bg-single

เดินหน้าสู่ปีที่ 4 (20) โดรน-ผู้รื้อทำลายสงครามเก่า

09.07.2025

ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข

เดินหน้าสู่ปีที่ 4 (20)

โดรน-ผู้รื้อทำลายสงครามเก่า

“การบุกยูเครนของรัสเซียทำให้เกิดสงครามในแบบศตวรรษที่ 19 แต่ก็ต่อสู้ด้วยยุทธวิธีของศตวรรษที่ 20 และใช้อาวุธของศตวรรษที่ 21 ในการรบ”

Serhii Plokhy

The Russo-Ukrainian War (2023)

หากพิจารณาจากสถิติของความเสียหายที่เกิดจากการใช้อาวุธในสงครามยูเครนแล้ว จะเห็นได้ถึงภาพใหม่ของสงครามอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ประมาณการว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นในยูเครนราว 60-70% มาจากการโจมตีของโดรน จนอาจกล่าวในบริบทของการรบในยูเครนว่า มีความเป็น “สงครามโดรน” อย่างแท้จริง (Drone Warfare)

โดรนหรือที่เรียกในภาษาทางทหารปัจจุบันเรียกว่า “first-person view drone” หรือมีคำเรียกทางเทคนิคว่า “FPV Drone” ซึ่งหมายถึงยานพาหนะทางอากาศที่ไร้คนขับ/ไร้นักบิน (UAV) ที่มีกล้องส่งสัญญาณวิดีโอแบบไร้สายส่งภาพไปยังแว่นตา ชุดหูฟัง และจอแสดงภาพ ที่ผู้ควบคุมสามารถมองเห็นภาพของสภาพแวดล้อม (สนามรบ) จากกล้องที่ติดตั้งกับโดรนในขณะทำการบิน และผู้ควบคุมโดรนนี้มีสถานะเป็น “บุคคลที่หนึ่ง” ที่มองเห็นภาพจากกล้องของโดรน (first-person view)

ดังนั้น จึงอาจเรียกสิ่งนี้ว่า “การควบคุมการบินด้วยภาพโดยผู้ควบคุมระยะไกล” อันทำให้เกิดความแตกต่างอย่างมากระหว่าง “อากาศยานที่มีนักบิน” กับ “อากาศยานที่ไร้นักบิน” และในทำนองเดียวกันนักบินของเครื่องบิน (โดยนัยเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินปีกติด หรือเครื่องบินปีกหมุน ก็ไม่แตกต่างกัน) มีความแตกต่างอย่างมากกับนักบินโดรน เพราะคนหนึ่งบินอยู่ในอากาศ ส่วนอีกคนหนึ่งบินผ่านกลไกในห้องควบคุม

ในด้านหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงของอากาศยานเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดคำถามเล่นๆ ในทางเครื่องหมายการบินว่า นักบินโดรนควรมี “ปีกนักบิน” ติดบนหน้าอกของเครื่องแบบตัวเองเช่นนักบินโดยทั่วไปหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้เป็นข้อถกเถียงในกองทัพอากาศสหรัฐมาแล้ว และจบลงด้วยการออกแบบ “ปีกนักบินโดรน” ให้กับบรรดานักบินของอากาศยานไร้คนขับเหล่านี้ เพราะในความเป็นจริงทางยุทธการแล้ว พวกเขาเป็นนักบินของอากาศยานอีกชนิดหนึ่งของสงครามในโลกศตวรรษที่ 21 ที่เป็นสภาวะ “ไร้คนขับ”

และเครื่องบินของเขาสามารถเปิดการโจมตีทางอากาศได้เช่นเดียวกับอากาศยานตามปกติ แม้จะมีความสามารถในการบรรทุกกระสุนหรือระเบิดไม่ได้มากเท่าเครื่องบินในแบบเดิมก็ตาม

