บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
https://www.facebook.com/sirote.klampaiboon
จุดอ่อนที่สุดของรัฐบาล
คือหัวหน้ารัฐบาล
ครบหนึ่งเดือนแล้วที่ทหารไทยยิงกับทหารกัมพูชาที่ช่องบกในวันที่ 28 พฤษภาคม และครบหนึ่งเดือนแล้วที่ความไม่ไว้วางใจซึ่งคนไทยมีต่อรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ลุกลามถึงจุดที่คุยกันไม่รู้เรื่องต่อไปอีก ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนรัฐบาล หรือยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ไปเลย
ด้วยคำให้สัมภาษณ์ของคุณแพทองธารว่าเธอไม่ได้ทำผิดอะไรกรณีคลิปหลุดฮุน เซน ความรู้สึกว่ารัฐบาลนี้คุยไม่รู้เรื่องก็ยิ่งรุนแรงในหมู่ประชาชน
คำถามที่คนทั่วไปคุยกันทุกวันนี้มีแค่คุณแพทองธารจะลาออกหรือยุบสภา แต่จะหาใครพูดเรื่องคุณแพทองธารอยู่ต่อจนครบวาระได้ยากเหลือเกิน
คลิปหลุดทำให้คนไทยระแวงความสัมพันธ์ของคุณแพทองธารกับกัมพูชารุนแรงกว่าเดิม ความระ แวงมาจากท่าทีรัฐบาลที่ไม่ต้องการปิดด่าน, กองทัพแฉว่ารัฐบาลไม่ได้ตัดไฟทั้งหมด ฯลฯ
และยิ่งคุณแพทองธารบอกว่าไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร ความระแวงยิ่งกลายเป็นความไม่พอใจไปเลย
คนรักรัฐบาลสุดใจขาดดิ้นมีแน่ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกกับรัฐบาลแบบนั้นไปด้วย ความเห็นที่คนไทยแสดงออกทุกช่องทางมีทิศทางนี้เหมือนกันหมด
และคนซึ่งยืนยันเรื่องนี้ได้ดีที่สุดคือพรรคเพื่อไทยที่ตอนนี้กลายเป็นพรรคซึ่งกลัวการยุบสภาและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างไม่เคยเป็น
รัฐบาลปกครองสังคมด้วยอำนาจรัฐและอำนาจนำ ปัญหาของรัฐบาลตอนนี้คือรัฐบาลไม่มีอำนาจนำทางความคิดเหนือนสังคม, อำนาจรัฐหดแคบลงจากการยกอำนาจแก้ปัญหาชายแดนทั้งหมดให้ทหาร ส่วนอำนาจต่อรองทางการเมืองก็ลดลงจากเสียงในสภาที่เกินครึ่งนิดเดียวของรัฐบาล
ล่าสุด แม้กระทั่งกฎหมายบ่อนพนันที่เพื่อไทยเลี่ยงบาลีไปเรียกว่า “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ก็ถอนจากการเสนอเข้าสภาไปโดยไม่มีคำอธิบาย
ถึงทุกคนจะรู้ว่าเพื่อไทยกลัวกฎหมายถูกคว่ำและม็อบจะใช้กฎหมายระดมผู้ชุมนุมยิ่งขึ้น และถึงคุณทักษิณ ชินวัตร ประกาศว่ากฎหมายนี้จะผ่านสภาปีนี้ก็ตาม
เมื่อใดที่รัฐบาลอ่อนแอจนไม่กล้าเสนอกฎหมายเข้าสภา เมื่อนั้นก็เท่ากับว่ารัฐบาลคุมสภาพการเมืองทั้งในสภาและนอกสภาไม่ได้อีกต่อไป โอกาสที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจึงรุนแรงมากจนพรรคเพื่อไทยตระหนักว่าต้องยอมถอยกฎหมาย ต่อให้คุณทักษิณจะหน้าแตกอย่างไม่มีชิ้นดี
การเมืองอเมริกามีสำนวนว่า Lame Duck หรือ “เป็ดง่อย” เพื่อพูดถึงประธานาธิบดีที่สั่งอะไรไม่ได้ช่วงใกล้หมดวาระและไม่มีใครเลือกเป็นประธานาธิบดีต่อไป แต่ผมคิดว่าสภาพรัฐบาลไทยหนักกว่า “เป็ดง่อย” เพราะเปรียบได้กับ “เป็ดติดเตียง” ซึ่งต้องมีคนหนุนหลังให้ทำอะไรตลอดเวลา
พูดตรงๆ จะมีรัฐบาลสักกี่ชุดที่ทหารรวบอำนาจบริหารชายแดนไปหมด ส่วนอำนาจในการเสนอกฎหมายไม่เหลือเพราะกลัวถูกคว่ำกฎหมายจนรัฐบาลต้องลาออกกลางสภา
ทางเลือกทางการเมืองที่คนทั้งประเทศคุยกันคือรัฐบาลควรลาออกหรือยุบสภา แต่ทางเดียวที่รัฐบาลทำคือคุณแพทองธารเป็นนายกฯ ท่ามกลางภาวะ “เป็ดติดเตียง” ต่อให้จะเสนอกฎหมายไม่ได้ และทำได้แค่ให้คุณแพทองธารเป็นรัฐบาลอ่อนแอที่หัวหน้ารัฐบาลมีอำนาจนำและอำนาจจริงๆ ลดลง
ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือยุบสภา คุณจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งเป็นหนึ่งในคนเพื่อไทยรุ่นเก่าที่ผ่านการต่อสู้จริงๆ ยอมรับตรงๆ ว่าเพื่อไทยไม่มีวันยุบสภา ยุบก็แพ้พรรคประชาชนย่อยยับ และความเห็นคุณจักรภพเรื่องนี้ไม่มีกองเชียร์เพื่อไทยคนไหนปฏิเสธเลย
เป็นอันว่ารัฐบาลเพื่อไทยตัดสินอนาคตทางการเมืองของประเทศโดยคำนึงถึงแต่โอกาสในการรักษาอำนาจของคุณแพทองธารและพรรคเพื่อไทยเท่านั้นเอง
คุณแพทองธารสารภาพในคลิปลับกับ “อังเคิล” ว่าปัญหาชายแดนทำให้รัฐบาลสั่นคลอนที่สุดตั้งแต่เป็นนายกฯ มา แต่หลังจาก “อังเคิล” แฉคลิปลับ รัฐบาลยิ่งสั่นคลอนกว่าเดิม และยิ่งคุณแพทองธารประกาศว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิดที่พูดในคลิปลับ ความเกลียดชังคุณแพทองธารก็ทำนิวไฮใหม่ทันที
อำนาจรัฐในสังคมสมัยใหม่มาจากการใช้กำลังบังคับและความยอมรับจากประชาชน แต่ด้วยระดับความไม่ไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นไม่หยุด อำนาจของรัฐบาลก็เหมือนกับกระบองในมือยักษ์วัดโพธิ์ที่คนเดินผ่านไปมาเอาไว้ถ่ายรูปเท่านั้น แต่ไม่มีใครยำเกรงอำนาจรัฐบาลเลย
เมื่อความยอมรับที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลลดลง ความสามารถของรัฐบาลในการใช้อำนาจก็ลดลงไปด้วย เช่นเดียวกับความมั่นใจในการออกกฎหมายซึ่งรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาไม่ควรจะเกรงกลัว เว้นแต่รัฐบาลจะกลัวแพ้โหวตฝ่ายค้าน กลัวพรรคร่วมรัฐบาลจะหักหลัง หรือกลัวม็อบจะลุกฮือ
ถ้ารัฐบาลกลัวแพ้โหวตและแพ้มวลชนนอกสภาจนไม่กล้าเสนอกฎหมายพนัน โอกาสที่รัฐบาลจะแพ้โหวต พรบ.งบประมาณก็ยิ่งไม่ต่างกันอีก รัฐบาลเพื่อไทยวันนี้จึงเข้าสู่ภาวะของการเป็นรัฐบาลเป็ดติดเตียงที่เสนอกฎหมายอะไรไม่ได้ ทำได้แค่บริหารตามงานประจำจนมีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี
ผมไม่แน่ใจว่าคุณแพทองธารรู้หรือไม่ว่าตอนนี้คนไทยรู้สึกอย่างไร แต่ถ้าเอาความไม่พอใจต่อคุณทักษิณปี 2549 และคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2557 เป็นตัวตั้ง ความไม่พอใจตอนนี้มีทิศทางคล้ายความไม่พอใจคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่นคือประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่าคุยกับรัฐบาลไม่รู้เรื่องอีกแล้ว
รัฐบาลทุกชุดมีเรื่องที่ประชาชนไม่พอใจเป็นธรรมดา เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชน 66 ล้านคน ความไม่พอใจที่แต่ละคนมีต่อปัญหาต่างๆ จึงป็นความไม่พอใจรัฐบาลได้ตลอด แต่ความไม่พอ ใจที่คนแทบทั้งสังคมยกระดับเป็นความเกลียดเพราะคุยกับรัฐบาลไม่รู้เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา
สูตรสำเร็จของเพื่อไทยคือด่าคนที่ไม่พอใจรัฐบาลว่าเป็นสลิ่มหรือคนชั้นกลางวันนี้พิธีกรฝ่ายรัฐบาลก็จัดรายการสาธยายว่าคนชั้นกลางคือสลิ่มที่ไม่พอใจเพื่อไทยตลอด แต่ประเด็นคือรัฐบาลด้อยค่าใครด้วยความคิดการเมืองแบบนี้ไม่ได้ และผิดแน่ๆ ที่จะบอกว่ามีแต่คนชั้นกลางไม่พอใจรัฐบาล
ความไม่พอใจของประชาชนต่อรัฐบาลมาจาก 3 เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรก คือเรื่องตั้งรัฐบาลข้ามขั้วเพื่อทำลายโอกาสตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยตามผลเลือกตั้ง 2566
เรื่องที่สอง คือเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องซึ่งไม่มีอะไรดีขึ้น
และเรื่องที่สาม คือความไม่ไว้ใจรัฐบาลกรณีฮุน เซน
ความต้องการรัฐบาลประชาธิปไตยมีในคนทุกชนชั้น จะคนจน คนรวย หรือคนชั้นกลางก็ไม่พอใจรัฐบาลข้ามขั้วได้หมด เช่นเดียวกับความไม่พอใจปัญหาเศรษฐกิจอย่างหุ้นตก ของแพง สินค้าเกษตรตกต่ำ ฯลฯ รวมทั้งความไม่ไว้วางใจว่ารัฐบาลเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของชาติจริงๆ กรณีกัมพูชา
เพื่อให้เห็นภาพขึ้น การตั้งรัฐบาลข้ามขั้วทำลายความสนับสนุนของ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ต่อพรรคเพื่อไทย ความล้มเหลวด้านเศรษฐกิจทำให้คนทุกชนชั้นสิ้นศรัทธารัฐบาลลงไปอีก ไม่ว่าจะสนใจประชาธิปไตยหรือไม่
และปัญหากัมพูชาทำให้ความไม่พอใจเป็นความโกรธแค้นที่ Mass ไปเลย
คุณแพทองธารคิดว่าการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีให้พรรคร่วมคือวิธีอยู่รอดของรัฐบาล แต่ที่จริงความอยู่รอดของรัฐบาลขึ้นอยู่กับจำนวน ส.ส., ความยอมรับของประชาชน และนิติสงครามจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ซึ่งเพื่อไทยไม่ยอมแก้ ซึ่งทั้งสามเรื่องไม่อยู่ข้างรัฐบาล และทุกอย่างมีแต่เลวร้ายลง
กรกฎาคมคือเดือนมาฆบูชาทางการเมืองซึ่งทุกปัจจัยลบต่อรัฐบาลบรรจบกัน สภาเปิด ภูมิใจไทยอภิปรายไม่ไว้วางใจ กองทัพบีบในทางลึกตามที่รัฐบาลรับทราบ ชาตินิยมเอียงขวารุนแรงขึ้น คุณทักษิณมีคดีทุกอาทิตย์ ความขัดแย้งกับชนชั้นนำยกระดับ ฯลฯ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลเลย
การปะทะที่ช่องบกมีรายละเอียดจำนวนมากที่ต้องการคำตอบว่าเกิดอะไรและเกิดอย่างไร แต่ทันทีที่รัฐบาลไม่ทำอะไรให้ข้อเท็จจริงยุติมากกว่าโหนกระแส ผลคือกระแสลุกลามเป็นการเมืองชาตินิยมเอียงขวาซึ่งจะเป็นทิศทางใหญ่ของการเมืองไทยที่จะเป็นอวสานของรัฐบาลเพื่อไทยในเวลาเดียวกัน
ฮุน เซน พูดว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนนายกฯ ใน 3 เดือน แต่ด้วยสภาพการเมืองแบบนี้ ถ้ารัฐบาลแพทองธารอยู่ได้เกิน 3 เดือนก็บุญแล้ว และความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะปิดฉากจะเร็วมาก
เพราะจุดอ่อนที่สุดของรัฐบาลคือตัวคุณแพทองธารเอง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
