วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com
เรื่องราว ร่างเงา เครือข่ายธุรกิจครอบครัวใหญ่ไทยแห่งหนึ่ง กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
“ท่ามกลางความเคลื่อนไหวระยะใกล้มานี้ คึกคักเป็นพิเศษ เป็นที่น่าสังเกตว่า เป็นไปอย่างแตกต่างจากโมเดลธุรกิจ เครือซีพีของตระกูลเจียรนนท์ และกลุ่มเซ็นทรัลของตระกูลจิราธิวัฒน์ ด้วยไม่ได้อ้างถึงกลุ่มทีซีซีอย่างที่ควร อาจจะเป็นความตั้งใจก็เป็นไปได้ ในโมเดลที่แตกต่าง กรุยทางสู่อนาคต เพื่อเข้าสู่รุ่นที่ 2 อย่างเต็มตัว…” ผมได้เสนอไว้เมื่อไม่นานมานี้ (จากเรื่อง “กลุ่มทีซีซี ที่เป็นไป” มติชนสุดสัปดาห์ 14 มีนาคม 2568)
ว่าด้วยเครือข่ายธุรกิจในนาม-กลุ่มทีซีซี มีผู้นำ ผู้ก่อตั้ง-เจริญ สิริวัฒนภักดี (2487-ปัจจุบัน) “…เริ่มจากกิจการขนาดเล็กเมื่อปี 2503…” แม้ข้อมูลทางการ (ww.tcc.co.th) ว่าไว้อย่างนั้น ขณะผมเองเคยว่าไว้อย่างสรุปหลายครั้งในทำนอง “เจริญ สิริวัฒนภักดี สร้างฐานธุรกิจมาด้วยความยากลำบาก จนอาจจะเรียกว่าเป็น ‘คนสุดท้าย’ จากจุดตั้งต้นเกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจ อ้างอิงความสัมพันธ์กับระบบอุปถัมภ์ และสัมปทานดั้งเดิม…”
ขณะข้อมูลของทีซีซี (ww.tcc.co.th) เคยวาดภาพกว้างๆ ช่วงต้นๆ ไว้เช่นกัน
“จากการขายสินค้าให้โรงงานสุรา พัฒนามาสู่การเป็นเจ้าของโรงงานสุรา จนได้รับสัมปทานโรงงานสุราทั้งหมด…”
ข้อเขียนครั้งก่อนหน้า ให้ความสำคัญ จับภาพช่วงปรับตัวครั้งใหญ่ราวปี 2544 กลุ่มทีซีซี สามารถกลับมาตั้งหลัก หลังจากวิกฤตการณ์ปี 2540 แม้สูญเสียธุรกิจสำคัญๆ ไปบ้าง (โดยเฉพาะธนาคาร กับสถาบันการเงิน) ด้วยมีความเคลื่อนไหวอันคึกคัก มีดีลใหญ่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ เข้าซื้อกิจการเก่าแก่ในตลาดหุ้น (2544)-บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC จังหวะก้าวสำคัญเข้าธุรกิจอุตสาหกรรม และสินค้าคอนซูเมอร์ สู่เส้นทางธุรกิจใหม่ครั้งแรกๆ อีกด้านร่วมมือกับเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคเป็นครั้งแรกเช่นกัน (2546) กับ CapitaLand จากสิงคโปร์ ร่วมลงทุนพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทย ได้จุดประกายให้มีมุมมองสู่ภูมิภาค
ในปีนั้นเอง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้น (ตุลาคม 2546) โดยควบรวมธุรกิจดั้งเดิม-เบียร์และสุรา ช่วงแรก พยายามเข้าตลาดหุ้นไทย แต่ด้วยมีแรงต่อต้าน จึงหันเหไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) (30 พฤษภาคม 2549)
ถือเป็นจุดพลิกผันและปรากฏการณ์ย้อนแย้งอยู่บ้าง จากธุรกิจอิทธิพล เชื่อมโยงกับระบบสัมปทานดั้งเดิม ดูลึกลับ ปิดตัว สู่เครือข่ายธุรกิจใหม่เป็นระบบ เปิดกว้างขึ้น นำกิจการสำคัญเข้าตลาดหุ้น มีมืออาชีพที่มีชื่อเสียงจำนวนมากมาแวดล้อม