สงครามโดรน

สงครามโดรนในยุคก่อนหน้านี้ อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องในแบบภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดในแนว “ไซไฟ” (sci-fi) เช่น ในภาพยนตร์เรื่อง “Star War” แต่ในความเป็นจริงแล้ว โดรนเป็นยานพาหนะในอากาศที่ถูกนำมาใช้ในภารกิจทางทหารอย่างมากในยุคหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่เป็นการโจมตีที่เกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น การใช้โดรนในการล่าสังหารเป้าหมายบุคคลสำคัญที่เป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้าย เป็นต้น

แต่เมื่อเกิดสงครามยูเครนจากการบุกของกองทัพรัสเซียในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 นั้น อุปกรณ์ทางทหารชุดหนึ่งที่มีส่วนอย่างมากในการสร้างความสูญเสียให้กับกองทัพรัสเซียก็คือ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของโดรนยูเครน จนหนึ่งในภาพสะท้อนสงครามยูเครนที่สำคัญคือ ความเป็น “สงครามโดรน” ดังจะเห็นได้ว่า รัฐคู่พิพาทต่างฝ่ายต่างใช้โดรนโจมตีซึ่งกันและกัน และสร้างความเสียหายให้แก่ฝ่ายที่ถูกโจมตีอย่างมาก จนเห็นได้ชัดเจนว่า ส่วนหนึ่งของการสงครามทางอากาศคือ การใช้โดรนโจมตี และอีกส่วนคือการใช้จรวดโจมตีระยะไกล ซึ่งรวมถึงการใช้ขีปนาวุธระยะใกล้แบบ Iskander ที่มีพิสัยการโจมตีราว 500 กิโลเมตร

ปรากฏการณ์ของสงครามยูเครน ทำให้บทบาทของอากาศยานในการทำสงครามทางอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เครื่องบินขับไล่ในแบบเดิมแทบไม่มีบทบาทแต่อย่างใด ในขณะที่เครื่องบินทิ้งระเบิดไม่ใช่การบินทิ้งระเบิดเหนือพื้นที่เป้าหมาย แต่กลายเป็นฐานปล่อยขีปนาวุธ จรวดแบบครุยส์ หรือปล่อยจรวดความเร็วสูง ซึ่งจุดพิกัดของการปล่อยมักจะอยู่นอกเขตอากาศของยูเครนออกไป หรืออยู่ในพิกัดที่ห่างไกลจากเป้าหมายในยูเครนอย่างมาก เพื่อป้องกันการถูกยิงจากระบบป้องกันทางอากาศ

กล่าวคือ นักบินรัสเซียจะไม่บินเข้ามาในระยะใกล้ หรือบินเข้าในเขตน่านฟ้าของยูเครน เพราะมีโอกาสที่จะถูกทำลายจากระบบอาวุธต่อต้านอากาศยาน

ลักษณะเช่นนี้แตกต่างอย่างมากกับการสงครามทางอากาศในสงครามอ่าวเปอร์เชีย ที่อากาศยานยังมีบทบาทอย่างเด่นชัด แต่ครั้งนั้นเป็นอากาศยานล่องหน (stealth fighter) ที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางด้านอากาศยานของกองทัพสหรัฐ ที่สามารถหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับจากระบบป้องกันทางอากาศของอิรักได้ เช่น อากาศยานแบบเอฟ-117 พร้อมกับการใช้ระเบิดโจมตีที่เป็น “ระเบิดนำวิถี” (guided bombs) หรือที่เรียกว่าเป็น “ระเบิดฉลาด” (smart bombs)

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในยุคสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 จึงมีเครื่องบินล่องหนและระเบิดฉลาดเป็นตัวแทนของยุคสมัย อันเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนโฉมหน้าของสงครามผ่านมิติของเทคโนโลยีทหารสมรรถนะสูง ซึ่งภาวะเช่นนี้นำไปสู่ข้อถกเถียงที่สำคัญของทฤษฎีการสงครามในยุคหลังสงครามเย็น ในเรื่องของ “การปฏิวัติในกิจการทหาร” (Revolution in Military Affairs- RMA)

