฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมไทยประเพณีเท่านั้น (ดูเพิ่มใน https://www.the101.world/sanamluang/)

เพียงแค่ 14 ปีเท่านั้น ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 80 ปีของพื้นที่สาธารณะที่สำคัญที่สุดในสังคมไทยก็ถูกลบลืมไปได้อย่างน่าประหลาดสำหรับใครหลายๆ คน

 

การล้อมรั้วสนามหลวงจึงไม่ใช่เพียงการปรับภูมิทัศน์ทางกายภาพ แต่คือการล้อมรั้วความทรงจำสาธารณะ และเริ่มเขียนความทรงจำใหม่ให้สอดคล้องกับอุดมการณ์ของผู้มีอำนาจอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

ดังนั้น ในทัศนะผม การจัดงานสงกรานต์กลางท้องสนามหลวงในปีนี้ ที่ตามมาด้วยการเดินทางมาของ KAWS จึงมีนัยยะบางอย่างที่น่าสนใจ

ภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติและวัยรุ่นหนุ่มสาวชาวไทยต่างใช้ปืนฉีดน้ำยิงกันกลางท้องสนามหลวงภายใต้เสื้อผ้าที่ไม่มิดชิดนักในงานสงกรานต์ ทุกคนต่างเต้นไปกับเสียงดนตรีที่อึกทึกตามจังหวะที่เร้าอารมณ์ของดีเจ ท่ามกลางพื้นที่ซึ่งเคยถูกตีกรอบว่าต้องสงบ ขรึม และศักดิ์สิทธิ์ ในแง่หนึ่งมันเป็นเสมือนการดึงความหมายของสนามหลวงในช่วงหลัง 2475-2553 ให้ฟื้นชีวิตกลับมาอีกครั้ง

ส่วนประติมากรรม “Companion” สูง 18 เมตรโดยมีวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลัง คือสัญลักษณ์เล็กๆ ที่ทรงพลังของการแทรกแซงทางวัฒนธรรม มันอาจไม่ได้ตั้งใจท้าทาย แต่กลับก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนพอสมควรในเชิงความหมาย เพราะมันทำให้พื้นที่ที่เคยถูกขีดเส้นไว้อย่างเคร่งครัดต้องเปิดพื้นที่ให้กับความร่วมสมัยและไม่มีความเป็นไทยเลยแม้แต่น้อยในทัศนะของคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งที่ตั้งของมันที่ตั้งอยู่ ณ ปลายสุดของสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของสนามหลวง แตกต่างจากฝั่งทิศเหนือที่จะไม่สร้างความรู้สึกแปลกมากนักหากถูกใช้จัดกิจกรรมแบบนี้

เมื่องานสงกรานต์เริ่มต้น ผมคิดว่าจะต้องมีกระแสโจมตีต่อต้านที่รุนแรงอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด แม้จะมีหลายคนออกมาแสดงความไม่พอใจ แต่ก็อยู่ในปริมาณที่น้อยมากจนไม่มีนัยยะสำคัญ ซึ่งทำให้ผมแปลกใจและดีใจไม่น้อย

ในกรณีของ KAWS นอกจากเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลก ผมคิดว่าเป็นโชคดีที่งานของเขามีส่วนผสมของ Pop Art ร่วมสมัยที่ได้อิทธิพลเชื่อมโยงกับการ์ตูน และของเล่น ซึ่งแม้แนวคิดการสร้างงานจะแฝงด้วยการพูดถึงประเด็นทางสังคม แต่ก็มิได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดูรุนแรงทางแนวคิดแต่อย่างใด

และสำหรับคนเป็นจำนวนมาก มันคือสิ่งน่ารักที่ควรแก่การไปถ่ายภาพด้วย เป็นอีกหนึ่ง Instagrammable place (แบบชั่วคราว) ที่ต้องไปเช็กอิน ซึ่งทำให้ “Companion” ไม่เข้าไปกระตุ้นความไม่พอใจในกลุ่มอนุรักษนิยมสุดโต่งมากจนเกินไป

 

ผลงานศิลปะ “Companion” ของ KAWS และสงกรานต์ เป็นจุดเปลี่ยนเชิงบวกของการใช้พื้นที่สนามหลวงที่ทั้งน่าสนใจและน่าสนับสนุนไปพร้อมกัน ทั้งสองงานไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมบันเทิงหรือการสร้างสีสันทางวัฒนธรรม แต่คือการส่งสัญญะว่าพื้นที่สาธารณะแห่งนี้กำลังถูก “ทวงคืน” (ไม่ว่าจะตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือไม่ก็ตาม) กลับมาให้ประชาชนอีกครั้ง หลังจากถูกจำกัดควบคุมการใช้อย่างเข้มงวดมานานกว่า 10 ปี

สุดท้ายนี้ก็อยากตั้งความหวังต่อไปว่า สนามหลวงจะเปิดพื้นที่การใช้งานให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมในอดีตที่เคยทำได้หลายๆ อย่างควรได้รับการรื้อฟื้นและอนุญาตให้กลับมาได้ ไม่ว่าจะเป็น การเล่นว่าว, ตะกร้อลอดห่วง, จัดคอนเสิร์ต ฯลฯ

สำคัญที่สุดคือ หากสามารถรื้อถอนรั้วเหล็กที่ล้อมรอบออกไปได้พร้อมกับเปิดพื้นที่นี้สำหรับการแสดงออกทางการเมืองได้อีกครั้งก็จะดีเยี่ยม

 

สําหรับผม สนามหลวงโดยตัวมันเองเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ที่โยงใยไปสู่อุดมการณ์ประชาธิปไตยในสังคมไทย

อาจเนื่องด้วยการเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งระดับประชาธิปไตยหลายครั้ง และองค์ประกอบทางกายภาพที่เอื้อต่อการเป็นพื้นที่รองรับความหมายทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ตั้ง คุณลักษณะของพื้นที่ และการเข้าถึงพื้นที่

ขอให้ลองมองไปยังพื้นที่ที่เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองแบบนี้ในสังคมอื่นดูนะครับ เราจะพบว่าแทบทุกที่ล้วนแล้วแต่เป็นลานอันเปิดโล่ง สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากทุกทิศทุกทาง เป็นตำแหน่งศูนย์รวมของเส้นทางคมนาคม เป็นจุดรวมทางสายตา เป็นพื้นที่ที่แวดล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจรัฐ และที่น่าสังเกตคือ แทบทั้งหมดไม่มีการสร้างรั้วกั้นรอบ

KAWS : HOLIDAY THAILAND และกิจกรรมสงกรานต์กลางท้องสนามหลวงจะเป็นจุดเปลี่ยนของการฟื้นฟูสนามหลวงในฐานะพื้นที่สาธารณะที่แท้จริงอีกครั้ง หรือเป็นเพียงกิจกรรมบันเทิงชั่วคราวที่จางหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดในเชิงนโยบายและความหมายของพื้นที่?

แม้คำตอบอาจยังไม่ชัดเจนในขณะนี้ แต่อย่างน้อยก็เป็นคำถามสำคัญที่ควรถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาและร่วมกันผลักดันอย่างจริงจังในอนาคต

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?