ขณะเดียวกัน ได้จังหวะปรับโครงสร้างกิจการในร่างเงาธุรกิจครอบครัว อ้างอิงโมเดลของตนเอง ที่ว่าด้วยสามี-ภรรยา บริหารกิจการด้วยกันอย่างใกล้ชิด บรรดาบุตรและบุตรีของเจริญ-วรรณา สิริวัฒนภักดี ได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทบริหารกิจการในเครือข่ายอย่างทันที และดูเต็มตัว ทั้งๆ ที่เวลานั้น พวกเขาและเธอเพิ่งก้าวสู่วัยเกิน 30 ปี เพิ่งผ่านการศึกษาจากต่างประเทศ กรณีบุตรีซึ่งแต่งงานแล้ว ก็เชื่อว่า สามีมีความสามารถในการบริหารด้วย
ดูอย่างกว้างๆ เป็นการจัดสรรมรดกทางธุรกิจอย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรกๆ ดูคร่าวๆ จะมีความชัดเจนพอสมควร ขณะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจที่เกี่ยวข้องให้เข้าที่เข้าทางเป็นระยะๆ
ภายใต้โครงสร้างธุรกิจนั้น บริษัทหลักซึ่งบริหารโดยบุตร-บุตรี (รวมบุตรเขย) มีโครงสร้างการบริหารเหมือนกันที่สำคัญมากๆ คือ เจริญ สิริวัฒนภักดี ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ
แสดงถึงบทบาทของเขายังคงอยู่อย่างเข้มข้น กำกับการบริหารอย่างใกล้ชิด
ประเดิมด้วย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) หรือ THAIBEV เมื่อเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ บุตรชายคนแรกซึ่งอยู่ในลำดับที่ 3-ฐาปนา สิริวัฒนภักดี เข้าบริหารกิจการมาแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน มีความพยายามขยายจินตนาการ กิจการดั้งเดิมให้กว้างขึ้น เป็นไปอย่างจริงจัง คึกคัก ต่อเนื่อง
บริษัท เครือไทยโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH กิจการการเงินและประกัน มีการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญในปี 2561 บริหารโดยบุตรีคนโต-อาทินันท์ พีชานนท์ ทั้งนี้ มีสามี (โชติพัฒน์ พีชานนท์) เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC มาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือข่ายบางส่วน นำกิจการเข้าตลาดหุ้น (ปี 2562) โดยบุตรีคนรองลงมา-วัลลภา ไตรโสรัส เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC กิจการค้าปลีกและสินค้าคอนซูเมอร์ ซึ่งก่อตั้งในสังคมไทยมานานนับศตวรรษ โดยบุตรีอีกคนในลำดับที่ 4-ฐาปนี เตชะเจริญวิกุล (ปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร) กับสามี (ปัจจุบันบริหารเครือข่ายค้าปลีก BIG C กิจการในเครือ) โดยทั้งสองเข้ามาเป็นกรรมการตั้งแต่ปี 2561
ส่วนบุตรคนสุดท้อง-ปณต สิริวัฒนภักดี บริหาร-Frasers Property Limited หรือ FPL ในสิงคโปร์ มาตั้งแต่ปี 2559 FPL-เครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลากหลายทั้งประเภทและภูมิศาสตร์ ได้แยกตัวออกจาก Fraser and Neave (THAIBEV เข้าซื้อกิจการในปี 2555) มาในปี 2560
ภายใต้โครงสร้างคณะกรรมการดังกล่าว เมื่อพิจารณาโครงสร้างผู้ถือหุ้น จะพบบริษัทชื่อต่างๆ คาดกันว่าเป็น Holding company ของครอบครัว เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เชื่อว่า “คนอก” ไม่รู้แน่ชัดว่าโครงสร้างถือหุ้นแท้จริงใน Holding company เหล่านั้นเป็นอย่างไร หากไม่ได้พิจารณากรณี THAIBEV ในตลาดหุ้นสิงคโปร์ ข้อมูลที่เปิดเผยอย่างแน่ชัด ระบุว่า Holding company ซึ่งถือหุ้นข้างมาก THAIBEV ยังอยู่ในนาม เจริญ-วรรณา สิริวัฒนภักดี
ภาพนั้นกระจ่างมากขึ้นในสังคมไทยไม่กี่วันมานี้ เมื่อทั้งสามบริษัทในตลาดหุ้น-TGH AWC และ BJC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ วันเดียวกัน (26 พฤษภาคม 2568) ด้วยข้อความเดียวกัน
“คุณเจริญได้ดำเนินการโอนหุ้นที่ตนถืออยู่ทั้งหมดในบริษัท ศรัทธาทรัพย์ 9 จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทที่มีอำนาจควบคุมกิจการของบริษัททางอ้อม) ให้แก่สมาชิกในครอบครัวของคุณเจริญ ได้แก่ บุตรทั้งห้าท่าน ในสัดส่วนเท่าๆ กัน ทั้งนี้ ไม่มีสมาชิกในครอบครัวรายใดมีอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในบริษัท ศรัทธาทรัพย์ 9 จำกัด ซึ่งถือเป็นนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้ว (Chain Principle)”
นั่นคือที่มา ข้อวิตกวิจารณ์กันอย่างอึงคะนึงว่า เจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งกลุ่มทีซีซี ได้จัดการแบ่งมรดกให้ทายาทแล้ว
อันที่จริงยังมีอีก 2 บริษัทในตลาดหุ้น-THAIBEV กับ FPL ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้
ที่สำคัญไม่แพ้กัน เกิดขึ้นมาก่อนหน้า เจริญ สิริวัฒนภักดี ได้พ้นตำแหน่งในโครงสร้างคณะกรรมการ (โดยเฉพาะประธานกรรมการ) แล้ว 2 บริษัทหลักในตลาดหุ้นไทย กับอีก 1 บริษัทในตลาดหุ้นสิงคโปร์ เป็นไปตามแผนการอย่างตั้งใจ จาก FPLในสิงคโปร์ (7 กุมภาพันธ์ 2568) และ AWC (2 กุมภาพันธ์2568) กับ BJC (22 มีนาคม 2568) ในตลาดหุ้นไทย
ทั้งนี้ ล้วนปรากฏชื่อ “คนนอก” เป็นประธานกรรมการคนใหม่ ที่น่าสนใจ ชุมพล ณ ลำเลียง อดีตผู้บริหารคนสำคัญของเอสซีจี ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ FPL ในสิงคโปร์
ดูเหมือนการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางใหม่ ยังอยู่ในกระบวนการ เพิ่งจะเริ่มต้นก็ว่าได้ด้วยซ้ำ เชื่อกันว่าจะเป็นไปอย่างซับซ้อนทีเดียว ด้วยทรัพย์สินของเจริญ-วรรณา สิริวัฒนภักดี มีหลากหลาย อยู่ในกิจการ หรือบริษัทที่มีโครงสร้างแตกต่างและซับซ้อนพอควร
ซึ่งในท้ายที่สุด จะเป็นไปอย่างว่าไว้ ว่าด้วยทิศทางใหญ่ เครือข่ายธุรกิจกลุ่มทีซีซี กับตระกูลสิริวัฒนภักดี กำลังก้าวสู่รุ่นที่ 2 อย่างเต็มตัว
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