ดังนั้น การมาของสงครามโดรนในสนามรบที่ยูเครนก็ชวนให้นักทฤษฎีการสงครามต้องหันกลับมาถกแถลงกันอีกครั้งถึงความเปลี่ยนแปลงของสงครามจากการใช้โดรนในภารกิจทางทหาร จนเกิดคำถามในทำนองเดียวกันว่า โดรนกำลังเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในกิจการทหารเช่นที่เกิดขึ้นกับสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 หรือไม่

ดังจะเห็นได้ว่าโดรนในวันนี้กำลังกลายเป็น “อาวุธสังหาร” ชุดใหญ่ที่บินว่อนเต็มท้องฟ้าของสนามรบยูเครน จนเป็นดัง “นักล่าจากเวหา” ในการโจมตีข้าศึก

โดรนยูเครน

จากปรากฏการณ์ของสงครามที่ผ่านมา เราอาจกล่าวได้ว่าไม่มีความใหม่ของสงครามที่ไหน ที่จะเห็นได้ชัดมากเท่ากับในยูเครน โดยเฉพาะอำนาจทางทหารที่เกิดจาก “ปฏิบัติการของยานไร้คนขับจากห้องควบคุมระยะไกล” หรือพลังอำนาจทางอากาศของ “FPV Drone” อันเป็นผลของการพัฒนาของเล่นในยามว่าง ที่สุดท้ายแล้วมีนัยถึงการสร้าง “หลักนิยมใหม่” (new combat doctrine) สำหรับการสงครามในศตวรรษที่ 21 เพราะเห็นได้ชัดว่ายานพาหนะทางทหารชุดนี้ เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำสงครามในปัจจุบัน

หากเปรียบเทียบกับการใช้โดรนในสงครามต่อต้านการก่อการร้ายแล้ว จะเห็นได้ว่าโดรนถูกควบคุมโดยนักบินของกองทัพอากาศ ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี พร้อมกับการมีห้องควบคุมทางยุทธการอย่างทันสมัย และโดรนจะถูกปล่อยออกจากฐานบินที่อยู่ในแนวหลังที่มีความปลอดภัย แต่ในสงครามยูเครน โดรนกลายเป็นอุปกรณ์การรบของหน่วยในระดับหมู่ของทหารราบ (squad level) และปล่อยออกจากฐานบินที่แทบจะอยู่ในแนวรบโดยตรง อีกทั้งไม่ได้มีห้องควบคุมทางยุทธการที่ทันสมัยในแบบของสหรัฐในการล่าสังหารผู้นำขบวนการก่อการร้าย

เมื่อเปรียบเทียบยุทโธปกรณ์อื่นๆ ในสนามรบแล้ว จะเห็นได้ชัดถึงคุณค่าพื้นฐานในทางทหารของโดรน ได้แก่ ราคาถูก หาทดแทนได้ง่าย ปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายได้มาก อันทำให้โดรนไม่เพียงสร้างผลกระทบกับการสงครามสมัยใหม่อย่างมาก และปรากฏตัวเป็นรูปแบบใหม่ของสงครามปัจจุบัน คือ “สงครามโดรน” หากโดรนยังทำให้หน่วยทางยุทธวิธีในระดับของ “หมู่ทหารราบ” มีอำนาจในการทำลายในทางยุทธวิธีอย่างมาก

ดังจะเห็นได้ว่า ประมาณร้อยละ 60-70 ของความเสียหายของกองทัพรัสเซียนั้น เป็นผลจากการโจมตีของโดรน

ภาพของสงครามโดรนทำให้เกิดคำถามอย่างมีนัยสำคัญต่อการจัดองค์กรทางทหารในการสงครามปัจจุบัน อันอาจเทียบเคียงได้กับผลที่เกิดจากการกำเนิดของปืนคาบศิลา (arquebus) ที่ไม่ใช่เพียงการต้องจัดรูปขบวนการรบของทหารใหม่เท่านั้น หากยังนำไปสู่การสนับสนุนของรัฐ อันทำให้เห็นถึงรูปแบบของสนามรบใหม่ หรืออาจกล่าวได้ว่าภาวะเช่นนี้คือปรากฏการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของ “การปฏิวัติทางทหาร” (Military Revolution) ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 16

แต่ในปัจจุบัน หมู่ทหารราบกำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่มีอาวุธที่ทันสมัยที่สุด และไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ราคาแพงมหาศาล คือโดรน อุปกรณ์ควบคุมทางวิทยุ และเครื่องแท็บเล็ต… ของพื้นฐาน 3 สิ่งนี้ทำให้หมู่ทหารราบกลายเป็นหน่วยรบที่ทรงพลังอย่างมาก เพราะหน่วยในระดับเช่นนี้สามารถสร้าง “ห่วงโซ่การสังหาร” (kill chains) ในสนามรบ เช่นที่ทำให้นักทฤษฎีการทหารต้องคิดในเรื่องของการดำเนินกลยุทธ์ของเหล่าทหารราบใหม่ แม้กระทั่งอาจจะต้องคิดถึงเรื่องของการจัดใหม่ (ในความหมายของ new formations ในทางทหาร)

ดังนั้น ในภาวะเช่นนี้ โดรนจึงไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ในทางยุทธวิธีเท่านั้น หากแต่สงครามโดรนที่เห็นเป็นภาพแทนที่สำคัญของสงครามยูเครนนั้น กำลังเรียกร้องให้กองทัพบกทั่วโลกต้องคิดถึงเรื่อง “หลักนิยมใหม่” (new doctrine) เพราะการใช้โดรนในภารกิจทางทหารเช่นนี้ จะคิดว่าเป็นเพียงเรื่อง “อุปกรณ์ใหม่” (new toolsets) ในสนามรบเท่านั้นไม่ได้

นักล่าจากเวหา

ดังที่ทหารทั้งยูเครนและรัสเซียกล่าวไว้ไม่แตกต่างกันว่า สำหรับพวกเขาแล้ว ท้องฟ้าเต็มไปด้วย “นักล่าสังหาร” ที่พร้อมจะปฏิบัติการได้ทันทีและได้ในทุกสถานการณ์ หรือกล่าวในอีกด้านได้ว่า โดรนเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวมากที่สุดในสนามรบปัจจุบัน เพราะโดรนไม่ใช่เพียงมีตามองเห็นภาพของสนามรบเท่านั้น หากยังสามารถทำหน้าที่ในการโจมตีเป้าหมายที่ถูกเห็นได้ด้วย

นักบินผู้ควบคุมโดรนสามารถเปิดการโจมตีที่บินเข้าไปในตัวป้อมปืนของรถถัง บินทะลุเข้าไปทางหน้าต่างของอาคาร บินเข้าไปยังที่ตั้งของฐานยิงปืนใหญ่ หรือบินลงมาตรงๆ ในแนวสนามเพลาะ เป็นต้น

สภาพเช่นนี้ทำให้สิ่งที่เรียกว่า “จุดปลอดภัย” ในสนามรบ เช่น การอยู่ในบังเกอร์ หลบในสนามเพลาะ หรือการหลบซ่อนในป่า อาจจะไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้อีกต่อไป อันอาจกล่าวได้ว่า “ไม่มีที่ปลอดภัยในสนามรบเหลือไว้อีกต่อไปแล้ว” เพราะโดรนทั้งมองเห็น โจมตีได้ในทุกจุด และทุกเวลา

ในการสงครามปัจจุบันจากภาพที่เห็นจากสงครามยูเครน เราอาจกล่าวได้ว่าโดรนกำลังทำหน้าเป็นเสมือนปืนใหญ่ ที่มีอำนาจของ “การยิงข่ม” (suppressive fire) ในทางยุทธวิธี โดยโดรนจะบินเข้าโจมตีเพื่อทำลายขีดความสามารถทางทหารของข้าศึก ซึ่งส่งผลให้กองทัพข้าศึกไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้

โดรนได้กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในสนามรบ ที่จะสกัดกั้นความสำเร็จของกองทัพข้าศึกอย่างนึกไม่ถึง จนอาจกล่าวได้ว่า โดรนกำลังทำหน้าที่เป็น “นักทำลาย” ที่รื้อทิ้งสภาวะของสงครามทางบกแบบเก่านั่นเอง!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี