bg-single

บิ๊กเนม ‘ภูมิใจไทย’ พร้อมหน้า ‘ล็อต 7’ คดีฮั้วเลือก ส.ว. อีกปมสำคัญ ทำการเมือง ‘แตกหัก’

20.06.2025

บทความในประเทศ

บิ๊กเนม ‘ภูมิใจไทย’ พร้อมหน้า

‘ล็อต 7’ คดีฮั้วเลือก ส.ว.

อีกปมสำคัญ ทำการเมือง ‘แตกหัก’

หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาทำหน้าที่สืบสวนไต่สวน รวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม 2568 นั้น

โดยกรอบระยะเวลาของการสืบสวนไต่สวนคดีฮั้วเลือก ส.ว.จะต้องเป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด เบื้องต้นสำนักงาน กกต.ได้กำหนดว่าจะต้องดำเนินการส่งสำนวนต่อ กกต. ภายในกรอบเวลา 1 ปี นับตั้งแต่ประกาศผลการเลือก ส.ว. เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ฉะนั้น กรอบเวลาการส่งสำนวนต่อ กกต. จะต้องดำเนินการภายในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

ทว่า หากกระบวนการสืบสวนไต่สวนข้อเท็จจริงของคดีไม่แล้วเสร็จ หรือยังได้ข้อมูลไม่สิ้นกระแสความครบถ้วนสมบูรณ์ ทางคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ สามารถยื่น กกต.เพื่อขอขยายเวลาดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ขีดเส้นเงื่อนเวลาเอาไว้ว่าจะต้องพิจารณาเสร็จเมื่อใด

ทั้งนี้ การทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ได้ทยอยส่งหนังสือและออกหมายเรียก ส.ว.ชุดปัจจุบัน และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าข่ายเชื่อมโยงกับคดีฮั้ว ส.ว. ปี 2567 มารับทราบและเปิดโอกาสได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยเริ่มออกหมายเรียกรายชื่อล็อตแรกไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และทยอยออกหมายเรียกเปิดรายชื่อต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนถึงล็อตที่ 6

โดยรายชื่อที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ออกหมายเรียกไปก่อนหน้านี้นั้น มีรายชื่อทั้ง ส.ว.ชุดปัจจุบัน ระดับประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา แกนนำ ส.ว.ตัวตึง นักการเมืองระดับท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แกนนำพรรคการเมือง รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ

ซึ่งทุกคนที่ได้รับหมายเรียกจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ และเข้ามารับทราบและชี้แจงข้อกล่าวหาไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่ต่างยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง และมั่นใจในเอกสารพยานหลักฐานว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก ส.ว. ไม่ว่าจะเป็นการเลือกระดับอำเภอ การเลือกระดับจังหวัด และการเลือก ส.ว.ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 แต่อย่างใด

กระทั่ง ความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ มีมติออกหมายเพื่อเรียกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้วอีกล็อต ซึ่งเป็นล็อตที่ 7 โดยเริ่มทยอยส่งหมายไปช่วงวันที่ 14-15 มิถุนายนที่ผ่านมา

ปรากฏว่า รายชื่อล็อตที่ 7 จำนวน 20 ชื่อ ที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ออกหมายเรียกมารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้น ส่วนใหญ่เป็นแกนนำบิ๊กเนมของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทั้งสิ้น อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง รองประธานสภา คนที่ 2 นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ภท. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี รวมทั้งนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็มีชื่อโดนออกหมายเรียกไปด้วย

ฉะนั้น เมื่อรวมรายชื่อบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกทั้ง 7 ล็อต รวมแล้ว 162 คน แบ่งเป็น ล็อตแรก จำนวน 55 คน ล็อตสอง จำนวน 10 คน ล็อตสาม จำนวน 24 คน ล็อตสี่ จำนวน 16 คน ล็อตห้า จำนวน 22 คน ล็อตหก จำนวน 15 คน และล่าสุดล็อต 7 จำนวน 20 คน

ปรากฏว่ากระทบกับพรรคภูมิใจไทย และกลุ่ม ส.ว.ใกล้ชิดอย่างจังๆ

ในเรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ออกมายอมรับว่าได้รับหมายเรียก โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีส่วนล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

“มั่นใจว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่มาจากใครหรือมายังไง คนในวงการก็รู้กันอยู่แล้ว แต่เราพูดไม่ได้ เราก็สู้ตามกฎหมายไป เพราะอย่างไรก็ตามต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด” นายอนุทินระบุ

ขณะที่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือชี้แจงตามที่ได้รับเชิญ ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค ส.ส.ทุกคน ไม่มีส่วนร่วมตามที่ถูกกล่าวหา

น.ส.แนน บุณย์ธิดา ระบุต่อว่า ข้อกล่าวหาที่ได้แจ้งมีด้วยกัน 4 ประเด็น คือ 1.การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ 2.การจ่ายเงินให้เป็นค่าจ้าง จ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเลือก ส.ว.

3.การทำโพยฮั้วเลือก ส.ว. และ 4.การให้ผู้สมัครเลือก ส.ว.ที่ผ่านการเลือกระดับจังหวัด เขียนใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ ทั้ง 4 ประเด็นนี้ทำให้การเลือก ส.ว.ไม่สุจริต นี่คือข้อกล่าวหาที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ได้แจ้งกับหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำผิดเป็นการขัดหลักพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นข้อหาที่รุนแรงและร้ายแรง

“พรรค ภท.มีเจตนารมณ์และอุดมการณ์ยึดมั่นหลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาโดยตลอด หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคทุกคนที่ถูกกล่าวหาใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องและรักษาเกียรติของตนเอง” โฆษกพรรค ภท.กล่าว

โฆษกพรรค ภท.ระบุอีกว่า ได้ทำหนังสือขอเลื่อนการชี้แจงออกไปเป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบหมายเรียกและนำของหลายคนมาเทียบ เห็นได้ชัดว่าหนังสือทุกตัวอักษรเหมือนกัน เปลี่ยนแค่หัวชื่อ และไม่ได้ระบุข้อกล่าวหา

“ปกติ กกต.ต้องระบุเวลา สถานที่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร กับใคร แต่ครั้งนี้ลักษณะเนื้อหาเหมือนกันหมดทุกคน บางฉบับที่หลายคนได้รับ หัวเป็นชื่อหนึ่ง หางเป็นอีกชื่อหนึ่ง ซึ่งเหมือนกับสลับเอกสารมา แต่ทุกคนจะได้รับ 2 ฉบับจาก กกต. กลางและ กกต.จังหวัด” โฆษกพรรค ภท.ระบุ

มีความเป็นไปได้ว่า รายชื่อล็อต 7 น่าจะเป็นล็อตสุดท้ายที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ออกหมายเรียกมารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ตามกระบวนการเมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานที่มี ก่อนสรุปและมีความเห็น เพื่อเสนอสู่ขั้นตอนที่ 2 คือ ขั้นของสำนักงาน กกต. ซึ่งพนักงานสืบสวนและไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวนจะดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่านผู้อำนวยการฝ่าย รองผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนัก มาถึงเลขาธิการ หรือรองเลขาธิการที่ได้รับมอบหมาย เพื่อมีความเห็น

จากนั้นจะส่งต่อไปยังขั้นตอนที่ 3 คือ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 4 เพื่อวินิจฉัยชี้ขาดหรือสั่งการต่อไป

ทว่า เมื่อมีรายชื่อระดับบิ๊กเนมจากพรรคภูมิใจไทยมาเกี่ยวข้องด้วย สิ่งที่ต้องกังวลและต้องโฟกัสคือ คดีฮั้ว ส.ว.จะลุกลามบานปลายนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่

อีกทั้งนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร ส.ว. ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้ยุบพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน ฉะนั้น เรื่องนี้ คงต้องรอดูท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปของคดีฮั้ว ส.ว.จะเป็นอย่างไร

ซึ่งแน่นอนเมื่อที่สุดเป้าของเรื่องนี้มาลงที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยตรงๆ แม้นายอนุทินบอกทำนองรู้ว่าเป็นใครแต่พูดไม่ได้ ซึ่งในภาวะที่พูดไม่ได้นั้นกลับถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจแตกหักทางการเมือง แม้ว่าการแตกหักนั้นจะต้องไปอยู่ในปีกฝ่ายค้านก็ตาม!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน